Follow us

ประชาชนไทยเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา รัชกาลที่ 10

ทีมข่าวเบนาร์นิวส์
วอชิงตัน
2017-07-28
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
พระสงฆ์รับบิณฑบาตประชาชนและข้าราชการ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ลานพระราชวังดุสิต 28 ก.ค. 2560
พระสงฆ์รับบิณฑบาตประชาชนและข้าราชการ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ลานพระราชวังดุสิต 28 ก.ค. 2560
เบนาร์นิวส์

เนื่องในวันศุกร์ (28 กรกฎาคม 2560) นี้ เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ครบ 65 พรรษา นายกรัฐมนตรีได้นำคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และประชาชนนับพัน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 651 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยาได้วางพวงมาลา และจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะที่หน้าพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลานพระราชวังดุสิต ได้ทำการอัญเชิญพระพุทธบรมมหาจักรีศรีภูมิพลมหาราช ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เป็นพระประธานในพิธี

สำหรับผู้ร่วมพิธีตักบาตรในวันนี้ ประกอบด้วย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี องคมนตรีและคู่สมรส ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพร้อมคู่สมรส ประธานศาลฎีกาพร้อมคู่สมรส ส่วนราชการในพระองค์ คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ประธานองค์กรอิสระ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ผู้บัญชาการทหารและตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการอิสระ พร้อมประชาชน โดยได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 651 รูป จากวัดต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และใกล้เคียงมารับบิณฑบาต

ทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีที่ลานพระราชวังดุสิต นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังพระบรมราชวัง เพื่อลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ด้วย

นอกจากพิธีที่ลานพระราชวังดุสิตแล้ว ที่กระทรวงและส่วนราชการต่างๆ ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้มีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เช่นกัน และนอกจากการทำบุญตักบาตรตามหลักศาสนาพุทธแล้ว ประชาชนชาวไทยที่นับถือศาสนาอื่นๆ ก็ได้ร่วมกันทำบุญตามหลักศาสนาของตน เพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ด้วย

พระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2495 เวลา 17.45 น.

มีพระเชษฐภคินี 1 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระขนิษฐภคินี 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

เมื่อทรงเจริญพระชนมายุได้ 1 พรรษา สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงถวายพระนามตามดวงพระชะตาว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรงสุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร

ทรงเข้าศึกษาชั้นอนุบาลปีที่ 1 เมื่อพระชนมายุ 4 พรรษา ณ โรงเรียนจิตรลดาชั้นอนุบาล และทรงศึกษาจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จึงเสด็จไปทรงศึกษาต่อที่โรงเรียนมิลล์ฟิลด์ เมืองสตรีท แคว้นซัมเมอร์เซท ประเทศอังกฤษ จนถึงเดือนกรกฎาคม 2513 และเข้ารับการศึกษาระดับเตรียมทหารที่โรงเรียนคิงส์ เขตพารามัตตา นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ทรงศึกษาอยู่จนถึงเดือนพฤษภาคม 2514

ปี 2515 เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 20 พรรษา ทรงบรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ให้ดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ตามโบราณขัตติยราชประเพณี

ในปีเดียวกันทรงเข้าศึกษาในวิทยาลัยการทหารชั้นสูงที่วิทยาลัยการทหารดันทรูน กรุงแคนเบอร์รา โดยสำเร็จภาควิชาการทหารในยศร้อยโท และภาคการศึกษาวิชาสามัญระดับปริญญาตรี สาขาวิชาอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลล์ โดยทรงสำเร็จการศึกษาในปี 2519

และทรงเข้ารับการฝึกเพิ่มเติมและทรงศึกษางานด้านการทหารในประเทศออสเตรเลีย โดยทุนของกระทรวงกลาโหม และทรงประจำการ ณ กองปฏิบัติการทางอากาศพิเศษที่นครเพิร์ธ รัฐออสเตรเลียตะวันตก ประเทศออสเตรเลีย

ปี 2520-2521 ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ปี 2527-2530 ทรงศึกษาด้านกฎหมาย ทรงได้รับปริญญานิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปี 2533 ทรงเข้ารับการศึกษา ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรแห่งราชอาณาจักร

นอกจากนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับการฝึกอบรมหลักสูตรทางการทหารและการบินต่างๆ อาทิ หลักสูตรวิชาอาวุธพิเศษการทำลายและยุทธวิธีการรบนอกแบบ

ขณะเดียวกัน พระองค์ยังทรงผ่านการฝึกอบรมเครื่องบินรบ จนมีพระปรีชาสามารถ และมีจำนวนชั่วโมงบินสูงมาก รวมทั้งทรงศึกษาหลักสูตรนักบินพาณิชย์ จากสถาบันการบินพลเรือน ทรงสอบได้ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี

วันที่ 1 ธันวาคม 2559 ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติอัญเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ หลังจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงตอบรับการอัญเชิญขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10

TH-almsgiving-620

ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคลถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560 บริเวณหน้าสวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส (เบนาร์นิวส์)

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ