Follow us

นายกฯ ใช้ ม.44 แก้ปัญหาสิทธิบัตรกัญชา

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2019-01-28
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
พนักงานของบริษัทฟาร์โมแคนน์ ตัดแต่งกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ ในทางตอนเหนือของประเทศอิสราเอล วันที่ 24 มกราคม 2562
พนักงานของบริษัทฟาร์โมแคนน์ ตัดแต่งกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ ในทางตอนเหนือของประเทศอิสราเอล วันที่ 24 มกราคม 2562
รอยเตอร์

ในวันนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการแก้ไขปัญหาการจดสิทธิบัตรกัญชาโดยมิชอบ โดยให้กรมทรัพย์สินทางปัญญายกเลิกสิทธิบัตรที่ไม่ชอบภายใน 90 วัน และให้เอกชนสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรได้ ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนและรองรับการอนุญาตให้นำกัญชามาวิจัยด้านการแพทย์ได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด

โดย เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติที่ 1/2562 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตรและมาตรการด้านสิทธิบัตรเป็นกรณีพิเศษ โดยมีเนื้อหาระบุว่า ขณะที่กระบวนการทางนิติบัญญัติอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถนำกัญชามาศึกษาวิจัย อันจะเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ และสามารถนำไปใช้ในการรักษาภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ รวมทั้งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดนั้น คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ได้รับรายงานจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาถึงปัญหาของกระบวนการด้านสิทธิบัตร ที่ได้มีการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร สำหรับการประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชาจำนวนหนึ่งไว้อยู่ก่อนแล้ว

แม้ว่าคำขอรับสิทธิบัตรดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอน และยังไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายก็ตาม แต่กรณีดังกล่าวได้สร้างความกังวลให้แก่นักวิชาการ นักวิจัย และผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ที่มีความประสงค์จะได้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และหากจะมีการดำเนินการต่อไป อาจมีความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิบัตรได้ จากการที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาอาจรับขอจดทะเบียนสิทธิบัตรให้กับผู้ยื่นคำขอดังกล่าว

เมื่อพิจารณาความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญหาที่เกี่ยวกับการค้า (The Agreement on Trade-Related Aspects of Intellectual Property Rights: TRIPS Agreement) ซึ่งมีผลผูกพันประเทศไทย ในฐานะสมาชิกองค์กรการค้าโลก ที่ยอมรับให้ประเทศสมาชิกพิจารณาให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยคำนึงถึงการให้ความสำคัญต่อวัตถุประสงค์เชิงนโยบายสาธารณะของประเทศ จึงเป็นการสมควรที่จะกำหนดมาตรการด้านสิทธิบัตรเป็นกรณีพิเศษ เพื่อสนับสนุนและรองรับการอนุญาตให้นำกัญชามาวิจัยด้านการแพทย์ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมในวงกว้าง

“อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 และ มาตรา 44 ประกอบกัน จึงมีคำสั่ง เมื่อได้ประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตรแล้ว แต่ผู้ขอรับสิทธิบัตรยังไม่ได้ยื่นคำขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการประดิษฐ์ หากปรากฏว่า คำขอรับสิทธิบัตรไม่ชอบ ให้อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา สั่งยกคำขอรับสิทธิบัตร หรือสั่งให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรตัดข้อถือสิทธิที่เป็นการประดิษฐ์ดังกล่าวภายใน 90 วัน และคำสั่งยกคำขอรับสิทธิบัตรของอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ขอรับสิทธิบัตร อาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรได้” คำสั่งหัวหน้าคสช. ระบุ

โดยคำสั่ง ดังกล่าวยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า อย่างไรก็ตาม สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตร ยังคงอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายอื่นใดที่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการควบคุม ผลิต ใช้ จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองซึ่งผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธีใดไว้เป็นการเฉพาะ และในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษมีการแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้มีการนำกัญชาไปทำการศึกษาวิจัย เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ นับแต่วันที่กฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรที่ได้ยื่นไว้แล้วต่อไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนจนกว่าจะแล้วเสร็จ

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ