Follow us

เพื่อไทยนำจับมือ รวม 7 พรรค เตรียมตั้งรัฐบาล หวังหยุด คสช.สืบทอดอำนาจ

นนทรัฐ ไผ่เจริญ และวิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2019-03-27
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
พรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย ประชาชาติ เพื่อชาติ และพลังปวงชนไทย ได้แถลงข่าวและร่วมลงนามในสัตยาบัน เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. ครั้งนี้ จัดขึ้นที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ ถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ
พรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย ประชาชาติ เพื่อชาติ และพลังปวงชนไทย ได้แถลงข่าวและร่วมลงนามในสัตยาบัน เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. ครั้งนี้ จัดขึ้นที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ ถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ
เอเอฟพี

ในวันพุธนี้ พรรคเพื่อไทย นำพรรคการเมือง 7 พรรค ประกาศจับมือร่วมตั้งรัฐบาล อ้างที่นั่งเกินครึ่งที่ 255 ที่นั่ง หวังหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ก็ได้แถลงการณ์ เชื่อว่าฝั่งตนสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เช่นกัน แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อพรรคที่ตนร่วมเจรจาแล้ว

พรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย ประชาชาติ เพื่อชาติ และพลังปวงชนไทย ได้แถลงข่าวและร่วมลงนามในสัตยาบัน เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. ครั้งนี้ จัดขึ้นที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ ถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ โดยมีหัวหน้าพรรคของทั้ง 6 พรรค ร่วมลงนาม ส่วนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ไม่ได้มาร่วมการแถลง แต่ได้ยืนยันแล้วว่าจะร่วมกับ 6 พรรค ข้างต้นเช่นกัน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี ในบัญชีของพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่ได้เป็น ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ กล่าวว่า พรรคที่ร่วมลงนามทั้งหมดวันนี้ คาดว่าจะได้ที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ไม่ต่ำกว่า 255 ที่นั่ง ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร จึงควรจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

“วันนี้ พวกเรา ไม่ต่ำกว่า 255 เสียง ในเจ็ดพรรค เราเดินหน้าร่วมกันแน่นอน... พวกเรา ถือว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ ที่พี่น้องประชาชนมอบฉันทามติให้ ขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองอื่น สร้างประชาธิปไตยไทยให้แข็งแรงด้วยกัน เรายืนยันว่าทั้งเจ็ดพรรคจะเดินตาม กติกามารยาท… ภารกิจที่สองที่เราต้องทำก็ คือ หาคำตอบจาก กกต. ถึงความโปร่งใสในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ขณะที่ นายทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ในทวิตเตอร์ @ThaksinLive คืนวันนี้เช่นกัน ว่า "วันนี้รู้สึกดีใจกับประเทศไทย ที่ฝ่ายประชาธิปไตยรวบรวมเสียงได้ เกินครึ่งหนึ่งของที่นั่งในสภา"

"ผมออกมาอยู่นอกประเทศกว่า 10 ปีแล้ว ขอทุกฝ่ายอย่าได้ใช้ชื่อผมเป็นเงื่อนไขทางการเมืองใดๆอีกเลย ผมขอเป็นเพียงกองเชียร์ ให้ประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย เพื่อความผาสุขของคนไทยเท่านั้นครับ" จากทวิตเตอร์@ThaksinLive ของนายทักษิณ วันพุธนี้

ทั้งนี้ มีพรรคการเมืองที่คาดว่าจะได้คะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขต และ/หรือ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 15 พรรค

ขณะที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า พรรคอนาคตใหม่ สนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นตัวแทนจากพรรคที่ได้ ส.ส. มากที่สุด จากการเลือกตั้งครั้งนี้

“ผมร่วมกับพรรคการเมืองอื่นที่อยู่บนเวทีนี้ ต้องการที่จะหยุดยั้งอำนาจ คสช. นายกรัฐมนตรี ควรจะต้องมาจากพรรคที่ได้ ส.ส. อันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง สนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกรัฐมนตรี… การดึงดันที่จะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วใช้ กลไก ส.ว. เป็นตัวสนับสนุนจะรังแต่ให้เกิดความวุ่นวายต่อสังคม พรรคการเมืองที่พยายามที่จะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะทำให้สังคมไปสู่ทางตัน” นายธนาธรกล่าวแก่ผู้สื่อข่าว

ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า หากฝ่ายพลังประชารัฐตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย น่าจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของคณะรัฐมนตรีที่จะบริหารบ้านเมืองในอนาคต

“ในนามของพรรคประชาชาติ พรรคอยากจะเห็นว่าหลังการเลือกตั้ง รัฐบาลที่จะมาจัดตั้งบริหารประเทศต่อไปนี้ ควรจะเป็นรัฐบาลที่เคารพในสิทธิของพี่น้องประชาชน แล้วต้องการที่จะพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศนี้อย่างจริงจัง ไม่ควรจะเป็นรัฐบาลที่เห็นแก่พวกพ้อง พยายามที่จะสานต่ออำนาจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศเราบอบช้ำต่อไปอีก” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

“ถ้าหากว่า ใครคิดจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย อาศัยเสียง วุฒิสภา มาร่วมจะเป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ เศรษฐกิจก็ย่ำแย่” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวเพิ่มเติม

พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยืนยันว่า ตนเองจะร่วมกับพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตย และหวังจะเห็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยุติบทบาทการบริหาร

“ยืนยันอยู่เคียงข้างฝ่ายประชาธิปไตย ขอให้ กกต. จัดการเลือกตั้งให้มีความเรียบร้อยบริสุทธิ์ ยุติธรรม... ผมว่าบ้านเมืองจะสงบเรียบร้อย เอาคุณประยุทธ์ออกไปซะที” พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ กล่าว

ขณะที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ยืนยันผ่านสื่อมวลชนเช่นกันว่า ตนเองจะร่วมกับพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตยเท่านั้น แม้ไม่ได้มาร่วมการลงสัตยาบันและแถลงข่าวในครั้งนี้

คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เปิดเผยรายชื่อผู้ที่มีคะแนนสูงสุดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 แบบแบ่งเขต 350 เขต อย่างไม่เป็นทางการ แล้วเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 25 มีนาคม 2562 โดยระบุว่า แต่ละพรรคได้ที่นั่งดังนี้ พรรคเพื่อไทย 137 ที่นั่ง พลังประชารัฐ 97 ที่นั่ง ภูมิใจไทย 39 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์ 33 ที่นั่ง อนาคตใหม่ 30 ที่นั่ง ประชาชาติ 7 ที่นั่ง ชาติไทยพัฒนา 6 ที่นั่ง และ ชาติพัฒนา 1 ที่นั่ง

พรรคพลังประชารัฐย้ำตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์

ด้าน พรรคพลังประชารัฐ ได้จัดแถลงข่าวโดยระบุว่า กำลังรวบรวมพรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาลเช่นกัน แต่จำเป็นต้องรอความชัดเจนเรื่องคะแนนเสียง และที่นั่ง ส.ส. จาก กกต. ก่อน จึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าจะร่วมงานกับพรรคใดบ้าง อย่างไรก็ตามจุดยืนสำคัญของพรรค คือการเสนอชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุด

“เรามั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐ จะสามารถร่วมกับพรรคที่มีอุดมการณ์ร่วมกันและจัดตั้งรัฐบาลได้… วันนี้คะแนนยังไม่นิ่ง จะพูดคุยอะไรกันนี่ ต้องคำนึงว่าคะแนนยังไม่เป็นทางการ ถ้าจะพูดคุยเรื่องการมาร่วมกัน ตรงนั้นก็จะชัดเจน กกต. ยังไม่ได้แถลง เราจะใช้เวลาให้ดีที่สุด จะไม่เร่งแถลงออกมา” นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าว

“เกิดใบแดงขึ้นมา มันเปลี่ยนได้เลย เรามาทำงานของเราเตรียมให้พร้อม ตัวเลขนิ่งก็ทำงานเลย  เราสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอันนี้คือจุดยืนของเรา ขอยังไม่เปิดเผยว่า เราคุยกับใครบ้าง หรือใครคุยกับเราบ้าง เราคุยกับหลายพรรค” นายอุตตม ระบุ

ส่วนนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เรียกร้องให้พรรคอีกฝ่ายที่หวังจัดตั้งรัฐบาล หยุดใช้คำว่า พรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตย เนื่องจากการเข้าสู่การเลือกตั้ง คือ การเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้วทุกพรรค

“หยุดได้แล้วกับการอ้างฝ่ายประชาธิปไตย… พี่น้องประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ 7.9 ล้านเสียง พวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่ฝั่งประชาธิปไตยหรือ ประชาธิปไตยที่แท้ คือการเคารพเสียงของพี่น้องประชาชน วันนี้ไม่มีฝ่ายประชาธิปไตย และไม่มีฝ่ายเผด็จการ พรรคพลังประชารัฐเดินตามครรลองประชาธิปไตย ด้วยจุดยืนของพรรคพรรคนี้คือ พรรคประชาธิปไตย” นายสนธิรัตน์ กล่าว

ด้านพรรคการเมืองตัวแปรที่คาดว่ามี ส.ส. ประมาณ 50 ที่นั่ง เช่น พรรคภูมิใจไทย ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ จนกว่าจะมีการประกาศผลเป็นทางการ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีที่นั่งใกล้เคียงกัน ยังไม่ได้แถลงการตัดสินใจใดๆ เช่นกัน

“พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า ยังไม่มีความเห็นในเรื่องนี้จนกว่าจะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการโดย กกต. ในวันที่ 9 พฤษภาคม” นายศุภชัย ใจสมุทร กล่าวแก่ช่องทีเอ็นเอ็น

แถลงการณ์จากสหรัฐอเมริกา

วานนี้กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ว่า "เราขอแสดงความยินดีกับประชาชนชาวไทยหลายสิบล้านคน ที่เข้าร่วมการเลือกตั้งที่รอคอยกันมาเป็นเวลานาน ในวันที่ 24 มีนาคม เพื่อแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุน การกลับไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง การโหวต กระบวนการทำงานของสื่อที่เข้มแข็ง และการอภิปรายอย่างเปิดเผย เป็นเครื่องหมายที่ดีสำหรับการกลับไปสู่รัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตย ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของประชาชน"

"เรายืนหยัดกับชาวไทย ในการเรียกร้องให้มีการประกาศผลการลงคะแนนอย่างรวดเร็ว และยุติธรรม แล"ะโปร่งใสในการสอบสวน การรายงานผลที่ผิดปกติ"

"สหรัฐอเมริกามุ่งหวังที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งของประเทศไทย เพื่อพัฒนาคุณค่า ที่จะทำให้ประเทศของเราใกล้ชิดกันมากขึ้น อันหมายรวมถึง ประชาธิปไตย ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองสำหรับประชาชนทุกคน" แถลงการณ์ดังกล่าว กล่าว

กฎเกณฑ์กติกา.. ยังเป็นปัญหา?

นายฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ว่า หากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล ประเทศน่าจะอยู่ในความสงบ ไม่เกิดความรุนแรงเนื่องจากมีแนวโน้มว่า รัฐบาลจะใช้อำนาจทหารในการควบคุมสถานการณ์

“ถ้าพรรคพลังประชารัฐตั้งรัฐบาลได้ ผมเห็นว่า ปัจจุบัน มีการยอมรับทหารพอสมควร จากชนชั้นกลาง ดังนั้นความรุนแรงไม่น่าจะเกิด พรรคพลังประชารัฐน่าจะสามารถใช้ทหารควบคุมสถานการณ์ได้ แต่สถานการณ์แบบนั้นก็จะกระทบกับการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย” นายฐิติพล กล่าว

“ถ้าเป็นเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ถ้าทุกคนยอมรับกฎเกณฑ์กติกาก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่มีแนวโน้มว่าจะมีกลุ่มคนที่ไม่ยอมรับ น่าจะมีสูง และจุดยืนของเพื่อไทย อนาคตใหม่ หรือพรรคอื่นๆ ที่ต้องการจะปฏิรูปกองทัพ ก็อาจจะนำมาสู่รัฐประหาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการไม่ยอมรับการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งทหารควรอยู่ภายใต้ฝ่ายบริหาร หากเป็นเช่นนั้น สถานการณ์ก็น่าจะกลับสู่จุดเดิม คือมีรัฐบาลทหาร พลเอกประยุทธ์ควรจะยอมรับการจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคที่ได้เก้าอี้มากที่สุด” นายฐิติพล กล่าวเพิ่มเติม

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ