กองทัพไทยยืนยัน “น้องเมย” ไม่ได้ถูกซ่อมจนเสียชีวิต

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
2017.12.15
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
171215-TH-cadet-620.jpg นักเรียนเตรียมทหารภคพงศ์ ตัญกาญจน์ ทำความเคารพรุ่นพี่ ในวันรับแหวนรุ่น ตท. 60 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2560
ภาพจากเฟซบุค Supicha M Tanyakan

พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง ประธานกรรมการสอบสวนการเสียชีวิตของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ “น้องเมย” นักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 1 ได้แถลงข่าวถึงผลการสอบสวนการตายของน้องเมย ในวันศุกร์ (15 ธันวาคม 2560) นี้ โดยยืนยันว่า น้องเมยมิได้เสียชีวิตเพราะการถูก “ธำรงวินัย” ตามที่ครอบครัวและสังคมตั้งข้อสังเกต แต่เสียชีวิตด้วยปัญหาสุขภาพ

นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ อายุ 18 ปี เป็นนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 ที่โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ซึ่งพล.อ.อ.ชวรัตน์ กล่าวว่า ก่อนการเสียชีวิต 2 วัน มีนักเรียนเตรียมทหารบังคับบัญชา 4 คน ได้เรียกนายภคพงศ์เพื่อไปธำรงวินัยในเวลากลางดึก ในห้องพักขนาด 8 คูณ 8 เมตร หรือที่นักเรียนเตรียมทหารเรียกว่า ซาวน่า เนื่องจากเห็นว่านายภคพงศ์ ยังมีวินัยไม่ดี อย่างไรก็ตาม นายภคพงศ์ได้แจ้งว่าป่วย จึงได้ถูกแยกออกมาจากการกลุ่มเพื่อนนักเรียนที่ถูกธำรงวินัยในครั้งนั้น คณะกรรมการจึงเชื่อว่า การธำรงวินัยครั้งดังกล่าวไม่น่าจะเป็นสาเหตุของอาการต่อเนื่องจนทำให้เสียชีวิต

“ผลการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องและภาพจากกล้องวงจรปิด ไม่ปรากฎว่าตลอดทั้งวันที่ 17 (ตุลาคม 2560) มีผู้ใดสั่งลงโทษหรือทำร้ายร่างกาย นตท.ภคพงศ์จนเสียชีวิต  ในช่วงบ่าย นตท.ภคพงศ์สามารถพูดและเดินได้ตามปกติทุกอย่าง เว้นแต่มีอาการเครียดสูง ภายหลังโทรศัพท์พูดคุยกับผู้ปกครอง และได้หมดสติไปเองต่อหน้าพยาน ซึ่งล้วนเป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 รุ่นเดียวกัน” พล.อ.อ.ชวรัตน์ กล่าวในการแถลงข่าวที่กองบัญชาการกองทัพไทย

“จากการตรวจของสถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า สรุปในภาพรวมได้ว่า ไม่พบร่องรอยการฟกช้ำภายนอก ส่วนกรณีชายโครงด้านขวาซี่ที่ 4 หักนั้น แพทย์ก็ไม่ตัดประเด็นการทำซีพีอาร์ ที่ต้องใช้แรงกดกึ่งกระแทกนานถึง 4 ชั่วโมง ประกอบกับพบว่าเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนมีขนาดผิดปกติ ซึ่งไม่ค่อยตรวจพบบ่อยนักในคนอายุประมาณ 18­ ปี แพทย์ได้สรุปการเสียชีวิตของ นตท.ภคพงศ์ ว่าเกิดจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน” พล.อ.อ.ชวรัตน์ กล่าวเพิ่มเติม

ในวันนี้ ครอบครัวของนายภคพงศ์ ไม่ได้ตอบโต้ผลการสอบสวนการของทางคณะกรรมการฯ อย่างไรก็ตาม ในก่อนหน้านี้ ครอบครัวน้องเมยได้ร้องขอให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ชันสูตรสาเหตุการตายของน้องเมย ซึ่งผลการชันสูตรเบื้องต้นที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ส่วนหนึ่งระบุว่า กระดูกซี่โครงที่หักไม่ได้เกิดจากการทำปฐมพยาบาล

“สู้จนถึงที่สุดแน่นอนค่ะ ผลขอเก็บเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลต่อไปนะคะ” น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ พี่สาวของน้องเมยระบุในเฟสบุ๊ค เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม นี้

คณะกรรมการไม่ตอบคำถามท่าปักหัว

คณะกรรมการสอบสวนการเสียชีวิตของ นตท.ภคพงศ์ ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ 42 ราย สามารถแบ่งกลุ่มของผู้ให้ถ้อยคำได้ 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 นักเรียนเตรียมทหารจำนวน 22 คน เป็นชั้นปีที่ 3 จำนวน 13 คน ชั้นปีที่ 1 อีก 9 คน, กลุ่มที่ 2 จำนวน 5 คน ประกอบด้วยแพทย์กองแพทย์ทหาร โรงเรียนเตรียมทหาร 3 คน แพทย์โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า 1 คน และแพทย์จากศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า 1 คน, กลุ่มที่ 3 จำนวน 7 คนประกอบด้วย นายทหารปกครอง 4 คน อาจารย์ประจำชั้น 1 คน ครูพละศึกษา 2 คน และกลุ่มที่ 4 จำนวน 8 คน ผู้ช่วยนายทหารยกกระบัตร 1 คน พลขับรถพยาบาล 2 คน เวรกลางวันของกองแพทย์ 3 คน พนักงานบริการ และเจ้าหน้าที่โรงเลี้ยงอีก 2 คน

แต่โรงเรียนเตรียมทหาร กระทำได้เพียงตัดคะแนนความประพฤติ และปลดนักเรียนบังคับบัญชาทั้ง 4 คน เพื่อเป็นการลงโทษที่ทำการธำรงวินัยกลางดึก ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบแล้ว

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ ไม่ได้ชี้แจงประเด็นการใช้ท่าธำรงวินัยปักหัว ซึ่งครอบครัวของนายภคพงศ์ อ้างว่า น้องเมยถูกสั่งให้ปฎิบัติก่อนเสียชีวิตนั้น

ในก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ระบุสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นว่า เป็นเพราะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน อย่างไรก็ตามครอบครัวได้นำร่างของนายภคพงศ์ไปผ่าพิสูจน์ในวันที่ 24 ตุลาคม 2560 และพบว่า สมอง หัวใจ กระเพาะอาหาร และกระเพาะปัสสาวะสูญหาย ปอด และไต สูญหายไปบางส่วน และกระดูกซี่โครงฝั่งขวาซี่ที่สี่หัก จึงได้เรียกร้องต่อโรงเรียนเตรียมทหารในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 ให้ชี้แจงเรื่องดังกล่าว และส่งอวัยวะที่หายไปคืน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์การเสียชีวิตต่อไป แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจึงได้นำเรื่องดังกล่าวร้องต่อสื่อมวลชน

จนกระทั่ง 21 พฤศจิกายน 2560 มีการแถลงข่าวชี้แจงจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและกองบัญชาการกองทัพไทยว่า คณะแพทย์ได้ทำการเก็บอวัยวะบางส่วนของนายภคพงศ์เอาไว้เพื่อการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด แต่ยังไม่ได้แจ้งครอบครัวของนายภคพงศ์ และหลังจากนั้น ได้คืนอวัยวะน้องเมยแก่ครอบครัว

ด้านกองบัญชาการกองทัพไทย ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนการเสียชีวิตครั้งนี้ขึ้น จนได้แถลงข้อสรุปการสอบสวนดังกล่าวในวันนี้ และจะเชิญครอบครัวของนายภคพงศ์ มาฟังสรุปผลการสอบสวนในวันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2560 นี้

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ