Follow us

ฮากีม ปฏิเสธการขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนของบาห์เรนต่อศาลไทย

นนทรัฐ ไผ่เจริญ และวิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2019-02-04
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
นายฮากีม อัล-อาไรบี ขณะเดินทางถึงศาลอาญา รัชดาภิเษก วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562
นายฮากีม อัล-อาไรบี ขณะเดินทางถึงศาลอาญา รัชดาภิเษก วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562
นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์

ในวันจันทร์นี้ นายฮากีม อัล-อาไรบี นักฟุตบอลชาวบาห์เรน ถูกนำตัวมาขึ้นศาลอาญา รัชดาภิเษก ซึ่งอัยการได้ร้องขอต่อศาลให้ส่งตัวเขากลับไปยังประเทศบาห์เรนในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน โดยนายฮากีม ขอคัดค้านการส่งตัวกลับ ส่วนศาลได้อนุญาตให้ทนายยื่นคำคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในวันที่ 5 เมษายน และให้ฝากขังนายฮากีมต่อไปได้อีก 60 วัน

ในห้องพิจารณาคดีที่ 704 ของศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ผู้พิพากษาศาลอาญา ได้อ่านคำร้องในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ผด. 6/2562 ซึ่งพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศเป็นโจทก์ร้องขอต่อศาลให้ส่งตัวนายฮากีม จำเลย กลับไปยังประเทศบาห์เรน ตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 ซึ่งในการพิจารณาวันนี้ มีตัวแทนจากสถานทูตกว่า 10 ประเทศ ผู้สนใจ และสื่อมวลชน ร่วมสังเกตการณ์กว่า 30 ชีวิต

“คำฟ้องของอัยการคือ ขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่ทางการบาห์เรน โดยอ้างว่าจำเลยเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของอัยการ และศาลประเทศบาห์เรนพิพากษาตัดสินจำคุกจำเลยเป็นเวลา 10 ปี จากเหตุที่เกิดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2012” ศาลอ่านคำร้องของอัยการตอนหนึ่ง

“อัยการสูงสุดเห็นว่าการกระทำของจำเลยผิดกฎหมายบาห์เรน ซึ่งเทียบได้กับกฎหมายไทยได้พิจารณาคำร้องขอของกระทรวงการต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องขอให้ศาลอนุญาตส่งตัวกลับไปรับโทษยังราชอาณาจักรบาห์เรนต่อไป” ตอนหนึ่งของคำฟ้องระบุ

ทั้งนี้ นายฮากีม ได้แจ้งต่อศาลผ่านล่ามภาษาอาราบิกว่า เขาไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกศาลประเทศบาห์เรนตัดสิน เนื่องจากขณะที่เกิดเหตุการชุมนุมทางการเมือง ตามฟ้องเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 ในประเทศบาห์เรนนั้น เขากำลังแข่งขันฟุตบอลอยู่ และปัจจุบัน เขาไม่อยากถูกส่งไปยังบาห์เรน เนื่องจากเกรงว่า จะเกิดอันตรายต่อตัวเอง

“มีการชุมนุมในเวลา 18.00 น. ผมแข่งขันฟุตบอลอยู่ และฟุตบอลแข่งเสร็จในเวลา 19.15 น. ผมปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ และถ้าผมกลับไปบาห์เรนจะถูกลงโทษหนัก ผมจึงกลัว คดีที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งทางศาสนาไม่ใช่อาชญากรรม” นายฮากีม ระบุผ่านการแปลของล่าม

ด้านนางสาวณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความของนายฮากีม ได้แจ้งต่อศาลว่า จำเลยคัดค้านคำขอของอัยการที่ต้องการส่งตัวเขากลับ และจะขอยื่นคำคัดค้านเป็นหนังสือ โดยใช้เวลาอย่างน้อย 60 วัน เนื่องจากต้องรวบรวมข้อมูลต่างๆ ร้องขอเอกสารบางอย่างจากต่างประเทศ และแปลเอกสารภาษาอังกฤษ และอาราบิก ซึ่งอัยการไม่คัดค้านคำร้องดังกล่าว

“เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และการต่อสู้คดีของจำเลย ให้จำเลยยื่นคัดค้านเป็นหนังสือ ภายในวันที่ 5 เมษายน 2562 และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 22 เมษายน 2562 เวลา 09.00 นาฬิกา” คำพิจารณาของศาลตอนหนึ่งระบุ

 

นางสาวณัฐาศิริ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์อีกว่า จะยื่นขอประกันตัวนายฮากีมในจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งอัยการได้แจ้งต่อศาลว่า ขอคัดค้านการประกันตัว หลังจากการขึ้นศาลในวันนี้ นายฮากีม จึงถูกนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เช่นเดิม

นายฮากีม อัล-อาไรบี นักฟุตบอลชาวบาห์เรน อายุ 25 ปี ที่ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในประเทศออสเตรเลีย เมื่อปีที่แล้ว ถูกจับกุมตัวขณะเดินทางมาพักผ่อนในประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 จากการมีหมายจับสีแดงของตำรวจสากล เพราะเป็นผู้ถูกศาลบาห์เรนพิพากษาลงโทษจำคุก 10 ปี จากคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง ในปี 2555 โดยก่อนหน้านี้นายฮากีมได้หนีไปเป็นผู้ลี้ภัย และอาศัยในประเทศออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2557

ออสเตรเลียขอไทยส่งฮากีมกลับ

นายมาร์ค วอร์น็อก เลขานุการโท นักการทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ในฐานะโฆษกเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย กล่าวหลังจากการฟังคำพิจารณาของศาลว่า ออสเตรเลียต้องการให้ไทยส่งนายฮากีมกลับไปยังออสเตรเลียโดยเร็วที่สุด

“รัฐบาลออสเตรเลียต้องการให้คุณฮากีมกลับไปประเทศออสเตรเลียโดยเร็วที่สุด เพราะเขาเป็นผู้ลี้ภัย และเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย คุณฮากีมเป็นที่รักของแฟนฟุตบอล ทีมพาสโค่เวล เอฟซี และแฟนฟุตบอลทั่วประเทศ เราหวังว่าคุณฮากีมจะได้กลับไปหาครอบครัว และภรรยาของเขาในเร็ววัน” นายมาร์ค กล่าวเพิ่มเติม

รัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงอำนาจศาลได้

นายดอน ปรมัตวินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ในชั้นนี้ ยังไม่ได้หมายความว่า ประเทศไทยจะส่งตัวนายฮากีมกลับไปยังบาห์เรน

“ไม่มีส่วนใดของไทยที่จะได้ประโยชน์จากการควบคุมตัวนายฮากีม แต่เราจับพลัดจับผลูมาอยู่ในภาพของประเด็นปัญหานี้ ในฐานะรัฐอธิปไตยที่มีพันธะทางกฎหมาย และความถูกต้องต่อสังคมโลก เราจึงต้องให้ความร่วมมือด้านกฎหมาย” นายดอน กล่าว

“ขอให้ออสเตรเลียกับบาห์เรนซึ่งเป็นเพื่อนที่ดีของไทย และเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน และไม่ว่าแนวทางออกร่วมกันดังกล่าวจะมาในรูปแบบใด ไทยก็ยินดีจะช่วยส่งเสริมให้เป็นจริง และบรรลุผลสัมฤทธิที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย” นายดอน กล่าวเพิ่มเติม

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ