Follow us

นักการเมืองรุ่นใหม่ป้องประชาธิปไตย ไม่เอารัฐประหาร

นนทรัฐ ไผ่เจริญ และ วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2018-04-09
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ยุวประชาธิปัตย์จับมือทักทายกับ ร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช จากพรรคเพื่อไทย หลังจากได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการเมืองไทย ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ วันที่ 4 เมษายน 2561
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ยุวประชาธิปัตย์จับมือทักทายกับ ร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช จากพรรคเพื่อไทย หลังจากได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการเมืองไทย ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ วันที่ 4 เมษายน 2561
ภิมุข รักขนาม/เบนานิวส์

ขณะที่พรรคการเมืองต่างๆเริ่มกลับมามีชีวิตชีวา ในประเทศไทยที่ยังคงมีรัฐบาลทหารปกครอง กลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ขอให้คนไทยทุกกลุ่มการเมืองช่วยกันฟื้นฟูศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย เพราะเป็นหนทางที่จะป้องกันไม่ให้ทหารกลับมามีอำนาจได้อีก

นับแต่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชในปี 2475 กองทัพมีความพยายามในการทำการรัฐประหารมากกว่า 20 ครั้ง แต่การทำรัฐประหารสองครั้งสุดท้าย กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า เป็นผู้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้กองทัพออกมาหยุดการให้ร้ายป้ายสีสถาบันฯ และการคอรัปชั่นจากพี่น้องตระกูลชินวัตรขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ในเดือน พฤษภาคม 2558 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ทำการยึดอำนาจ จากรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

“ประชาชนต้องการเห็นโอกาสในการเลือก ประชาชนต้องการเห็นรัฐสภาทำงานอีกครั้ง” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักการเมืองหน้าใหม่ กล่าวกับผู้ฟังที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ในกรุงเทพฯ สัปดาห์ที่ผ่านมา

“นั่นพิสูจน์แล้วว่า รัฐบาลทหารที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และมันถึงเวลาแล้วที่เราจะพูดว่า หยุดเถอะ .. และเมื่อรัฐบาลทหารนี้กลับเข้ากรมกองแล้ว เราต้องมั่นใจว่า พวกเขาจะไม่ออกมายึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอีกเลยในอนาคต” ธนาธร กล่าวเพิ่มเติม

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อายุ 40 ปี อดีตผู้บริหารไทยซัมมิทกรุ๊ป กลุ่มบริษัทชั้นนำของประเทศไทยด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ขอจัดตั้งพรรคการเมืองในชื่อกลุ่มอนาคตใหม่ กับคณะกรรมการการเลือกตั้งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระบุด้วยว่า เขาก้าวเข้าสู่แวดวงการเมืองเพราะต้องการเป็นกลุ่มทางเลือกใหม่ระหว่างพรรคการเมืองใหญ่สองพรรค คือพรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคเพื่อไทย ที่มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างกันมากว่าสิบปี

หลังจากพระราชบัญญัติประกอบพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ คณะกรรมการการเลือกตั้งอนุญาตให้มีการจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ และการยืนยันตัวตนของสมาชิกพรรคการเมืองเดิมในเดือนมีนาคม แต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ยังคงเข้มงวดในคำสั่งที่อนุญาตให้เฉพาะการพบปะกันของสมาชิกพรรคการเมืองเท่านั้น แต่ยังคงไม่อนุญาตให้มีการประชุมพรรคเพื่อกำหนดนโยบายการหาเสียงเลือกตั้ง

จนถึงวันที่ 3 เมษายน มีกลุ่มการเมืองเข้าขอจดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองกับคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว จำนวน 98 กลุ่ม ในขณะที่มีพรรคการเมืองเดิมอีกจำนวน 69 กลุ่ม

นอกจากนี้ ธนาธร ยังเสนอให้พรรคการเมืองให้คำมั่นสัญญาสี่ข้อ ในการฟื้นฟูประชาธิปไตยให้กับประเทศไทย ข้อแรกคือ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ต้องมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม ข้อที่สอง พรรคการเมืองที่สนับสนุนประชาธิปไตยต้องยืนยันที่จะไม่เอานายกรัฐมนตรีคนนอก[ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง] ข้อที่สาม สนับสนุนให้มีคณะกรรมการที่ประชาชนเลือกเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และจัดทำประชามติ และข้อที่สี่ สนับสนุนให้มีการแก้ไขกฎหมายกองทัพ

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเทศไทยควรป้องกันการทำรัฐประหาร ด้วยการนำประเทศไปสู่การเป็น “เสรีประชาธิปไตย” ที่ตนเชื่อว่าประเทศเราไปไม่ถึงจุดนั้น

“เสรีประชาธิปไตย เป็นมากกว่าการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และยุติธรรม การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมเป็นเพียงเก้าอี้ขาเดียว แต่ยังมีอีกสามขาที่ต้องเคารพ คือ สิทธิมนุษยชน การกระจายอำนาจ และการมีระบบตรวจสอบและความเสมอภาค” พริษฐ์ อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด อายุ 25 ปี หลานชายอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวกับเบนาร์นิวส์

อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์ กล่าวว่า ยังคงมีกำแพงใหญ่ที่ทำให้ล้มเหลวในการป้องกันการรัฐประหาร คือ ความเชื่อที่คนบางคนคิดว่าตนรู้ดีกว่าผู้อื่น และ ประชาธิปไตยหมายถึงการเลือกตั้งเพียงเท่านั้น

“เราสามารถจัดการปัญหานี้ไปได้ด้วยการใส่ความคิดเรื่องเสรีประชาธิปไตย และนั่นจะทำให้เราป้องกันประเทศนี้ไม่ให้ตกไปอยู่ใต้อำนาจของเผด็จการทหารได้” พริษฐ์ ระบุ

“เราควรให้คำมั่นสัญญาในตอนนี้เลยว่า เราจะไม่เอานายกรัฐมนตรีคนนอก และผมจะต่อสู้อย่างถึงที่สุดที่จะไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์ทำอย่างนั้น” พริษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ รัฐธรรมนุญฉบับปัจจุบันเปิดทางให้คนนอกสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 500 คน และ สมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันที่มาจากการคัดเลือกโดยคณะรัฐประหารจำนวน 250 คน ไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเสนอชื่อโดยพรรคการเมืองได้

 

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ขวา) จับมือกับตัวแทนนักการเมืองพรรคเพื่อไทย และพรรคชาติพัฒนา เมื่อวันที่ 4 เมษายน (ภิมุข รักนาม/เบนาร์นิวส์)
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ขวา) จับมือกับตัวแทนนักการเมืองพรรคเพื่อไทย และพรรคชาติพัฒนา เมื่อวันที่ 4 เมษายน (ภิมุข รักนาม/เบนาร์นิวส์)

 

การแข่งขันที่ดุเดือด

นายธนาธร ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน ว่า ประชาชนบางกลุ่มรู้สึกสูญเสียศรัทธาในรัฐบาลปัจจุบันในการบริหารประเทศ แต่ในขณะเดียวกันยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง คือ กปปส. ที่ชุมนุมขับไล่นางสาวยิ่งลักณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง กลัวว่านายทักษิน ชินวัตร อดีตนายกฯ พี่ชาย จะใช้อิทธิพลผ่านทางพรรคการเมืองที่มีความสัมพันธ์กัน

นายธนาธร ยังระบุด้วยว่า ตนเคยร่วมชุมนุมกับกลุ่มผู้สนับสนุนนางสาวยิ่งลักษณ์ แต่ต่อมาพรรคเพื่อไทยไม่ได้สะท้อนความคิดของตน ตนจึงตั้งพรรคการเมืองใหม่

ก่อนหน้านี้ สื่อในประเทศรายงานว่า ด้วยลักษณะการพูดที่ตรงไปตรงมา ทำให้นายธนาธรเผชิญปัญหาใหญ่ เมื่ออดีตตำรวจกล่าวหาเขาว่าต่อต้านกฎหมายหมิ่นสถาบันฯ หรือ มาตรา 112

“มีคนโพสต์ข้อความลงบนเฟสบุ๊คขู่จะฆ่าผม” ธนาธร ให้สัมภาษณ์กับเบนาร์นิวส์ อ้างถึงรายงานชิ้นนั้น

แต่ในประวัติศาสตร์ กองทัพไม่ได้วางมือซะทีเดียว นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ระบุ

“ถ้ามีการเลือกตั้ง ผมมองว่าเป็นการต่อสู้ระหว่าง คสช. กับ พลเรือน แม้พลเอกประยุทธ์จะบอกว่า ท่านจะไม่สืบทอดอำนาจ แต่มีความพยายามที่จะให้ พลเอกประยุทธ์อยู่ในตำแหน่งต่อไป” ฐิติพล ภักดีวานิช คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ให้สัมภาษณ์กับเบนาร์นิวส์

“ผมเชื่อว่าอดีตสส. ในพรรคการเมืองเดิมต้องการอยากจะกลับมาเลือกตั้ง” อาจารย์ด้านรัฐศาสตร์ ระบุ

“แต่ผมยังไม่แน่ใจว่าพรรคการเมืองใหม่จะสามารถล้างวัฒนธรรมเดิมของพรรคเก่า พวกเขาอาจจะดูดีทางอินเทอร์เน็ต แต่อาจจะไม่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ” ฐิติพล กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับตัวแทนของกลุ่มอนุรักษ์ อย่างนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประกาศระหว่างการลงทะเบียนจดตั้งพรรคการเมืองว่าจะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

โดย พลเอกประยุทธ์ตอบคำถามของนักข่าวที่ถามว่าคิดอย่างไร หากรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เสนอให้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปในอนาคต

“ก็ขอบคุณ แต่ผมยังไม่รู้เลยว่าจะรับหรือเปล่า ยังไม่รู้ เราต้องพิจารณาด้วยกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ