Follow us

รองนายก อบต.ท่าธง ถูกยิงเสียชีวิต จนท.รัฐรายที่สามของเดือนรอมฎอน

มารียัม อัฮหมัด และมาตาฮารี อิสมาแอ
ปัตตานี และ นราธิวาส
2019-05-22
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งนายสะมะแอ สะมะ รองนายก อบต. ท่าธง ที่โรงพยาบาลรามัน จังหวัดยะลา หลังถูกคนร้ายยิงเข้าอกด้านซ้าย ได้รับบาดเจ็บสาหัส วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 (มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์)
เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งนายสะมะแอ สะมะ รองนายก อบต. ท่าธง ที่โรงพยาบาลรามัน จังหวัดยะลา หลังถูกคนร้ายยิงเข้าอกด้านซ้าย ได้รับบาดเจ็บสาหัส วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 (มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์)
มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์

เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรท่าธง ในอำเภอรามัน กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวในตอนค่ำของวันพุธนี้ว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายยิงรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าธงเสียชีวิต นับเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองรายที่ 3 ที่เสียชีวิตในช่วงถือศีลอดรอมฎอนของปีนี้

ร.ต.ท.กุลเดช ถิละเวช รอง สว.สอบสวน สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา กล่าวว่า เมื่อเวลา 19.40 น. ตนได้รับแจ้งเหตุคนร้ายยิง นายสะมะแอ สะมะ อายุ 55 ปี รองนายก อบต.ท่าธง กระสุนโดนที่บริเวณอกข้างซ้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลรามัน จังหวัดยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล กล่าวว่า นายสะมะแอ ได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

ร.ต.ท.กุลเดช กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนเหตุเกิดในพื้นที่ ม.2 บ.จะรังตาดง ต.ท่าธง อ.รามัน ยะลา ทราบว่า เหตุเกิดในขณะที่นายสะมะแอ กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้านพัก ในระหว่างทางได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้อาวุธปืนยังไม่ทราบชนิดยิงใส่นายสะมะแอ จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนประเด็นและสาเหตุนั้น ร.ต.ท.กุลเดช กล่าวว่า อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

เหตุการณ์ยิงรองนายก อบต.ท่าธงเสียชีวิต ในค่ำวันพุธนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อวานนี้ หน่วยข่าวกรองด้านความมั่นคงในภาคใต้ ได้แจ้งเตือนว่า กลุ่มผู้ก่อการร้ายในพื้นที่เตรียมการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ในห้วงรอมฎอนเพิ่มเติมอีก

“เมื่อ 21 พ.ค. 62 ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า มีการสั่งการให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ก่อเหตุและก่อกวนต่อเจ้าหน้าที่ จุดตรวจ ด่านตรวจ ชุดคุ้มครองตำบล ที่มีการระวังป้องกันต่ำ โดยเน้นย้ำให้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ให้ได้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกันในห้วงวันที่ 17 และวันที่ 27 ของเดือนปอซอ ซึ่งเมื่อตรวจสอบกับปฏิทิน ตรงกับวันที่ 22 พ.ค. 62 และวันที่ 2 มิ.ย. 62 นี้” เจ้าหน้าที่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามกล่าวแก่เบนาร์นิวส์

วันนี้ เป็นที่ 17 ของการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ปีฮิจเราะห์ 1440 ที่ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม ได้เกิดเหตุยิงหรือวางระเบิดแล้ว 13 ครั้ง มีชาวบ้าน ตำรวจ ทหาร เสียชีวิต รวม 3 ราย บาดเจ็บ 15 ราย และเจ้าหน้าที่สามารถจับคนร้ายได้หนึ่งราย จากตัวเลขของทางการ

และเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวย้ำภายหลังการประชุม ครม. ว่า ให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดด้านความปลอดภัยไปจนสิ้นสุดการถือศีลอด

"ก็ต้องขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การทำงานแก้ปัญหาความมั่นคง ต้องได้รับความร่วมมือทั้งภาครัฐและประชาชน ทุกหมู่เหล่าต้องช่วยกัน และวันนี้ ได้มีการหารือพูดคุยกันแล้ว จะขอให้คงมาตรการเข้มงวดไปจนวันฮารีรายอ ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงรับเรื่องไปแล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล

ในวันนี้ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวในระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลว่า สถานการณ์ในเดือนรอมฎอนปีนี้มีความรุนแรงลดลง และได้เน้นย้ำการใช้หน่วยทหารขนาดเล็กเข้าถึงชาวบ้านในทุกพื้นที่ ตลอดรอมฎอน รวมทั้งการกำจัดยาเสพติด

“เพื่อคุ้มครองคนบริสุทธิ์ กดดันโจรออกจากหมู่บ้าน อยู่จนกว่าหมู่บ้านนั้นจะขาวสะอาดปราศจากผู้ก่อเหตุรุนแรง ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา ต้องเลือกข้างที่ถูกต้องเลือกฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ช่วยกันคุ้มครองหมู่บ้าน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ในการรักษาความปลอดภัย เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ต้องการความสงบสุข คืนสันติสุขสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” พลโทพรศักดิ์ กล่าว

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ