Follow us

นายกรัฐมนตรี ขอฝ่ายเคลื่อนไหวรับฟังคำชี้แจงของ กกต.

นนทรัฐ ไผ่เจริญ และวิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2019-04-01
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลทหาร ถึงผลการเลือกตั้งที่ไม่ชัดเจน ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2562
กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลทหาร ถึงผลการเลือกตั้งที่ไม่ชัดเจน ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2562
เอเอฟพี

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวในวันจันทร์นี้ว่า ขอให้ฝ่ายที่เคลื่อนไหวรับฟังในคำชี้แจงของ กกต. และขอไม่ไห้สร้างความวุ่นวาย ส่วนพลเอกประวิตร กล่าวตอบคำถามของผู้สื่อข่าวสายทหารว่า ฝากให้สื่อมวลชนเตือนฝ่ายเคลื่อนไหวไม่ให้ก่อความวุ่นวาย ส่วนทหารมีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์อยู่แล้ว

“ฝ่ายสื่อมวลชนต้องเตือน... ฝ่าย(ทหาร)พร้อมอยู่แล้ว” พลเอกประวิตร กล่าวตอบ

ผู้นำกลุ่มผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองแจ้งถูกทำร้ายและทำลายทรัพย์สิน หลังออกมาชุมนุมรวบรวมรายชื่อ เพื่อถอดถอน กกต. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สี่แยกราชประสงค์ เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งมีการปราศรัยและถือป้ายประท้วงการจัดการเลือกตั้ง ของ กกต.ในวันที่ 24 มีนาคม 2562 รวมทั้งกระบวนการนับคะแนนเลือกตั้งซึ่งมีความไม่ชัดเจนในกระบวนการ และมีความคลาดเคลื่อนเรื่องข้อมูล โดยในการชุมนุมครั้งนี้ มีประชาชนกว่า 100 คน

โดยล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตอย่างเป็นทางการ 100 เปอร์เซ็น พบว่าคะแนนป๊อบปูลาร์โหวต หรือคะแนนดิบ ของพรรคพลังประชารัฐ เพิ่มสูงขึ้นไปอยู่ที่ 8.4 ล้านเสียง จากก่อนหน้าที่ได้ 7.9 ล้านเสียง ทำให้ขณะนี้มีคะแนนนำพรรคเพื่อไทยกว่า 5 แสนเสียง

กกต. ได้เปิดเผยรายชื่อผู้ที่มีคะแนนสูงสุดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 แบบแบ่งเขต 350 เขต อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งแต่ละพรรคได้ที่นั่งดังนี้ พรรคเพื่อไทย 137 ที่นั่ง พลังประชารัฐ 97 ที่นั่ง ภูมิใจไทย 39 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์ 33 ที่นั่ง อนาคตใหม่ 30 ที่นั่ง ประชาชาติ 7 ที่นั่ง ชาติไทยพัฒนา 6 ที่นั่ง และ ชาติพัฒนา 1 ที่นั่ง

แต่เนื่องจาก กกต. ยังไม่ระบุจำนวนที่ชัดเจนอีกหลายจุด รวมถึงยังไม่มีการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ให้ชัดเจน และ ยังไม่มีการแถลงรายชื่อสมาชิกวุฒิสภา 250 คน อีกทั้งไม่สามารถระบุจำนวนที่นั่งของ ส.ส.ในสภาฯ ที่แต่ละพรรคจะได้รับ เพราะตัวเลขจาก กกต. ก็ยังไม่ชัดเจนอย่างเป็นทางการ

ในเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายเอกชัย และนายอนุรักษ์ เป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมรวบรวมรายชื่อถอดถอน กกต. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งมีการปราศรัยและถือป้ายประท้วงการจัดการเลือกตั้ง ของ กกต. ในวันที่ 24 มีนาคม 2562 รวมทั้งกระบวนการนับคะแนนเลือกตั้งซึ่งมีความไม่ชัดเจนในกระบวนการ และมีความคลาดเคลื่อนเรื่องข้อมูล โดยในการชุมนุมครั้งนี้ มีประชาชนกว่า 100 คนร่วม และมีการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ ควบคู่ไปกับการรณรงค์ออนไลน์ในเว็บไซต์ change.org “ร่วมกันลงชื่อถอดถอน กกต” ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ลงชื่อแล้วกว่า 8.3 แสนคน

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องถึง กกต. ใน 3 ข้อคือ

1. แสดงออกให้เป็นที่ประจักษ์อย่างแท้จริงถึงสถานะ “กรรมการ” ของการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ ปราศจากการครอบงำโดย คสช.  2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งในทุกหน่วยเลือกตั้งอย่างละเอียดที่สุด ทั้งตัวเลขผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียง จำนวนบัตรเลือกตั้งที่แต่ละหน่วยได้รับ จำนวนบัตรเสีย คะแนนผู้สมัครแต่ละคน  3. ติดตามและนำบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งที่ส่งไปผิดเขตเลือกตั้ง และบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ส่งไปยังสถานที่นับคะแนนไม่ทันเวลามานับเป็นคะแนน

สำหรับ การชุมนุมครั้งนี้ เริ่มในเวลาประมาณ 16.00 - 20.00 น. โดยนายเอกชัย ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำการชุมนุมครั้งนี้ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีเรียกปรับ จากการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเงิน 200 บาท ด้วย

ทั้งนี้ การเมืองในประเทศไทยได้คุกกรุ่นอีกครั้งหลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร ได้แสดงออกทางการเมืองผ่านสื่อโซเชียลและมวลชน ตั้งแต่งานแต่งงานลูกสาวในฮ่องกง เมื่อวันที่ 22 มีนาคม นี้ ซึ่งนายทักษิณ ได้กระทำการที่ไม่เหมาะสมต่อราชนิกูลจนผู้บัญชาการกองทัพไทยและขุนทหาร ได้ออกมาตบเท้าแสดงความไม่พอใจ และถอดนายทักษิณ ชินวัตร ออกจากทำเนียบศิษย์เก่าดีเด่นของโรงเรียนเตรียมทหาร

นอกจากนั้น ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเษกษาเรื่องการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากนายทักษิณ  ในช่วงสุดสัปดาห์นี้  โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลอื่น “เพราะนายทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุก และยังมีข้อหาอื่นๆ อีกหลายคดี อีกทั้งได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมยิ่ง”

ต่อมาในช่วงตีหนึ่งของวันจันทร์นี้ คนร้ายไม่ทราบกลุ่มได้ก่อเหตุลอบวางเพลิงเผารถยนต์ส่วนตัวของนายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองได้รับความเสียหาย โดยนายเอกชัยเชื่อว่าเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้มาจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองของตน

นายเอกชัย หงส์กังวาน กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ผ่านโทรศัพท์ว่า เหตุที่เกิดขึ้นกับตนเองน่าจะมีแรงจูงใจมาจากเรื่องการเมือง เนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 21.45 น. ของวันที่ 31 เมษายน 2562 นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ "ฟอร์ด เส้นทางสีแดง" นักเคลื่อนไหวด้านการเมือง ซึ่งร่วมเรียกร้องให้มีการถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สี่แยกราชประสงค์ ถูกทำร้ายในเวลาไล่เลี่ยกันกับการเกิดที่เหตุกับตนเอง

“เมื่อเวลา 01.18 น. คนร้ายใช้มอเตอร์ไซค์เข้ามาเผา แล้วก็ออกจากซอยไปตอน 01.20 น. ผมคิดว่า เป็นเรื่องการเมือง เรื่องที่ผมเรียกร้องการเลือกตั้งแน่นอน เพราะผมกับคุณฟอร์ดเคลื่อนไหวด้วยกันแค่เรื่องเดียวคือเรื่องเลือกตั้ง แล้วโดนทำในคืนเดียวกัน คุณฟอร์ดสี่ทุ่ม ของผมตีหนึ่ง” นายเอกชัย กล่าว

ซึ่งนายอนุรักษ์ เขียนข้อความลงบนเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า ตนเองถูกชายสวมชุดดำและหมวกกันน็อค ใช้จักรยานยนต์เดินทางเข้ามาทำร้ายตนที่บ้านพักด้วยไม้หน้าสาม เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บที่แขน ก่อนที่คนร้ายสองรายดังกล่าวจะหลบหนีไปได้

“กลัวน่ะไม่กลัวหรอก แต่สงสัยว่าทำไมต้องใช้ความรุนแรงขนาดนี้ เสียหายเป็นแสนนะครั้งนี้ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วย แต่ก็คงเคลื่อนไหวต่อไป ตอนนี้ก็ไปแจ้งความแล้ว แนะนำตำรวจให้เขาไปดูกล้องวงจรปิดตามถนนว่ารถคันนั้นมาจากไหน และออกจากซอยบ้านผมแล้วไปที่ไหนต่อ จะมาดูแต่บ้านผมคงไม่ได้ เพราะเขาใส่หมวกกันน็อค ไม่เห็นอะไรหรอก” นายเอกชัยระบุ

ทั้งนี้ นายเอกชัย ได้เปิดเผยว่า รถยนต์ซึ่งถูกลอบวางเพลิงคันดังกล่าว อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถซ่อมแซมได้ รายชื่อประชาชนที่ร่วมกันลงชื่อเพื่อถอดถอน กกต. ชุดปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในรถขณะเกิดเหตุได้รับความเสียหายบางส่วน และลำโพงซึ่งใช้สำหรับปราศรัยได้รับความเสียหายเล็กน้อย

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ กล่าวแก่สื่อมวลชนว่า นายเอกชัยจำเป็นต้องหาหลักฐานมายืนยัน หากจะระบุว่า การที่รถของตนเองถูกวางเพลิงมีสาเหตุมาจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง

“ระบุว่าถูกฝ่ายตรงข้ามเผารถทำลายเอกสารถอดถอน กกต. นั้น ต้องเอาหลักฐานมาว่าลอยๆ ไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักฐาน” พล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า การชุมนุมเคลื่อนไหวของประชาชนในการล่ารายชื่อถอดถอน กกต. นั้นยังไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น โดยยังอยู่บนกรอบของกฎหมาย ซึ่งหากมีอะไรนอกเหนือจากกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องดำเนินคดี

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ