Follow us

ศาลยกฟ้อง เปรมชัย และภรรยา คดีครอบครองงาช้างแอฟริกา

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2019-10-01
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
นายเปรมชัย กรรณสูต ขณะเดินทางออกจากศาลอาญา หลังฟังคำพิพากษาคดีครอบครองงาช้างแอฟริกา วันที่ 1 ตุลาคม 2562
นายเปรมชัย กรรณสูต ขณะเดินทางออกจากศาลอาญา หลังฟังคำพิพากษาคดีครอบครองงาช้างแอฟริกา วันที่ 1 ตุลาคม 2562
วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช/เบนาร์นิวส์

ในวันอังคารนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ภรรยา และคนใกล้ชิดของภรรยา 1 ราย ในคดีครอบครองงาช้างแอฟริกาโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากศาลเห็นว่า จำเลยไม่มีเจตนาปกปิด และเป็นมรดกตกทอด จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ส่งคืนงาช้างของกลางให้กับจำเลย

คดีนี้ พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางคณิตดา กรรณสูต ภรรยาของนายเปรมชัย เป็นจำเลยที่ 1 นายเปรมชัย เป็นจำเลยที่ 2 และนางสาววันดี สมภูมิ คนใกล้ชิดของนางคณิตดา เป็นจำเลยที่ 3 ในความผิดฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันนำหรือพาของที่ยังไม่ได้เสียภาษี ของต้องห้าม ต้องกำกับ เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรฯ

“พิพากษายกฟ้อง และยกคำขอให้ริบงาช้างของกลาง คืนงาช้างของกลางแก่เจ้าของ… พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่หนึ่ง ในฐานะผู้ครองครองงาช้างของกลางกระทำความผิดฐานมีงาช้างของกลางไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน หรือแจ้งให้พนักงานผู้กระทำตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ… จำเลยที่สอง ในฐานะที่มีชื่อเป็นเจ้าบ้าน และจำเลยที่สาม ผู้ลงลายมือชื่อรับรองที่มาของงาช้างโดยเชื่อตามที่จำเลยที่หนึ่งบอก ก็ต้องฟังไม่ได้ด้วยว่า ร่วมกับจำเลยที่หนึ่ง กระทำความผิดดังกล่าว” ตอนหนึ่งของคำพิพากษา ระบุ

“สำหรับความผิดฐานร่วมกันลักลอบนำงาช้างของกลางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ข้อเท็จจริงเชื่อว่า จำเลยที่หนึ่ง ได้รับการยกให้จากมารดา จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธมาโดยตลอด พยานหลักฐานโจทก์ลำพังแต่การพบงาช้างของกลางที่บ้านเกิดเหตุ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันลักลอบนำงาช้างของกลางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ...” คำพิพากษา ระบุ

คำพิพากษาระบุว่า นางคณิตดาอ้างว่า ได้มอบหมายให้บุคคลอื่นไปแจ้งจดทะเบียนการครอบครองงาช้างที่ถูกยึดเป็นของกลางทั้ง 4 กิ่งแล้ว ตั้งแต่ปี 2558 โดยมี น.ส.วันดี เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองเป็นพยานตามใบรับแจ้งการครอบครอง และแบบแจ้งการครอบครอง ถูกต้องตาม พ.ร.บ.งาช้าง พ.ศ. 2558 และการจดแจ้งดังกล่าวอยู่ในช่วงระยะเวลาที่สามารถแจ้งการครอบครองได้ นอกจากนี้ นางคณิตดา ระบุว่า งาช้างดังกล่าว ได้รับเป็นมรดกมาจากบิดา-มารดา โดยเข้าใจว่าเป็นงาช้างไทย แต่ภายหลังผลการตรวจสอบพบว่า เป็นงาช้างแอฟริกา

หลังจากฟังคำพิพากษา นายเปรมชัย ยกมือขึ้นไหว้ต่อหน้าศาล ขอบคุณที่พิจารณายกฟ้อง ขณะที่ นางคณิตดาโผเข้ากอด น.ส.วันดี ด้วยน้ำตานองหน้า หลังจากนั้นทนายความของนายเปรมชัย เข้ามาจับมือแสดงความยินดี โดยเปรมชัยได้พยักหน้ารับ

เมื่อการอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น จำเลยทั้งหมดเดินทางออกจากอาคารศาลด้วยสีหน้าเรียบเฉย และไม่ให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับสื่อมวลชน ขณะที่ทนายความกล่าวแก่เบนาร์นิวส์สั้นๆ ว่านายเปรมชัยและภรรยา “มีความรู้สึกสบายใจขึ้น” หลังจากศาลพิจารณายกฟ้อง ทั้งนี้ พนักงานอัยการยังสามารถยื่นอุทธรณ์คดีได้ภายใน 1 เดือน

คดีนี้ สืบเนื่องจากในคืนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 นายเปรมชัย และพวก ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ควบคุมตัวหลังจากพบซากไก่ฟ้าหลังเทา หมูป่า และเสือดำ พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ใกล้บริเวณเต๊นท์ค้างแรมในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร นำไปสู่การดำเนินคดีนี้ และคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง

โดยเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้นบ้านของนายเปรมชัย และ พบงาช้าง 2 คู่ หรือ 4 กิ่งขนาดยาว 1 เมตร พร้อมที่ใส่ยาดมที่ทำมาจากงาช้าง 1 ชิ้น ซึ่งนางคณิตดา อ้างว่ามีใบอนุญาตในการครอบครองอย่างถูกต้อง จึงมีการส่งให้เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจสอบและพบว่า เป็นงาช้างแอฟริกา นำมาสู่การฟ้องต่อศาลและมีคำพิพากษาในวันนี้

ทั้งนี้ หากจำเลยทั้งหมดถูกพิพากษาว่ามีความผิดจริงตามฟ้อง จะมีโทษสูงสุดคือ จำคุก 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเจ้าหน้าที่ได้ประเมินมูลค่างาช้าง 2 คู่ที่ยึดได้จากบ้านของนายเปรมชัยมีมูลค่าสูงกว่า 2,240,000 บาท

สำหรับนายเปรมชัย คดีล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และครอบครองซากสัตว์ หรือคดีล่าเสือดำ ถูกพิพากษาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 ให้จำคุก 16 เดือน โดยไม่รอลงอาญา แต่ได้ประกันตัวด้วยวงเงิน 4 แสนบาท

คดีติดสินบนเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ถูกพิพากษาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 ให้จำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา แต่ได้ประกันตัวด้วยวงเงิน 2 แสนบาท และคดีครอบครองอาวุธปืนที่ไม่มีใบอนุญาต ถูกพิพากษาเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ให้จำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา แต่ได้ประกันตัวด้วยวงเงิน 2 แสนบาท

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ