Follow us

นายมงคลกิตติ์ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ขอเป็นฝ่ายค้าน

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2019-08-13
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีกับสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล หลังจากได้รับพระราชทานพระบรมราชโองการให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ วันที่ 11 มิถุนายน 2562
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีกับสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล หลังจากได้รับพระราชทานพระบรมราชโองการให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ วันที่ 11 มิถุนายน 2562
สำนักงานโฆษกรัฐบาล/เอพี

ในวันอังคารนี้ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส. พรรคไทยศรีวิไลย์ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนยืนยันว่าจะลาออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อทำหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ ด้าน 9 พรรคเล็กที่เหลือยืนยันจะยังร่วมรัฐบาลต่อไป ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มั่นใจ รัฐบาลยังมีเสถียรภาพมั่นคง

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส. พรรคไทยศรีวิไลย์ จัดแถลงข่าวร่วมกับกรรมการบริหารพรรค ที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 13.00 น. แสดงจุดยืนว่า จะขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ หลังจากถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากรู้สึกอึดอัดที่ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่

“พรรคมีมติว่า ไม่รับตำแหน่งฝ่ายบริหาร เพราะ รับแล้ว ผมเองจะไม่อิสระในการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล ไม่อิสระในการชี้แนะ… อึดอัดตั้งแต่ตั้งการตรวจสอบการบินไทย ผมโดนบล็อคทั้งในกลุ่ม 10 พรรค และในวิปรัฐบาล รวมถึงผู้ใหญ่ในรัฐบาล ถ้าต้องทำงานแบบนี้ 3 ปี 10 เดือน ผมคงอกแตกตาย… ถ้ายังมีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ผมก็ไม่เข้าร่วม”

“เรื่องพวกนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าผู้ใหญ่ที่พลังประชารัฐรักษาคำพูด การทำงานด้วยกันมันต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน มีความน่าเชื่อถือ ฉะนั้น เมื่อพูดไปแล้ว คำพูดเป็นนายเปลี่ยนไป เปลี่ยนมาไม่ได้ สิ่งที่ผมเจอในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา รู้สึกอึดอัด ถ้าเราอยู่ตรงกลาง เราพร้อมรักษาผลประโยชน์พี่น้องประชาชน โดยไม่ต้องเกรงใจใคร แต่ถ้าอยู่ฝ่ายรัฐบาล เราพูดไม่ได้ พูดไปก็เกรงใจเขา”

ด้าน นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ จากพรรคพลังพลเมืองไทย ในฐานะตัวแทน 9 พรรคเล็กร่วมรัฐบาลที่เหลือคือ พรรคพลเมืองไทย, พลังไทยรักไทย, ประชาธิปไตยใหม่, ครูไทยเพื่อประชาชน, ประชานิยม, พลังธรรมใหม่, ประชาภิวัฒน์, พลังชาติไทย และประชาธรรมไทย แถลงข่าวเช่นกัน โดยยืนยันว่า จะยังสนับสนุนรัฐบาลดังเดิม

“ทุกวันนี้ ไม่มีอะไร เรายังสนับสนุนรัฐบาลเหมือนเดิม และตลอดไป ที่ผ่านมาเราส่งประวัติให้ นายกฯ ไปพิจารณาว่า ใครเหมาะสม ให้นายกฯ เรียกไปใช้งานในช่วงนั้น แต่ถ้ายังก็รอไปก่อน และเป็นแบบนี้มาตลอด” นายสัมพันธ์ กล่าว

“ที่ผ่านมาทั้งหมดที่เป็นข่าวเกิดจากการสื่อสารคลาดเคลื่อน และไม่ได้คุยกันก่อน… ข่าวที่ออกมาบอกว่า เราไม่พอใจ น้อยใจในตำแหน่งต่างๆ นั้น ขอพูดตามตรงในฐานะเป็นนักการเมืองมานานว่า ทุกคนก็อยากมีหน้าที่ในการทำงาน ไม่ใช่เรียกร้องตำแหน่ง” นายสัมพันธ์ กล่าวเพิ่มเติม

โดย ก่อนการแถลงข่าวของตัวแทน 9 พรรคเล็ก มีกระแสข่าวว่า ทั้ง 9 พรรคจะได้รับตำแหน่งในรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยส่วนมากระบุว่า เป็นตำแหน่งเลขาธิการผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่ยังไม่มีการยืนยันจากรัฐบาลในเรื่องนี้

ในวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ยังมั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แม้มีพรรคเล็กถอนตัวออกไป

“ประเมินความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพ (รัฐบาล) ผมยังเชื่อมั่นนะ จากการทำงานร่วมกับ ครม. หรือรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ทุกอย่างบรรยากาศเป็นไปอย่างดี ด้วยความเข้าใจ ด้วยมิตรไมตรี มีอะไรเขาก็มาถามผม อะไรทำได้ทำไม่ได้ผมก็อธิบายขั้นตอนในการปฎิบัติ วันนี้ก็มีกฎหมายอยู่หลายตัว ทุกคนก็ต้องระมัดระวัง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“ผมคิดว่าเรื่องใดก็ตามที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ให้มันเป็นไปให้ได้ จะเสียงข้างมากเสียงข้างน้อยรบกันไปกันมา ผมว่าประเทศชาติมันเดินไม่ได้หรอก เสถียรภาพของรัฐบาลมันก็จำเป็น แต่ประชาชนจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด ขอร้องบรรดา ส.ส. ต่างๆ ให้เห็นแก่ประเทศชาติไปด้วยกัน”  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ พรรคฝ่ายรัฐบาล นำโดย พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส. 116 ที่นั่ง, ประชาธิปัตย์ 53 ที่นั่ง, ภูมิใจไทย 51 ที่นั่ง, ชาติไทยพัฒนา 10 ที่นั่ง, รวมพลังประชาชาติไทย 5 ที่นั่ง, ชาติพัฒนา 3 ที่นั่ง, พลังท้องถิ่นไทย 3 ที่นั่ง, รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 ที่นั่ง, ประชาชนปฏิรูป, พลังชาติไทย, ประชาภิวัฒน์, ไทยศรีวิไลย์, พลังไทยรักไทย, ครูไทยเพื่อประชาชน, ประชานิยม, ประชาธรรมไทย, พลเมืองไทย, ประชาธิปไตยใหม่ และพลังธรรมใหม่ พรรคละ 1 ที่นั่ง รวม 254 ที่นั่ง

ขณะที่ พรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย มี ส.ส. 136 ที่นั่ง, อนาคตใหม่ 81 ที่นั่ง, เสรีรวมไทย 10 ที่นั่ง, ประชาชาติ 7 ที่นั่ง, เศรษฐกิจใหม่ 6 ที่นั่ง, เพื่อชาติ 5 ที่นั่ง และพลังปวงชนไทย 1 ที่นั่ง รวม 246 ที่นั่ง

การแยกตัวจากฝ่ายรัฐบาลของพรรคไทยศรีวิไลย์ จะทำให้ ฝ่ายค้านมีเสียง 247 เสียง และฝ่ายรัฐบาลจะเหลือเสียง 253 เสียง

ขณะที่ ดร.ฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลปัจจุบันว่า การเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมาของพรรคเล็กน่าจะเป็นเพียงการต่อรองเก้าอี้ทางการเมือง ซึ่งเมื่อตกลงกันได้รัฐบาลจะยังคงมีเสถียรภาพ

“รัฐบาลน่าจะยังมีเสถียรภาพอยู่ แต่อาจจะอยู่ไม่เกิน 2 ปี ช่วงที่ผ่านมา ถ้ามีปัญหา พวกเขาน่าจะมีไม้ตาย จากท่าทีของพรรคเล็กเป็นเกมต่อรองเพื่อจะให้ได้บทบาทในรัฐบาล หรือตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งสุดท้ายเมื่อได้ตำแหน่งทางการเมือง ก็จะต่อรองกันได้ ไม่มีปัญหา จริงๆแล้วพรรคเล็กเชื่อในประชาธิปไตย หรือมองผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก น่าจะไม่ร่วมรัฐบาลแต่แรกอยู่แล้ว” ดร.ฐิติพล กล่าว

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ