ศอ.บต. มอบบัตรประชาชนไทยให้ 90 คนไทยในมาเลเซีย

มารียัม อัฮหมัด
2018.10.15
ปัตตานี
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
181015-TH-Malaysia-children-1000.jpg ด.ช.อัสฮาร์ แวฮามะ อายุ 12 ปี หนึ่งในเด็กที่เข้าร่วมพิสูจน์สัญชาติ ดีใจที่ได้รับบัตรประชาชน โดยมีเพื่อนๆ ในหมู่บ้านร่วมให้กำลังใจและแสดงความยินดี วันที่ 15 ต.ค. 2561
มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์

นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานยุติธรรม และ ผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ทางการไทยสามารถออกบัตรประชาชนให้แก่บุคคลไร้สถานะทางทะเบียน ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กแล้ว 90 ราย จากบุคคลที่ผ่านการตรวจพิสูจน์สัญชาติจำนวน 139 ราย ส่วนในปีงบประมาณปัจจุบันนั้น มีผู้อาศัยในมาเลเซีย สมัครเข้ารับการตรวจดีเอ็นเออีก 33 ราย

นายธีรุตม์ กล่าวว่า ศอ.บต. ได้ดำเนินการจัดเก็บตัวอย่างและตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) เพื่อแก้ไขปัญหาบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์หรือไร้สัญชาติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในปีงบประมาณที่ผ่านมา นอกจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในมาเลเซียที่กล่าวมาแล้ว ยังมีประชาชนที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ในพื้นที่และญาติพี่น้องมาร่วมให้ตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม เพื่อเปรียบเทียบความสัมพันธ์ทางสายโลหิต และได้รับบัตรประชาชนไปแล้ว 609 คน

"ในปีงบประมาณที่ผ่านมา มีผู้ได้รับสัญชาติไทยไปแล้ว หลังจากได้มีการตรวจสารพันธุกรรมดีเอ็นเอ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย จำนวน 139 คน เทียบกับบุคคลอ้างอิงด้วย และมีผู้ได้บัตรประชาชนไปแล้ว 90 คน” นายธีรุตม์ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

“และได้ตรวจสารพันธุกรรม DNA ประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกจำนวน 1,066 คน ที่ต้องการมีบัตรประชาชน ซึ่ง 609 คนและบุคคลอ้างอิง 457 คน ผ่านการตรวจสอบแล้ว รวมมีผู้ได้รับบัตรประชาชนไปแล้ว 699 คน” นายธีรุตม์ กล่าวเพิ่มเติม

ในส่วนของปีงบประมาณ 2562 (ต.ค. 2562 ถึง ก.ย. 2563) มียอดผู้ที่ลงทะเบียนต้องการขอตรวจสารพันธุกรรม จากที่อยู่อาศัยในประเทศมาเลเซียและในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด 258 คน เป็นบุคคลในจังหวัดยะลา 13 คน จังหวัดปัตตานี 49 คน จังหวัดนราธิวาส 163 คน และที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย 33 คน

นายธีรุตม์กล่าวว่า การแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเช่นเดียวกับประชาชนไทยรายอื่นๆ และเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ

"เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ทางกฎหมาย ทั้งการรักษาพยาบาล การเดินทางออกนอกชุมชนที่อาศัยอยู่ การเดินทางไปต่างประเทศ และสวัสดิการขั้นพื้นฐานอื่นๆ จนกลายเป็นบุคคลผู้ยากไร้ ขาดโอกาสทางสังคม มีสถานะไม่ต่างอะไรจากคนต่างด้าว หากไม่ดําเนินการแก้ไขปัญหามันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาว" นายธีรุตม์กล่าว

ตามประกาศสํานักทะเบียนกลางในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 135 ตอนพิเศษ 41 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 เรื่องจํานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 พบว่ามีบุคคลไม่มีสัญชาติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด 13,905 คน แยกเป็น ยะลา 1,423 คน ปัตตานี 1,596 คน นราธิวาส 1,236 คน สตูล 490 คน สงขลา 9,160 คน ศอ.บต. จึงได้ดําเนินการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาบุคคลซึ่งไม่มีบัตรประจําตัวประชาชนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะคนไทยซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย

พ่อแม่เพิกเฉย-ทอดทิ้ง

ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำบัตรประชาชนไปให้กับ ด.ช.อัสฮาร์ แวฮามะ อายุ 12 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในเด็กที่เข้าร่วมพิสูจน์สัญชาติ เพราะบิดาไม่ได้แจ้งเกิด มีแต่เพียงแม่ คือ นางกอมารีเยาะ ดือมานิห์ เป็นบุคคลอ้างอิง โดยเจ้าหน้าที่ได้นำบัตรประชาชนไปให้ที่บ้านเลขที่ 151 ม.5 ต.ยะหาอ.ยะหา จ.ยะลา

"ดีใจที่สุด จะได้เรียนหนังสือตามที่ตั้งใจแล้วจริงๆ แม่บอกว่าเปิดเทอมนี้จะไปคุยกับครูที่โรงเรียนบ้านพงกูแว จะขอให้ฝากให้เรียนก่อน จากนั้นเทอมหน้าก็จะได้เข้าเรียนตามปกติอีกที แค่นี้ ก็ดีใจบอกไม่ถูกแล้ว ขอบคุณทุกคนที่ช่วย" ด.ช.อัสฮาร์ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

"เราคนจนหาเช้ากินค่ำ ลูกได้บัตรประชาชนเหมือนสามารถจ่ายหนี้ได้มันไม่สามารถคิดเป็นเงินได้ แต่มันมากสำหรับคนจนอย่างเรา อยากให้ ศอ.บต. ทำโครงการดีๆ แบบนี้ จนกว่าปัญหาคนไร้สัญชาติจะหมด” นางกอมารีเยาะ ดือมานิห์ มารดาของด.ช.อัสฮาร์ กล่าว

เจ้าหน้าที่และชาวบ้านกล่าวว่า ปัญหาของการไร้สัญชาติ มีสาเหตุมาจากการละเลยของบิดามารดาที่ไม่ไปแจ้งเกิดให้กับเด็กภายในเวลา 15 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด บางรายครอบครัแตกแยก และอีกส่วนหนึ่ง พ่อแม่ต้องไปทำมาหากินในประเทศมาเลเซีย จึงไม่สามารถแจ้งเกิดให้กับบุตรของตนได้

ด้านนางสิตีเมาะ สะอะ อายุ 64 ปี ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 50/1 ตรงกันข้ามกับบ้านเด็กชายอัสฮาร์ กล่าวว่า ตนเองประสบปัญหาที่ต้องดูแลเด็กทารกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้เลี้ยง โดยที่ไม่ได้มีการแจ้งเกิดเด็กเช่นกัน ทำให้เด็กไม่สามารถขอใช้บริการทางการแพทย์ได้

"ฉันเองก็มีปัญหา ชาวบ้านจากอำเภอสะบ้าย้อยจังหวัดสงขลา อายุประมาณ 20 ปี นำลูกอายุ 20 วัน มาให้เลี้ยง โดยอ้างว่าจะให้ค่าจ้างวันละ 300 บาท ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 จนถึงวันนี้ 9 เดือนแล้ว แม่ของเด็กยังไม่มารับเด็ก และไม่เคยได้รับค่าจ้างเลย แล้วยังต้องควักเงินคนจน 500 บาท และเงินชรา 600 บาท เป็นค่าแพมเพิสและค่านมให้กับเด็ก" นางสิตีเมาะ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

"ปัญหาไม่จบแค่นั้น เด็กคนนี้มักจะป่วยตลอด เงินบางส่วนที่เหลือก็จะต้องเอาไปซื้อยาที่ตลาดให้เขาอีก เพราะไม่สามารถพาไปโรงพยาบาลได้ เขาไม่มีสิทธิ์อะไรเลย ไม่มีแม้แต่เอกสารที่เกี่ยวกับเด็ก เคยถามแม่ของเด็กแล้ว ในวันที่มาฝากแม่ของเด็กบอกว่าไม่มี จึงอยากเรียกร้องให้ศอ.บต. ช่วยเหลือเด็กคนนี้ ให้สามารถมีชื่อในทะเบียนบ้านด้วย อยากขอให้เขาสามารถเข้าถึงสิทธิ์ต่างๆ ตามกฎหมายได้เหมือนเด็กคนอื่นๆ" นางสิตีเมาะกล่าว

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง