รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ปฏิเสธข่าวไฮแจ็คการบินไทย

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
2017.12.26
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
171226_TH_MY_PK_620.jpg นายอัล มุห์ด อัลฟี คีห์รีล ชาวมาเลเซีย ถูกควบคุมตัวพร้อมอาวุธปืน ที่สนามบินนานาชาติจินนาห์ ในนครการาจี เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2560
ภาพโดยหน่วยข่าวกรองมาเลเซีย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ในวันนี้ (26 ธ.ค. 2560) ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทางการปากีสถานจับกุมชายชาวมาเลเซีย ที่พยายามขนอาวุธปืนขึ้นเครื่องบินการบินไทย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ไม่น่าเป็นแผนการจี้เครื่องบินและไม่น่าเกี่ยวข้องกับประเทศไทย พร้อมกำชับหน่วยงานความมั่นคงให้คุมเข้มมาตรการความปลอดภัยทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

“ไม่น่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย แค่ขนอาวุธผิดกฎหมายขึ้นเครื่องผ่านไปยังประเทศที่สาม ไม่คิดว่าจะเป็นการไฮแจ็ค” พล.อ.ประวิตร กล่าวกับผู้สื่อข่าว ในขณะตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและความมั่นคงที่จังหวัดสุโขทัย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทางการปากีสถานเข้าจับกุมนายอัล มุห์ด อัลฟี คีห์รีล (Al Muhd Alfie Kqhyriel) อายุ 20 ปี สัญชาติมาเลเซีย ได้ที่สนามบินนานาชาติจินนาห์ ในนครการาจี ในขณะพยายามลักลอบนำปืนสั้น 4 กระบอก พร้อมด้วยกระสุน 70 นัด ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางและพื้นรองเท้า เพื่อขึ้นเครื่องบินโดยสารของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG342 มายังกรุงเทพมหานคร โดยมีจุดหมายปลายทางที่ประเทศมาเลเซีย

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของปากีสถาน ได้นำตัวนายอัล มุห์ด อัลฟี คีวีรีล ไปสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธไอเอส ในตะวันออกกลางหรือกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติหรือไม่

ในวันนี้ พล.ต.อ. ตัน ศรี โมฮัมหมัด ฟูซี ฮารูน ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซียว่า นายอัล มุห์ด อัลฟี คีวีรีล เป็นนักศึกษาด้านกฎหมาย เดินทางจากเมืองซีเรียน รัฐซาราวัก ไปยังปากีสถาน ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้มาจากครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้าง โดยผู้เป็นแม่ไม่เชื่อว่าลูกชายจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ในขณะที่เพื่อนบ้านเปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยอาจถูกจ้างวานโดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซียระบุด้วยว่า การจับกุม นายอัล มุห์ด อัลฟี คีวีรีล เกิดขึ้นหลังจากที่ตำรวจมาเลเซียได้ระดมกำลังจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นสมาชิกกลุ่มติดอาวุธในมาเลเซีย ช่วงระหว่างวันที่ 30 พ.ย. ถึง 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 20 คน ประกอบด้วยชาวมาเลเซีย 7 คน ฟิลิปปินส์ 7 คน อินโดนีเซีย 5 คน และ แอฟริกาเหนือ 1 คน ประกอบกับก่อนหน้านี้ สมาชิกกลุ่มไอเอสได้ก่อเหตุร้ายแรงโจมตีโบสถ์แห่งหนึ่งในปากีสถาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บอีกจำนวน 60 คน

ทางด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว โดยยืนยันว่าทางการไทยกับมาเลเซียมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันมาโดยตลอด และระบุว่าชายชาวมาเลเซียที่ถูกจับกุมได้ที่ปากีสถาน ไม่เคยเดินทางมาประเทศไทย อาจเป็นไปได้ว่าเป็นการเดินทางเข้ามาเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น และยังไม่พบจุดเชื่อมโยงใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย รวมถึงแนวทางการสืบสวน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ส่วนบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) ชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการจี้เครื่องบิน เที่ยวบินที่ TG342 ที่ออกเดินทางจากนครการาจี โดยมีจุดหมายปลายทางที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากบุคคลดังกล่าว ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบอาวุธและควบคุมตัวตั้งแต่บริเวณประตูทางเข้าสนามบิน โดยที่ยังไม่ได้ผ่านขั้นตอนการเช็คอินเพื่อขึ้นเครื่องบิน จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นผู้โดยสารของเที่ยวบินดังกล่าว

ทั้งนี้ เที่ยวบิน TG342 สามารถเดินทางได้ตามปกติและถึงประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ