ภูมิทัศน์ของการก่อการร้ายในปี 2559

บทวิเคราะห์โดย โรฮัน กูนารัทนา

2015-12-30
Share
SA-SEA-Paris-1000 ผู้คนช่วยกันเอาผ้าคลุมร่างผู้เสียชีวิตใกล้ Café Bonne Biere ในกรุงปารีส การโจมตีเป็นการประสานงานของกลุ่มรัฐอิสลาม เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2558
เอเอฟพี

กลุ่มรัฐอิสลาม หรือกลุ่มไอเอส จะก่อการคุกคามโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดครั้งเดียว ในปี 2559

การพัฒนาการที่สำคัญห้าประการ ในประเด็นดังกล่าว ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีใหม่:

ประการแรก กลุ่มไอเอสจะขยายอาณาเขตของตนออกไปจากซีเรียและอิรัก และขยายเข้าไปในส่วนของทวีปแอฟริกา, ตะวันออกกลาง, คาบสมุทรบอลข่าน, คอเคซัส และเอเชีย

ส่วนกลุ่มหัวรุนแรง ซึ่งนำโดย อาบูบัคร์ อัลบากาดี ก็กำลังมุ่งมั่นหาสมาชิกใหม่ ในพื้นที่ที่มีแผนการณ์จะบุกโจมตี ในคาบสมุทรบอลข่านตะวันตก รวมถึง เซอร์เบีย โครเอเชีย บอสเนีย และ เฮอร์เซโก อัลเบเนีย โคโซโว สาธารณรัฐมาซิโดเนีย และมอนเตเนโก

ในทำนองเดียวกัน กลุ่มไอเอสก็กำลังสรรหาสมาชิกเพิ่ม ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหมายจะประกาศการยึดครอง จังหวัดหนึ่ง (Wilayat) ในภาคตะวันออกของอินโดนีเซีย หรือภาคใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ในปีหน้า

ในปี 2558 ผู้บัญชาการ ของกองพันหมู่เกาะประจำซีเรีย ( Katibah Nusantara) มีการตั้งพวกไอเอสระดับกองพัน เป็นหน่วยรบที่ใช้ภาษามาเลย์ ประกอบด้วยทหารที่เกณฑ์มาจากอินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยมีการสั่งการไปยังกลุ่มของตนที่อยู่ในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน  ให้เข้าโจมตีเป้าหมายทั้งในประเทศและนอกประเทศ ในปี 2558-2559

ขณะเดียวกันกลุ่มไอเอส ยังกำลังหาสมาชิกชาวจีนมุสลิม จากแถบเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งกลุ่มไอเอสน่าจะมีแนวโน้มที่จะ เข้ายึดครอง พื้นที่ ในภาคตะวันตกของจีน ที่ที่มีชาวอุยกูร์เกือบ 1,000 คนและครอบครัวของพวกเขาจากมณฑลซินเจียง เข้าร่วมขบวนการกับทั้งกลุ่มไอเอส และ กลุ่มคู่แข่ง จาบัต อัล นูสรา (Jabhat al-Nusra) สาขาของอัลกออิดะห์ใน ซีเรียเช่นกัน

คาดว่าจะมีการโจมตีจากภายนอกมากขึ้น

ประการที่สอง กลุ่มไอเอสจะต่อสู้กับกลุ่มเป้าหมายต่อต้านไอเอส โดยมีการก่อตั้งสาขาการปฏิบัติการภายนอกขึ้นใหม่ ในต่างประเทศ โดยกองกำลังนักรบต่างชาติ ดังที่ปรากฏ ในการโจมตี กรุงปารีส เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งนับเป็นการปฏิบัติการภายนอก ที่หนุนเสริมการปฏิบัติการภายในอย่างได้ผล

การโจมตีในปารีสแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของกลุ่มไอเอส ในการประสานกับกองกำลังในภูมิภาค และการโจมตีภายนอกอาณาเขตของตน

กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้ใช้วิธีการสวมเข็มขัดติดอาวุธและระเบิดฆ่าตัวตายในการโจมตี และฆ่าตัวตายไปพร้อมกัน ทำให้เป้าหมายไม่มีการป้องกันส่วนใหญ่ ถูกโจมตีไปด้วย หลังจากที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายพยายามที่จะลอบสังหารประธานาธิบดีฝรั่งเศส ไอเอสยังมุ่งที่จะโจมตีกลุ่มมวลชนให้จำนวนมากที่สุด เพื่อกระตุ้นให้เกิดความหวาดกลัว

รูปแบบการโจมตีในปารีสเป็นการเลียนแบบการโจมตีในมุมไบ ในเดือนพฤศจิกายน 2551 ซึ่งคาดว่าจะเกิดซ้ำอีก เช่นเดียวกับการโจมตีสหรัฐครั้งใหญ่ในเดือนกันยายน 2554 ของกลุ่มอัลกออิดะห์ การปฏิบัติการภายนอกของกลุ่มไอเอส มีแนวโน้มที่จะเป็นปฏิบัติการโจมตีที่รุนแรง และประสานให้เกิดขึ้นพร้อมๆกันได้ ในปี 2559

ปัจจัยอื่น ๆ

ประการที่สาม ผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัย ซึ่งต้องการหลบหนีจากพื้นที่ที่มีความขัดแย้งเหล่านั้น ถือเป็นเป้าหมายที่อ่อนแอ หรือเสี่ยงต่อการเข้าร่วมกับกลุ่มไอเอส  โดยกลุ่มไอเอสต้องการใช้ประโยชน์จากกลุ่มดังกล่าว ในการกำหนดเป้​​าหมายศัตรูในต่างประเทศ หากผู้ลี้ภัยจากอิรักและซีเรียเหล่านั้น ไม่สามารถผสานเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ไปอาศัยอยู่ได้ พวกเขาอาจจะกลายเป็นภัยคุกคามทางยุทธศาสตร์ในทันที ในระยะกลาง และ ในอนาคต

ประการที่สี่ ไอเอสส่งข้อความออนไลน์เพื่อรับสมัคร มุสลิมหัวรุนแรง หรือ หน่วยทหารมุสลิมที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ทั้งในประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม และไม่นับถือศาสนาอิสลาม ท่ามกลางดินแดนของแรงงานข้ามชาติและชุมชนพลัดถิ่น อุดมการณ์ไอเอสที่ฝังความเกลียดชังก็จะพยายามเข้ามาแทนที่ผู้ที่เลื่อมใสศาสนาอิสลามได้

ในสหรัฐอเมริกา และยุโรป มีเซิร์ฟเวอร์ 80-90 เปอร์เซ็นต์ที่รองรับเว็บไซต์สื่อทางสังคมที่เป็นโฆษณาชวนเชื่อของไอเอส ภัยคุกคามของไอเอสจะยังคงมีอยู่ เนื่องจากการขาดการเป็นผู้นำ เจตจำนงทางการเมือง และ ยุทธศาสตร์ระหว่างรัฐบาลและพันธมิตร ด้วยการส่งข้อความทางด้านลบ และย่อยสลายคือการสื่อสารเชิงกลยุทธ์

ภัยคุกคามจะเพิ่มจำนวน ตราบใดที่เป็นเว็บไซต์สื่อสังคมของไอเอสยังคงอยู่

ประการที่ห้า กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐอเมริกา ซาอุดีอาระเบีย และรัสเซีย ไม่สามารถมารวมตัวเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามเยี่ยงนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเขามีการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง พัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ และจะมีการพัฒนาบุคลากรเพิ่มขึ้น เพื่อรับมือและกำจัดไอเอสในทุกด้าน

ดินแดนภายใต้อิทธิพลไอเอส

นี่คือแนวโน้มสำหรับปี 2559 แต่ไอเอสยังคงเพิ่มจำนวน ขึ้น ในดินแดนที่รัฐบาลขาดประสิทธิภาพในการบริหารประเทศและประชากรของตน

ในอัฟกานิสถาน หลังจากที่ อัชราฟ กานี ได้เป็นผู้นำของประเทศ ในเดือนกันยายนปี 2557 กลุ่มตาลิบันเข้าโจมตีหลายอำเภอ เปรียบเทียบใกล้เคียงกับ 13 จังหวัด และยึดครอง 15 อำเภอ ในจังหวัดคันดัซ ทางตอนเหนือของอัฟกานิสถาน

เมื่อกลุ่มตาลิบันถูกขับออกจาก จังหวัดคันดัซ กลุ่มนี้ได้ออกปฏิบัติการต่อต้านทหาร และเข้ายึดอำเภอซันกิง ในจังหวัดทางตอนใต้ของเฮ็ลมานด์ ในขณะที่อัฟกันตาลิบันแตกออกเป็นหลายกลุ่มหลังจากการตายของผู้ก่อตั้ง มุลลาห์ โอมาร์ ไอเอสสาขาภูมิภาคก็ถูกก่อตั้งขึ้นมา โดยเรียกตัวเองว่า วิลายัต คอราซาน (Wilayat Khorasan)

ยังมีอีกหลายจังหวัด ที่ยังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลของตาลิบัน แต่ไอเอสได้ยึดครองจังหวัดนันกาฮาร์ ที่อยู่ติดกับพื้นที่ชนเผ่าของปากีสถาน โดยไอเอสมีพื้นที่การปฏิบัติการ ในกว่าแปดอำเภอ ในจังหวัดและกำลังขยายอิทธิพลในขณะนี้

เนื่องจากกองกำลังสหรัฐได้ถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถานอย่างกระทันหัน ไอเอสจึงมีโอกาสอย่างสูงที่จะก่ออิทธิพลและกองกำลัง ที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อกลุ่มตาลิบันในระยะกลางถึงระยะยาว

ในลิเบีย หลังจากที่กองกำลังต่อต้าน ของตะวันตก ได้สังหาร มูอัมมาร์ กัดดาฟี ในเดือนสิงหาคม 2554 กลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงเหล่านั้นก็ได้สร้างฐานกำลังในประเทศแอฟริกาเหนือเป็นต้นมา

มัซลิสราชาบับอัลอิสลาม (สภาที่ปรึกษาเยาวชนอิสลาม) และฝ่ายของอันซาร์ อัล ชาเรีย แห่งประเทศลิเบีย ให้คำมั่นว่าจะจงรักภักดีต่ออาบูบัคร์ อัลบากาดี และ ไอเอส โดยการก่อตั้ง จังหวัดอัลบาการ์ ฟิซซาน และ อัลทาราบูลัซ

นอกจาก การรวมตัวในการคุมอำนาจการประกาศยึดครองพื้นที่ในหลายจังหวัดแล้ว กลุ่มไอเอสยังมีแนวโน้มที่จะขยายอาณาเขตไกลออกไป ในลิเบีย และได้ทำลายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญๆ เมืองหลวงสำรองของไอเอส คือ Sirte ซึ่งในปัจจุบัน ใช้เป็นฐานเพื่อปฏิบัติการ พลาธิการทางทหาร และการฝึกอาวุธ

ในทางตอนเหนือของประเทศไนจีเรีย โบโก ฮาราม ให้คำมั่นว่าจะจงรักภักดีต่อ อัลบากาดี โดยการก่อตั้งไอเอสสาขาแอฟริกาตะวันตก (หรือเรียกว่า Wilayat Gharb Afriqiya) ในแอลจีเรีย ไอเอสได้ก่อตั้ง วิลายาต อัล จาเซีย ในเยเมน คือ วิลายาต ซานา และในซาอุดีอาระเบีย คือ วิลายาต อัล ฮาราเมย์น

นอกเหนือจากการโจมตีต่อเนื่องในสาธารณรัฐแอลจีเรีย ไอเอสได้ออกปฏิบัติการโจมตีและประกาศโจมตีต่อต้าน Houthis ในหลายจังหวัด ในเยเมน

เมื่อ 20 มีนาคม 2558 ไอเอสได้โจมตีเป้​​าหมาย มัสยิดเซดีสองแห่ง ใน Sana’a และ สถานที่ราชการใน Sa'ada โดยมีผู้ถูกสังหาร 137 ราย และบาดเจ็บ 345 ราย

กลุ่มไอเอสได้วาดหวังพื้นที่ในซาอุดิอาระเบียเช่นกัน รวมทั้ง ต้องการจะยึดเมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามคือเมกกะ และเมดินา ก่อนการโจมตีอิสราเอลและการเข้าควบคุมมัสยิดอัลอักซา ในกรุงเยรูซาเล็ม เมืองศักดิ์สิทธิ์เป็นอันดับสาม ของศาสนาอิสลาม

มีการเรียกร้องให้มีการล้มล้างผู้ครองซาอุดิอาระเบีย ไอเอสได้ปฏิบัติการโจมตีจังหวัดนาจ์ดและจังหวัดเฮจาซ ในซาอุดีอาระเบีย หลังจากอิทธิพลได้ฝังรากในราชอาณาจักร และในประเทศเยเมนที่อยู่ใกล้เคียง เป็นไปได้ว่าไอเอสกลุ่มย่อยๆ จะเข้าโจมตีกลุ่มผู้ครองซาอุดีอาระเบีย และรัฐบาลกลุ่มเป้าหมาย ในปี 2559

ในเดือนมิถุนายน ในอีกมุมหนึ่งของโลก ไอเอสได้ประกาศยึดครอง Wilayat Qawqas ในภาคเหนือของคอเคซัส ภายใต้การนำของ รุสทาม อะซิลดารอฟ (หรือนามแฝง อาบู มูฮัมมัด อัลคาดารี) กลุ่มก่อการร้ายหลายกลุ่มในที่อยู่ในสาธารณรัฐทั้งสี่ ภายใต้อาณาจักรอิสลามแห่งสาธารณรัฐคอเคซัส ของกลุ่มอัลกออิดะห์ ดำเนินงานกับกลุ่มไอเอส

ในอียิปต์ หลังจากที่กลุ่มที่มีความรุนแรงมากที่สุดของประเทศ อันซาร์ เบท อัล มัคดิส ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีต่ออัลบากาดี โดยการก่อตั้ง ไอเอสซีนาย โดยได้มีการโจมตีทำลายล้างกองกำลังความมั่นคงของอียิปต์ เป็นการตอบโต้ที่รัสเซียให้การสนับสนุน กองกำลังทหารอัสซาด ในประเทศ ซีเรีย ในวันที่ 31 ตุลาคม ไอเอสซีนาย ได้ระเบิดเครื่องบินเช่าเหมาลำ ที่มีผู้โดยสารชาวรัสเซีย มีผู้เสียชีวิตทั้งลำเป็นจำนวน 224 ราย

ในปี 2559 รัฐอิสลามและกลุ่มสาขาต่าง ๆ และกลุ่มที่เกี่ยวข้องอื่นๆ มีแนวโน้มที่จะโจมตี โดยมีเป้าหมายเป็นแถบตะวันตก รัสเซีย และชีอะห์

การตอบโต้

กลุ่มไอเอสในวันนี้ แสดงภัยคุกคามต่อรัฐบาลในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะมาจากฐานปฏิบัติการหลักในซีเรีย และอิรัค  จากกลุ่มสาขาของไอเอส และเครือข่ายในภูมิภาคอื่น ๆ และการดำเนินงานผ่านทางสื่อออนไลน์

เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามนี้ สมรรถภาพใหม่ ๆ จึงมีความจำเป็น ที่จะต้องนำมาใช้ในกองกำลังทหารหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานความมั่นคงของชาติ ปัจจัยเหล่านี้ ควรจัดลำดับ มีตั้งแต่การขยายหน่วยยุทธศาสตร์ขั้นสูงในการต่อต้านการก่อการร้าย การเพิ่มกำลังและประสิทธิภาพของการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ การพัฒนากรอบกฎหมายที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการกักขัง การเพิ่มหน่วยงานเฉพาะเพื่อดูแลการติดตั้ง cyberattacks; และการบูรณาการขีดความสามารถของการทำงานร่วมกันในการป้องกันและต่อต้านการก่อการร้าย

รวมถึง การเพิ่มจำนวนของหน่วยสืบราชการลับที่มีสมรรถภาพทางทหารสำหรับการสังหาร หรือ การจับกุมผู้นำไอเอส การรื้อถอนฐานที่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และการทำลายการปฏิบัติการที่เป็นหัวใจหรือแกนหลัก ในอิรักและซีเรียและที่อื่น ๆ

การรณรงค์ทางอากาศเพียงอย่างเดียวจะไม่บรรลุผลที่ต้องการ กองกำลังภาคพื้นดินทั้งพิเศษและสำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไป ที่มาสนับสนุนการรณรงค์ทางอากาศ มีความจำเป็นมากในการลดความสำคัญ และทำลายกลุ่มไอเอส  

แต่เพื่อที่จะมีส่วนในการดึงกลุ่มไอเอสมาร่วมทำสงครามภาคพื้นดิน รัฐต้องถือเจตจำนงทางการเมืองจะเป็นกุญแจสำคัญ ซึ่งจะต้องไม่มีการสูญเสียชีวิตมวลชน เช่น อุบัติการโจมตีมวลชน 9/11 เป็นไปได้ยากว่า จะมีการสนับสนุนของกองกำลังภาคพื้นดิน แต่หากปราศจาก การจำกัดวง การแยกออกจากกลุ่มอื่น และการกำจัดพื้นที่ทางกายภาพ การป้องกันความคิดในการเข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้าย และความคิดริเริ่มในการเปลี่ยนความคิดของพวกที่จะเข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้าย การสำเร็จผลอาจจะเป็นไปได้ยาก

ข้อสำคัญในการป้องกันการรุกล้ำพื้นที่ และเข้ายึดครองเป็นพื้นที่ของตนเอง ของกลุ่มไอเอสนั้นรัฐบาลควรจะใช้หลักนิติบัญญัติ และดำเนินการตัดสินใจอย่างเฉียบขาด หลังจากนั้น รัฐควรมีการสืบสวน ตรวจสอบ ดำเนินคดี และลงโทษ หน่วยงาน และบุคคล ที่ให้การสนับสนุน หรือมีส่วนร่วมในการก่อการเหล่านั้น

จังหวะอันรวดเร็วของกลุ่มไอเอสที่เข้าโจมตีอิรักและซีเรีย ได้สร้างแรงผลักดัน ในการขยายพื้นที่ และธำรงค์กลุ่มร่วมที่เกี่ยวข้องไว้นอกพื้นที่สงคราม ดังนั้นการป้องกันภัยคุกคามนี้ จากการขยายมากยิ่งขึ้น ส่วนสำคัญยิ่งจะต้องเน้นการจัดการกับพื้นที่ฐานหลัก และกลุ่มสาขาในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ และทำลายกระบวนการเชื่อมติดต่อระหว่างพวกเขา

ภัยคุกคามที่แท้จริงและภัยแฝง

ภัยคุกคามของไอเอสได้ปรากฏทั้งในการปฏิบัติการจริง และในโลกไซเบอร์

รัฐควรดำเนินการรณรงค์การต่อต้านไอเอสในภาคพื้น ควบคู่ไปกับการป้องกันไม่ให้กลุ่มก่อการร้ายมีอิทธิพลต่อชาวมุสลิมในพื้นที่ โดยมีการการควบคุมอินเทอร์เน็ตผ่านกรอบกฎหมาย และการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการใช้ในทางที่ผิด

เพื่อต่อต้านกลุ่มไอเอสในการส่งผ่านข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ รัฐบาลควรที่จะสร้างความร่วมมือกับ ธุรกิจภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและกลุ่มชุมชน และเพื่อที่จะจบสิ้น การต่อสู้กับการแสวงหาประโยชน์ที่มีความซับซ้อนเทคโนโลยีของกลุ่มไอเอส รัฐบาลควรจะสร้างเครือข่ายที่เชื่อถือได้กับ บริษัทเอกชน สถาบันการศึกษา และบริษัทต่างๆที่มีการทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยี

นอกจากนี้รัฐบาลควรมีการติดตามคู่ขนาน ในการป้องกันความคิดในการเข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้าย ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ และใช้โปรแกรมในการเปลี่ยนความคิดของพวกที่จะมาเข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้าย และมุ่งเป้าไปที่การฟื้นฟูคนเหล่านั้นให้กลับมามีส่วนในการช่วยเหลือต่อต้านกลุ่มก่อการร้าย

ความล้มเหลวในการตอบโต้ในหลายด้านพร้อมกัน จะส่งผล​​ในการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน ศาสนา และเชื้อชาติ ซึ่งเป็นผลกระทบต่อทั่วโลก ภูมิภาคและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของมนุษยชาติ

โรฮัน กูนารัทนา หัวหน้าศูนย์นานาชาติเพื่อการค้นคว้าด้านความรุนแรงทางการเมืองและการก่อการร้าย ประจำสำนักวิชาวิทยาการ เอส. ราชารัตนาม ด้านวิเทศศึกษา ในสิงคโปร์

ความคิดเห็นที่แสดงในบทความนี้เป็นของผู้เขียน ไม่ใช่ของเบนาร์นิวส์

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ