Follow us

ศาลอาญายกฟ้อง “รินดา” โพสต์ข่าวลือนายกฯ โอนเงินไปต่างแดน

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพ
2018-01-25
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
นางรินดา พรศิริพิทักษ์ ผู้ถูกกล่าวหาฐานนำข้อความที่พาดพิงถึงนายกรัฐมนตรี มาเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก 15 ธันวาคม 2559
นางรินดา พรศิริพิทักษ์ ผู้ถูกกล่าวหาฐานนำข้อความที่พาดพิงถึงนายกรัฐมนตรี มาเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก 15 ธันวาคม 2559
ภาพจากเฟซบุ๊ก นางรินดา พรศิริพิทักษ์

ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง นางรินดา พรศิริพิทักษ์ ในวันพฤหัสบดีนี้ ในคดีละเมิดพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการที่โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กอ้างข่าวลือพาดพิงถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และภรรยา ว่ามีการโอนเงินหลักหมื่นล้านบาท ไปยังธนาคารต่างประเทศ เมื่อปี 2558 เพราะว่าเป็นการกล่าวถึงตัวบุคคลและไม่เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงของประเทศ

ในคดีนี้ พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ส่งสำนวนให้อัยการสั่งดำเนินคดีนางรินดา ในข้อหาละเมิดพรบ.คอมพิวเตอร์ ฯ ต่อศาลอาญา ซึ่งศาลอาญาใช้เวลาเพียง 2 วัน ในการสืบพยานศาลเห็นว่า ข้อความดังกล่าวไม่มีความกระทบกระเทือนต่อความมั่นคง แต่อาจสร้างความเสียหายต่อผู้ถูกพาดพิง อย่างไรก็ตามฝ่ายโจทก์ไม่ได้นำสืบว่าข้อความเป็นจริงหรือเท็จอย่างไร ตามข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

“โล่งใจเพราะจะได้จบได้เสียที แต่ไม่ได้ดีใจเพราะเราไม่ได้ทำผิดอะไร ความทรงจำกับสิ่งที่เกิดขึ้นยังอยู่ มันเกิดขึ้นจริง และยังรู้สึกเจ็บปวดกับมัน” นางรินดา ให้สัมภาษณ์กับเบนาร์นิวส์ทางโทรศัพท์

“ที่ฟ้องเราผิด พรบ.คอมฯ คิดว่าไม่ใช่ ยังไงก็หลุด แต่ในภาวะบ้านเมืองแบบเนี้ เราไม่มั่นใจว่าคดีนี้จะเป็นอย่างไร ทำให้เราไม่แน่ใจ แต่ในที่สุดศาลยังมีความยุติธรรม” นางรินดา กล่าวเพิ่มเติม

ในขณะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่ได้โอนเงินจำนวนกว่าหมื่นล้านบาทไปเก็บไว้ที่ประเทศสิงคโปร์ ตามที่เป็นข่าวในโซเชียลมีเดียแต่อย่างใด

สำหรับคดีนี้ นางรินดา พรศิริพิทักษ์ ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าจับกุม โดยอาศัยมาตรา 44 เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2558 จากการที่รินดาได้คัดลอกข้อความจากไลน์ แล้วโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวหาว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และภรรยา มีการโอนเงินที่ได้มาโดยมิชอบ มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทไปยังประเทศสิงคโปร์ ต่อมา อัยการทหาร ตั้งข้อหาการกระทำของรินดา เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ในการยุยงปลุกปั่น มีลักษณะกระทบต่อความมั่นคง

ในเบื้องต้นศาลทหารรับฟ้องและไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำให้นางรินดาถูกคุมตัวระหว่างดำเนินคดีเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งต่อมา ศาลทหารกลับคำสั่งว่า เป็นคดีหมิ่นประมาท พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการส่วนตัว ไม่ใช่ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงตามฟ้องและสั่งจำหน่ายคดีไปยังศาลพลเรือนแทน

ต่อมา พนักงานสอบสวนจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ส่งสำนวนเดิมให้อัยการสั่งดำเนินคดีในข้อหาผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ ต่อศาลอาญา ซึ่งนางรินดากล่าวยอมรับกับศาลว่า ตนเป็นคนโพสต์ข้อความดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้อ่านข้อความอย่างละเอียด เพราะเข้าใจว่าเป็นข้อความทางการเมืองทั่วไป

“ยอมรับว่าทำจริง โพสต์จริง ประมาทจริง แต่เป็นการกระทำที่ไม่ได้ไตร่ตรอง เป็นความบกพร่องของตนเองที่ไม่อ่านให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนโพสต์ เพราะคิดว่าเป็นข้อความเกี่ยวกับการเมืองที่แชร์กันมามากมาย และในฐานะประชาชน สามารถวิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบบุคคลสาธารณะได้โดยชอบธรรม เป็นเรื่องส่วนตัวและไม่เกี่ยวกับความมั่นคงเลย” รินดา อธิบาย

รินดา พรศิริพิทักษ์ หรือ “หลิน” อายุ 46 ปี แม่เลี้ยงเดี่ยวลูกสอง ประกอบอาชีพขายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทางออนไลน์ เริ่มสนใจติดตามการเมืองจากการพูดคุยกับสามี แต่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง จนกระทั่งสามีเสียชีวิตในปี 2555 จึงได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมนักโทษการเมืองที่เป็นเพื่อนสนิทสามี เชื่อว่าตนเองถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจับตา และตรวจสอบตั้งแต่ตอนนั้น

“สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราทั้งหมดจนถึงวันนี้ สิ่งที่เราสูญเสียไปทั้งหมด ชดเชยอะไรให้เราได้บ้าง ความรู้สึกเราชดเชยกันได้ไหม ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตเรา ทรัพย์สินเรา อิสระเรา ในประเทศนี้ไม่มีความหมาย” นางรินดา กล่าวทิ้งท้าย

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ