อนุกรรมาธิการฯ เห็นชอบกองทัพเรือ ซื้อเรือดำน้ำจีนเพิ่มอีก 2 ลำ

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2020-08-21
Share
200821-TH-CH-ship-building-1000.jpg บริษัท ไชน่า ชิปบิวดิ้ง แอนด์ ออฟชอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นำแบบจำลองเรือบรรทุกเครื่องบินและยุทโธปกรณ์อื่น ๆ มาแสดงในงาน Defense and Security 2017 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2560
ภิมุข รักขนาม/เบนาร์นิวส์

ในวันศุกร์นี้ คณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้มีมติอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ ในการอนุมัติโครงการที่กองเรือเสนอจัดซื้อเรือดำน้ำ จากประเทศจีน อีก 2 ลำ เป็นมูลค่า 22.5 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ตกต่ำเพราะการระบาดของโรคโควิด-19

นายยุทธพงศ์ จรัสเสฐียร ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดมหาสารคราม ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้แถลงให้ผู้สื่อข่าวทราบถึงผลการประชุมในวันนี้ โดยให้รายละเอียดว่า อนุกรรมาธิการฯ มีมติเห็นชอบต่อแผนการซื้อเรือดำน้ำ S-26T จากประเทศจีนอย่างเฉียดฉิว ด้วยคะแนนเสียง 5-4 คะแนน ซึ่งนายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ตนโหวตค้านเพราะว่าประเทศกำลังมีปัญหาทางเศรษฐกิจ และสามารถเลื่อนการจัดซื้อได้

ในเรื่องนี้ พลเรือโท ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ทางกองทัพเรือจะได้ดำเนินการเรื่องสัญญาจัดสร้างตามงบประมาณปีต่อปีต่อไป

“กองทัพเรือทำในสิ่งที่รัฐบาลอนุมัติไปก่อนหน้าแล้ว เราไม่ได้ฝืน หรือพยายามอะไร มันก็เป็นไปตามกระบวนการ ถ้ารัฐบาลสั่งจะซื้อกี่ลำก็สั่งไป แล้วขั้นตอนต่อไปก็ทำสัญญาจัดสร้างตามงบประมาณปีต่อปี ซึ่งก็จะใช้เวลาแต่ละลำ 5-6 ปี” พล.ร.ท.ประชาชาติ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

“กองทัพเรือเป็นหน่วยงานของรัฐบาล ก็ทำงานตามที่รัฐบาลเห็นชอบให้ทำ ตั้งแต่เราเริ่มโครงการ ก็มาจากความจำเป็นของยุทธศาสตร์ชาติว่า ต้องการความมั่นคงทางทะเล ซึ่งรัฐบาลก็เห็นด้วย รัฐสภาก็ผ่านงบตั้งแต่ปี 2563 มันก็เดินไปเรื่อย เจอโควิด ปีนี้ไม่มีเงิน กองทัพเรือทำก็ตามรัฐบาล คือ คืนเงินไป แต่ตัวโครงการอนุมัติมาแล้ว” พล.ร.ท.ประชาชาติ กล่าวถึงการคืนเงินงบประมาณปี 2563 ส่วนที่กองทัพเรือส่งคืนให้กรมบัญชีกลางตามคำสั่งรัฐบาล

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ เปิดเผยแก่เบนาร์นิวส์ว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำพลังงานดีเซล-ไฟฟ้า ชั้นหยวน แบบ S-26T ซึ่งปรับปรุงมาจากเรือดำน้ำชั้นหยวน (Yuan Class หรือ Type 039B) จากบริษัท ไชน่า ชิปบิวดิ้ง แอนด์ ออฟชอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (China Shipbuilding & Offshore International Co. Ltd.) จำนวน 1 ลำ เรียบร้อยแล้ว

โดยพลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำขณะนั้น ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า ทางกองทัพเรือ มีความต้องการจัดหาเรือดำน้ำพลังงานดีเซล-ไฟฟ้า แบบ S-26T รวมสามลำ คิดเป็นมูลค่า 36,000 ล้านบาท โดยลำแรกใช้เงินงบประมาณ 13,500 ล้านบาท ได้รับอนุมัติจากที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 เป็นข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล ได้ลงนาม ณ อาคารรับรองรัฐบาล เตี้ยวหยูไถ่ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และได้มีการวางกระดูกงูเรือดำน้ำลำแรกไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อเดือนกันยายน 2561

ในวันนี้พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับมติของอนุกรรมาธิการฯ โดยระบุว่า การที่ทางกองทัพเรืออ้างว่า ไม่สามารถเลื่อนการจัดซื้อได้ เนื่องจากเป็นการจัดซื้อแบบ G2G คือ การซื้อแบบรัฐต่อรัฐ จะทำให้เกิดความเสียหายในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศจีนนั้น ข้ออ้างดังกล่าวนี้ไม่ได้ปรากฏในสัญญา “Agreement for construction of S26T submarine between government of Thailand and government of China” แต่อย่างใด

ราชนาวีไทย เคยมีเรือดำน้ำที่ซื้อจากประเทศญี่ปุ่นประจำการ 2 ลำ ตั้งแต่ พ.ศ. 2480 และได้รับล็อตที่สองอีก 2 ลำ ใน พ.ศ. 2482 แล้วได้ปลดประจำการไป จากนั้น ได้มีการริเริ่มโครงการจัดซื้อซื้อเรือดำน้ำอีกครั้ง ในสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ พ.ศ. 2538 โดยราชนาวีได้พิจารณาเรือดำน้ำมือสอง จากประเทศเยอรมนี หรือเรือดำน้ำใหม่ จากประเทศสวีเดน แต่ไม่ผ่านอนุมัติรัฐสภา

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ