Follow us

คนร้าย จชต. ยิงพระสงฆ์มรณภาพ 2 รูป ในสุไหงปาดี นราธิวาส

มารียัม อัฮหมัด และมาตาฮารี อิสมาแอ
ปัตตานี และนราธิวาส
2019-01-18
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
เจ้าหน้าที่กู้ภัยลำเลียงตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อไปรับการรักษา ในจังหวัดปัตตานี  วันที่ 18 มกราคม 2562
เจ้าหน้าที่กู้ภัยลำเลียงตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อไปรับการรักษา ในจังหวัดปัตตานี วันที่ 18 มกราคม 2562
มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์

เจ้าหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า เมื่อเวลาสองทุ่มครึ่งของวันศุกร์นี้ ได้เกิดเหตุคนร้ายยิงเจ้าอาวาสและพระสงฆ์ วัดรัตนานุภาพ ในบ้านโคกโก อำเภอสุไหงปาดี นราธิวาส มรณภาพ 2 รูป ทันทีในที่เกิดเหตุ บาดเจ็บอีก 2 รูป ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเหตุรุนแรงเหตุแรกของตอนเช้าวันนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยิงบุคคลตามหมายจับเสียชีวิตหนึ่งราย ในขณะทำการปิดล้อมที่พักพิง ในอำเภอจะแนะ นราธิวาส

ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุยิงผู้ต้องสงสัยตามหมายจับแล้ว ได้เกิดเหตุระเบิดอีกสองครั้ง คือ เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบนถนนเลียบทางรถไฟ ในพื้นที่ ม.1 บ้านโต๊ะเด็ง ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส จำนวน 2 ลูก แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชป.ร้อย.ทพ.4814 ฉก.ทพ.48 ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 นาย และเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องในพื้นที่ริมถนน ภายในหมู่บ้าน ม.4 บ.ท่ายาลอ ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองจิก ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย

"คนร้ายยิงใส่วัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก ม.2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ทำให้พระสงฆ์มรณะ จำนวน 2 รูป เชื่อว่าคนร้ายก่อเหตุเพื่อตอบโต้ให้กับสมาชิกกลุ่มที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญ" ร.ต.ท.ธนาคาร วิภารัตน์ รอง สว.สอบสวน สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส กล่าวแก่ผู้สื่อข่าว

"มรณภาพที่เกิดเหตุ 2 รูป 2 รูปที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาล อาการปลอดภัย รูปหนึ่งถูกยิงที่เท้าและหัวไหล่ซ้าย ส่วนอีกรูปหนึ่งถูกยิงที่ต้นขา" เจ้าหน้าที่แผนกห้องฉุกเฉินของ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

โดยมีรายชื่อพระสงฆ์ที่มรณภาพและบาดเจ็บ คือ 1.พระครู ประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าอาวาส มรณะในที่เกิดเหตุ 2.พระสมุห์ อรรถพร ขุนอำไพ มรณะในที่เกิดเหตุ 3.พระประเวศ สุขแก้ว ได้รับบาดเจ็บส่งต่อ รพ.สุไหงโก-ลก 4.พระธนโชติ ชุมเลิศ ได้รับบาดเจ็บส่งต่อ รพ.สุไหงโก-ลก

ในก่อนหน้านี้ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวหลังจากเกิดเหตุที่ จ.ปัตตานีและจ.นราธิวาส ว่า ให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังในการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกับเป้าหมายอ่อนแอ รวมทั้งพระสงฆ์ เพราะคนร้ายอาจลงมือแก้แค้นจากการสูญเสียสมาชิกไปเมื่อตอนเช้า

“ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงดการใช้ถนนในการปฏิบัติภารกิจ พร้อมให้ทุกหน่วย เฝ้าระวังเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อว่าอาจมีการก่อเหตุจากฝ่ายตรงข้ามเพื่อตอบโต้ที่ต้องสูญเสียสมาชิกกลุ่ม ให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเตรียมพร้อมกำลังอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะเป้าหมายอ่อนแอ ครู ไทยพุทธ เชื่อว่าคนร้ายต้องการดิสเครดิตของเจ้าหน้าที่” ด้านพลโทพรศักดิ์ กล่าวแก่ผู้สื่อข่าว

"เหตุการณ์รุนแรงในช่วงนี้ เป็นเพราะบีอาร์เอ็นตอบโต้การกดดันให้นายดูนเลาะ แวมะนอ ประธานสภาแกนนำของบีอาร์เอ็น ร่วมโต๊ะเจรจา" เจ้าหน้าที่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามกล่าวแก่เบนาร์นิวส์

เหตุการณ์ช่วงกลางวัน

ในช่วงเวลา 07.00 ถึง 07.55 น. ของวันนี้ ได้เกิดเหตุปะทะกัน ในขณะเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมบุคคลตามหมายจับ ในอำเภอจะแนะ นราธิวาส โดยคนร้ายถูกยิงเสียชีวิตหนึ่งราย นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย ในสองเหตุระเบิด ในอำเภอสุไหงปาดี นราธิวาส และอำเภอหนองจิก ปัตตานี

เมื่อเวลา 07.00 น. ร.ต.ท.อุรุพงษ์ สิงห์ลี รอง สว. สอบสวน สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส ได้นำกำลังติดตามจับกุมบุคคลตามเป้าหมายในพื้นที่บริเวณ บ้านตือกอ ม.7 อ. จะแนะ จ.นราธิวาส จนเกิดการปะทะกัน จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพฝ่ายผู้ก่อการร้ายเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายฮาซัน มะลี ซึ่งใช้อาวุธปืนอาก้า-102 ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ส่วนฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ร่วมปฏิบัติการรายหนึ่ง กล่าวว่า นายฮาซัน มะลี เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่มีหมายจับตาม พรก.ฉุกเฉินจากการก่อการร้ายในพื้นที่อำเภอสุคิริน นราธิวาส

“เขามีหมายจับตาม พรก.ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ได้เปิดยุทธการกวาดล้างจุดที่คาดว่าจะมีผู้ก่อเหตุหลบซ่อนในหลายจุด ในนราธิวาส ในช่วงนี้” เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรายเดียวกัน กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

ต่อมา เมื่อเวลา 07.30 น. ร.ต.ท. ภาณุวัชร โสดานิล รอง สว.สอบสวน สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบนถนนเลียบทางรถไฟ ในพื้นที่ ม.1 บ้านโต๊ะเด็ง ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส จำนวน 2 ลูก แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชป.ร้อย.ทพ.4814 ฉก.ทพ.48 ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 นาย โดยมีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก ทราบชื่อคือ 1. ส.อ.นพรัตน์ เดชน้อย 2. อส.ทพ.วันเฉลิม บัวเผียน 3. อส.ทพ.กฤติน อินอักษร 4. อส.ทพ.จตุพล ชูช่วย และ 5. อส.ทพ.อิบรอเฮม ลือบากะมูติง ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดี มีอาการปลอดภัย

จากการสอบสวนทราบว่าเหตุเกิดขณะที่ เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวกำลัง ลาดตระเวนเส้นทางรักษาความสงบในพื้นที่ระหว่างทางได้เกิดระเบิดขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าวว่า ส่วนประเด็นและสาเหตุ ร.ต.ท.ภาณุวัชร เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

ถัดมาในเวลา 07.55 น. ร.ต.อ.เอกรัตน์ เจียรเจริญ รอง สว.สอบสวน สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องในพื้นที่ริมถนน ภายในหมู่บ้าน ม.4 บ.ท่ายาลอ ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองจิก ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย ทราบชื่อ คือ 1. ด.ต.ประเสริฐ ผิวละออ 2. ด.ต.กิตติพันธ์ อักษรแก้ว ทั้งสองนาย มีอาการสาหัส ถูกไปส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี ซึ่งล่าสุด แพทย์ได้ผ่าตัดเอาเศษสะเก็ดระเบิดฝังหน้าอกด้านซ้ายออก และตัดขาผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองนาย ในขณะนี้มีอาการปลอดภัย

จากการสอบสวนทราบว่า เหตุเกิดขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวกำลังปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยเส้นทางให้กับครู ระหว่างทางได้เกิดระเบิดขึ้น ส่วนประเด็นและสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นระเบิดแบบกล่องเหล็ก ใช้เหล็กเส้นเป็นสะเก็ดระเบิด และจุดระเบิดด้วยวงจร DTMF วิทยุมือถือ เจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายน่าจะอยู่ในมัสยิดในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งพบร่องรอยคนร้ายหลบหนีออกไปทางด้านหลังของมัสยิด

ความรุนแรงเกิดขึ้นในขณะที่ทีมพูดคุยเพื่อสันติสุขกำลังดำเนินความพยายามในการพูดคุยกับฝ่ายผู้เห็นต่าง ซึ่งพลเอกอุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ กล่าวว่า จะไม่ใช้การบังคับให้ผู้เห็นต่างออกมาเจรจาในทันทีทันใด แต่ให้ฝ่ายผู้เห็นต่างมีความสะดวกใจ เพียงแต่อย่าให้เนิ่นช้านัก เพื่อลดความเสียหายต่อชีวิตในพื้นที่

“เขาบอกไปเจรจากับขบวนการ แต่คนในที่เป็นขบวนการอยู่ในพื้นที่ที่ก่อเหตุ เขาไม่ได้เจรจาอะไร ขณะที่การสร้างเงื่อนไขให้กับประชาชนยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง จะไม่ให้มีความไม่สงบเกิดในพื้นที่ได้อย่างไร บางครั้งจะมามองที่ขบวนการฝ่ายเดียวที่ทำก็ไม่ถูก ต้องมองจากสาเหตุอื่นด้วย เพราะคนในขบวนการที่รับจ้างก่อเหตุให้กับผู้มีอิทธิพล กลุ่มยาเสพติด เจ้าหน้าที่สีต่างๆ และกลุ่มที่อาศัยสถานการณ์หาผลประโยชน์มันก็เลยทำให้ที่นี่สงบไม่ได้” นายอัสมีน (ขอสงวนนามสกุล) เยาวชนในพื้นที่จังหวัดยะลา กล่าวแสดงทัศนะ

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ