Follow us

ตำรวจเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา ทหารซ้อมผู้ต้องหาค้ายาดับ-บาดเจ็บ

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2020-04-21
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
พล.อ.อภิรัชต์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวในระหว่างการแถลงข่าว ที่กรุงเทพฯ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563
พล.อ.อภิรัชต์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวในระหว่างการแถลงข่าว ที่กรุงเทพฯ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563
รอยเตอร์

ในวันนี้ ผู้กำกับการ สภ.ธาตุพนม กล่าวว่า พนักงานสอบสวน เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาทหารชุดปราบปรามยาเสพติด จังหวัดนครพนม ในสองข้อหาหนัก หลังจากก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ต้องสงสัย จนเสียชีวิตและบาดเจ็บสองราย ขณะที่องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการสอบสวนคดีอย่างยุติธรรม และให้ทหารยุติบทบาทในการบังคับใช้กฎหมายต่อพลเรือน

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ทหารชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี นำกำลังเข้ารวบตัว นายยุทธนา ซ้ายซา อายุ 33 ปี และ นายณัฐพงษ์ ซ้ายชา อายุ 29 ปี เนื่องจากต้องสงสัยว่าค้ายาเสพติด และได้รุมทำร้ายร่างกาย เพื่อให้รับสารภาพว่าค้ายาเสพติด เพราะมีประวัติเสพยามาก่อน จนทำให้นายยุทธนาเสียชีวิต ส่วนนายณัฐพงษ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ล่าสุดในวันนี้ พ.ต.อ.ศรีนคร นัยวัฒน์ ผู้กำกับการ สภ.ธาตุพนม ได้เปิดเผยแก่ผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำผิดเบื้องต้นไว้ 2 ข้อหาหนัก หลังผลชันสูตรศพเบื้องต้น พบว่า การเสียชีวิตเกิดจากสมองถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง และปอดบวมช้ำ จากการได้รับแรงกระแทกก่อนเสียชีวิต

“เบื้องต้นตั้งไว้ 2 ข้อหา คือ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนข้อหาอื่น ต้องรอพิจารณาตามพยานหลักฐาน ก่อนที่จะสรุปสำนวนตามขั้นตอน และประสานให้หน่วยงานต้นสังกัดให้ผู้กระทำความผิดมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป” พ.ต.อ.ศรีนคร นัยวัฒน์ ผู้กำกับการ สภ.ธาตุพนม กล่าวกับผู้สื่อข่าว

พ.ต.อ.ศรีนคร กล่าวต่อด้วยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติการจำนวน 11 นาย มีชั้นสัญญาบัตร 1 นาย ชั้นประทวน 6 นาย และกำลังพลทหารเกณฑ์ 4 นาย ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาจะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐาน ว่าใครจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดบ้าง โดยขณะนี้ ยังรอผลการรับรองการชันสูตรศพยืนยันอย่างเป็นทางการ จากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น

ด้าน พล.ต.ราชันย์ ประจันตะเสน โฆษกกองทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงความคืบหน้าในกรณีนี้ว่า ขณะนี้ หน่วยงานต้นสังกัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว โดยทำคู่ขนานไปกับการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้ รอผลชันสูตรศพผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากทางโรงพยาบาล ส่วนเรื่องคดีเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะดำเนินการเพราะเป็นเรื่องทางกฎหมาย โดยทางกองทัพพร้อมรับผิดชอบและเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าคดีจะเป็นอย่างไร

“กองทัพไม่ปกป้องคนผิด และเป็นนโยบายของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะที่เราเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร หากปรากฏว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด หรือพลั้งมือ ก็ต้องยอมรับผิด” โฆษกกองทัพภาคที่ 2 ระบุ

ขณะนี้ ครอบครัวได้นำศพของนายยุทธนา ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านพัก อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยนายนิวัฒน์ ซ้ายซา บิดาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่ามีตัวแทนจากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน นำเงินมามอบให้จำนวน 1 หมื่นบาท เพื่อเยียวยาช่วยเหลืองานศพในเบื้องต้น

อย่างไรก็ตาม นายนิวัฒน์ ขอร้องให้กองทัพภาคที่ 2 ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวตน โดยให้ทหารที่รุมซ้อมลูกชายของตนออกมารับผิดชอบทุกนาย และอยากให้ตำรวจดำเนินคดีจนถึงที่สุด

“เจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ ไม่มีความปราณี ทำไมโหดร้ายแบบนี้ อยากฝากถึงหน่วยงานทหารว่า จะรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร” นางตาล ตุ้มอ่อน ป้าของผู้เสียชีวิต กล่าวแก่ผู้สื่อข่าว

นางตาล ยังกล่าวต่อด้วยว่า ยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าหลานทั้ง 2 คน จะดื่มเหล้า หรือหลงผิดเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เสพยากับกลุ่มเพื่อน แต่ไม่เคยสร้างปัญหาให้สังคม ไม่เคยมีการทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายใคร

สื่อมวลชนท้องถิ่นได้รายงานว่า ทหารทั้ง 7 นาย ที่ถูกกล่าวหาว่ารุมทำร้ายนายยุทธนาจนถึงแก่ความตาย ได้เข้าขอขมาศพนายยุทธนา ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านพัก รายงานข่าวระบุว่า ทหารทั้งเจ็ดนาย อาศัยช่วงเวลาที่ไม่มีคนอยู่มากนัก เข้าจุดธูปไหว้ศพ และรีบเดินทางกลับทันที โดยไม่ได้พูดคุยหรือทักทายกับผู้ใด

ด้านองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้ โดยกล่าวเรียกร้องให้ทางการไทยดำเนินการสอบสวนคดีโดยเร็วและโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม

“ทหารไทยที่กระทำการทารุณกรรมต่อสองพี่น้อง ซึ่งคนหนึ่งเสียชีวิต ต้องถูกดำเนินคดีที่สะเทือนขวัญ โดยเป็นอิสระจากการแทรกแซง และบริสุทธิ์ยุติธรรม รัฐบาลไทยต้องระลึกว่า ทหารไทยไม่ควรดำเนินการด้านการบังคับใช้กฎหมายต่อพลเรือน และควรเลิกการให้อำนาจในการปราบปรามยาเสพติด” นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวในแถลงการณ์

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ