กรมอุทยานแห่งชาติทำลายงาช้างของกลางน้ำหนักกว่าสองตัน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

โดย ทีมข่าวเบนาร์นิวส์
2015.08.26
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
TH-ivory-destruction กรมอุทยานแห่งชาติฯในวันพิธีการบดและเผาทำลายงาช้าง ครั้งประวัติศาสตร์ของรัฐบาลไทย เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการกำจัดอาชญากรรมสัตว์ป่า เมื่อ 26 ส.ค. 2558
เอื้อเฟื้อภาพ โดย WWF-Thailand

ในวันพุธนี้ (26 ส.ค. 2558) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้จัดให้มีพิธีทำลายงาช้างแอฟริกา ที่ยึดได้จากขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ เป็นน้ำหนักกว่าสองตัน โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนทางการทูต และองค์กรอนุรักษ์ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อเน้นย้ำเจตนารมณ์ในการปราบปรามอาชญากรรมสัตว์ป่าและร่วมกันหยุดการลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมาย

จากข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติฯ สิ่งที่ถูกทำลายในวันนี้ มีตั้งแต่งาช้างดิบทั้งกิ่งและท่อน งาช้างแกะสลัก และผลิตภัณฑ์งาช้างจากแอฟริกา คิดเป็นน้ำหนัก 2,155.17 กิโลกรัมคิดเป็นมูลค่าประมาณหนึ่งร้อยล้านบาท และคำนวณว่าได้มาจากการฆ่าช้างประมาณ 200 เชือก

นับเป็นการบดและเผาทำลายงาช้างครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรัฐบาลไทย โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดพิธีทำลายงาช้างของกลางที่คดีสิ้นสุดและตกเป็นของแผ่นดิน พร้อมกล่าวว่า “เราต้องทำต่อเนื่อง ต้องแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ทำอะไรต้องให้เป็นรูปธรรมเป็นก้าวต่อไปของไทยให้นานาประเทศยอมรับเราได้ เราจะร่วมมือทำกันต่อไป และดูแลช้างและทรัพยากรธรรมชาติของเราให้ดีที่สุดด้วยกฎหมายและการปฎิบัติที่เข้มงวด”

“การทำลายงาช้างของกลางในครั้งนี้เป็นมากกว่าเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เพราะนี่เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งในความพยายามของประเทศไทย ในการขจัดปัญหางาช้างผิดกฎหมายในปีที่ผ่านมา” จันทร์ปาย องค์ศิริวิทยา ผู้จัดการงานรณรงค์ต่อต้านการค้าสัตว์ป่า ตัวแทนจาก WWF ผู้เข้าร่วมการตรวจสอบในครั้งนี้ กล่าวในคำแถลงของ WWF  “พิธีทำลายงาช้างในครั้งนี้สอดคล้องกับพันธสัญญาของรัฐบาลไทยและเจตจำนงค์ของคนไทยในการหยุดการลักลอบการค้างาช้างผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก” คำแถลงกล่าว

กรมอุทยานแห่งชาติได้กล่าวทางเวบไซต์ว่า การทำลายงาช้างในครั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์เชิงสัญลักษณ์ ให้นานาชาติได้รับรู้ว่าคนไทยและประเทศไทยมีจิตใจอนุรักษ์ช้าง ไม่ว่าช้างนั้นจะเป็นช้างของไทยหรือช้างแอฟริกา เราไม่ต้องการส่งเสริมให้มีการลักลอบล่าเพื่อเอางา หรือการค้างาช้างที่ผิดกฎหมาย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกลายเป็นทางผ่านของการลักลอบงาช้างจากประเทศในแอฟริกา จนเป็นเหตุให้ที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารอนุสัญญา CITES ครั้งที่ 65 ระหว่างวันที่ 7-11 กรกฎาคม 2557 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส มีมติให้ประเทศไทยต้องดำเนินการเพื่อควบคุมการค้างาช้างให้มีประสิทธิภาพ ดังกล่าวคือ หนึ่ง ตรากฎหมายหรือข้อบังคับที่เหมาะสม เช่น การกำหนดให้ช้างแอฟริกาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองภายใต้กฎหมายสัตว์ป่า เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการควบคุมการค้าภายในประเทศ และการครอบครองงาช้าง และการค้างาช้างอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการกำหนดโทษแก่ผู้กระทำผิด สอง ตรากฎหมายหรือข้อกำหนดให้มีระบบการจดทะเบียนงาช้างภายในประเทศ และระบบที่มีประสิทธิภาพเพื่อการจดทะเบียนและออกใบอนุญาตผู้ค้างาช้าง รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายและบทกำหนดโทษแก่ผู้กระทำผิด และสาม เพิ่มความพยายามในการติดตามและควบคุมผู้ค้างาช้างและข้อมูลงาช้าง เพื่อการบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามการค้างาช้างที่ผิดกฎหมาย รวมถึงตัวชี้วัดที่สามารถตรวจวัดได้ และให้รายงานความก้าวหน้าภายในวันที่ 15 มกราคม 2558 และวันที่ 31 มีนาคม 2558 หากประเทศไทยไม่สามารถดำเนินการตามมติที่ CITES แจ้งมาได้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2558  ภาคีอนุสัญญา CITES จะระงับการค้ากับประเทศไทย

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง