ชาวกะเหรี่ยงกว่า 1,500 คนหนีมายังบ้านแม่โกนเกนเมื่อสุดสัปดาห์

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
2021.12.20
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
ชาวกะเหรี่ยงกว่า 1,500 คนหนีมายังบ้านแม่โกนเกนเมื่อสุดสัปดาห์ ผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงนั่งพักกินอาหารที่ท่าเรือหมายเลข 1 ริมแม่น้ำเมย ฝั่งประเทศเมียนมา ขณะเดินทางกลับรัฐกะเหรี่ยง วันที่ 19 ธ.ค. 2564
แหล่งข่าวกะเหรี่ยง/เบนาร์นิวส์

ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก และแหล่งข่าวชาวกะเหรี่ยง กล่าวในวันจันทร์นี้ว่า นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชาวเมียนมาในรัฐกะเหรี่ยงระลอกใหม่จำนวน 1,559 คน ได้หนีภัยการสู้รบระหว่างทหารรัฐบาลเมียนมาและกองกำลังฝ่ายกะเหรี่ยงมายังบ้านแม่โกนเกน ซื่งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอแม่สอด เนื่องจากการสู้รบที่ดำเนินมาหนึ่งสัปดาห์ยังไม่สงบ

ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก กล่าวว่า ในตอนเช้าของวันจันทร์นี้ เจ้าหน้าที่ทหารตรวจพบผู้อพยพกว่า 1,500 คน ในพื้นที่บ้านแม่โกนเกน ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเลเกก่อ (Lay Kay Kaw) ที่เป็นพื้นที่สู้รบราว 6 กิโลเมตร และอยู่ทางทิศใต้ของตัวเมืองแม่สอดราว 22 กิโลเมตร

การสู้รบเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมนี้ หลังจากที่กองกำลังทหารของเมียนมาได้เข้าไปในเมืองเลเกก่อ และได้จับตัวนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยกว่า 20 คน รวมทั้งอดีตสมาชิกรัฐสภาจากพรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตย (NLD)

“หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 รายงาน ตรวจพบผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาเดินทางเข้ามายังฝั่งไทย จำนวน 1,559 คน หน่วยฯ จึงได้รวบรวมผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา พาไปยังบริเวณพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว คอกวัวมหาวันเมยโค้ง บ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด พร้อมทั้งได้ให้ความช่วยเหลือขั้นตอนทางมนุษยธรรม” ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา กล่าวในเอกสารข่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อก่อนพลบค่ำของวันได้มีผู้สมัครใจเดินทางกลับภูมิลำเนา 101 คน ทำให้เหลือผู้อพยพ 1,458 คน

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม เป็นต้นมาจนถึงวันศุกร์ มียอดชาวเมียนมาอพยพผ่านทางพื้นที่บ้านดอนชัย ใกล้ตัวอำเภอแม่สอด รวม 2,500 คน ก่อนที่จะนำตัวไปยังพักพิงที่โรงเรียนแม่ตาวกลาง เพื่อให้ห่างจากกระสุน และความสะดวกในการควบคุมโควิด-19

จากนั้น มีผู้เดินทางกลับโดยสมัครใจจำนวนหนึ่ง ทำให้เหลือยอดผู้หลบหนีภัยสู้รบ 2,075 คน ณ วันจันทร์นี้ รวมเป็นยอดผู้อพยพทั้งสิ้น 3,533 คน

ด้านแหล่งข่าวชาวกะเหรี่ยง กล่าวว่า นับตั้งแต่วันอาทิตย์เป็นต้นมา ยังมีชาวเมียนมาในรัฐกะเหรี่ยงอพยพออกมาอีกเป็นพันคน เพราะการสู้รบที่ต่อเนื่องมาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้ว

“วันนี้ มีชาวกะเหรี่ยงเกือบสองพันคนอยู่ที่บ้านโกนเกน เขามากันเรื่อย ๆ ตั้งแต่วันอาทิตย์” แหล่งข่าวชาวกะเหรี่ยงกล่าวกับเบนาร์นิวส์ โดยของสงวนชื่อนามสกุลเพื่อความปลอดภัย

“เมื่อตอนเช้าของวันอาทิตย์ ยังมีการยิงกันอยู่ แล้วมียิงกันเป็นระยะ ๆ ทั้งวัน ทหารพม่าเอาปืนใหญ่มาไว้ที่เลเกก่อแล้วยิง... ฝ่ายทหารพม่าเองตายราว 50 คน” แหล่งข่าวซึ่งได้นำของบรรเทาทุกข์ไปช่วยเหลือผู้อพยพทั้งที่บ้านแม่โกนเกนและที่โรงเรียนแม่ตาวกลาง ระบุ   

แหล่งข่าวคนเดียวกันระบุว่า ทางการไทยยินยอมให้ภาคเอกชนนำของช่วยเหลือ เช่น อาหาร ข้าวสาร น้ำ และเครื่องใช้จำเป็นอื่น ๆ ไปมอบให้ทางเจ้าหน้าที่ส่งต่อให้ผู้ลี้ภัย แต่ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ชั้นใน 

ด้าน นายสุทธิศักดิ์ (สงวนนามสกุล) นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นชาวอำเภอแม่สอด กล่าวว่า จากการพูดคุยกับเอ็นจีโอและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่บ้านแม่โกนเกน ทราบว่ามีผู้อพยพเข้ามาใหม่อยู่อย่างต่อเนื่อง

“ช่วงนี้ ผู้อพยพยังคงทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ ส่วนที่บ้านแม่ตาว มีผู้อพยพมากกว่า และยังมีเพิ่มในหลักร้อยของวันนี้ มีการนำอาหารเข้าไปเพื่อช่วยเหลือ ส่วนใหญ่มาจากชุมชนชาวกะเหรี่ยงในอำเภอแม่สอด และองค์กรเอ็นจีโอต่าง ๆ” นายสุทธิศักดิ์กล่าวกับเบนาร์นิวส์

ไทยยิงกระสุนควันเตือน

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ของกะเหรี่ยง กล่าวว่าเมื่อวันพุธที่แล้ว กองกำลังของทหารรัฐบาลเมียนมา และกองกำลังกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army) ได้ยิงปะทะกันในหมู่บ้าน Mae Htaw Thalay ซึ่งอยู่ตอนใต้ของอำเภอเมียวดี ทำให้ชาวบ้านกะเหรี่ยงในพื้นที่อำเภอ Lay Kay Kaw (ตรงข้ามบ้านแม่โกนเกน) ต้องหลบหนีการสู้รบมายังประเทศไทยราวสามพันคน

แหล่งข่าวชาวกะเหรี่ยง กล่าวว่า การสู้รบยังคงดำเนินมาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยมีการยิงปะทะกันเป็นระยะ ๆ

เมื่อวันอาทิตย์นี้ ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก กล่าวว่า ทหารไม่ทราบฝ่ายได้ยิงกระสุนไม่ทราบชนิด ลงมายังริมแม่น้ำเมยในฝั่งไทย รวม 7 นัด ทางกองกำลังนเรศวร จึงสั่งให้กองกำลังเฉพาะกิจทหารราบที่ 14 ยิงเตือนไปด้วยกระสุนควัน รวม 5 นัด และกองกำลังนเรศวรได้ประท้วงไปยังรัฐบาลเมียนมาโดยผ่านทางคณะกรรมการชายแดนระดับท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) เพื่อให้ทหารเมียนมาระมัดระวังเรื่องของการใช้อาวุธ

อย่างไรก็ตาม ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก กล่าวว่ายังไม่ได้มีความเสียหายแก่ราษฎรไทย

211220-th-bu-displaced-inside.jpg

รถยนต์ลำเลียงพลหุ้มเกราะและรถบรรทุกทหารของกองทัพเมียนมารอปฏิบัติการ ในอำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา วันที่ 19 ธันวาคม 2564 (แหล่งข่าวกะเหรี่ยง/เบนาร์นิวส์)

ชาวกะเหรี่ยงบางส่วนกลับบ้านเมื่อวันอาทิตย์

แม้ว่าสถานการณ์จะยังไม่สงบดี แหล่งข่าวกะเหรี่ยงกล่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชาวกะเหรี่ยงจำนวนหนึ่งได้เดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจผ่านทางพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังพิทักษ์ชายแดน ซึ่งเป็นของชาวกะเหรี่ยงที่เป็นพันธมิตรกับกองกำลังทัตมาดอว์ หรือกองทัพเมียนมา

แหล่งข่าวระบุว่า ชาวกะหรี่ยง 132 คน ได้เดินทางผ่านท่าเรือหมายเลข 1 ในฝั่งรัฐกะเหรี่ยง เพื่อเดินทางต่อไปยังภูมิลำเนา โดยกองกำลังพิทักษ์ชายแดนเป็นผู้ต้อนรับ ส่วนทางการไทยได้จัดรถรับส่งอำนวยความสะดวกให้

อย่างไรก็ตาม นายสุทธิศักดิ์ กล่าวว่า ชาวกะเหรี่ยงผู้อพยพยังไม่มีความพร้อมในการเดินทาง

“มีข่าวว่ามีชาวกะเหรี่ยงที่อพยพข้ามมาในอำเภอแม่สอดกำลังทยอยเดินทางกลับ อันนี้ไม่น่าใช่เรื่องจริง จากการพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านและเพื่อนที่ทำงานในองค์กรเอ็นจีโอแห่งหนึ่ง พูดตรงกันว่า ยังไม่มีท่าทีของการเตรียมเดินทางกลับเลย อาหารจำนวนมากยังคงถูกเตรียมและส่งมอบ”

ด้าน สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ได้ออกแถลงการณ์ในวันจันทร์นี้ กล่าวย้ำแก่รัฐบาลไทยว่าทางองค์กรพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัย และระบุว่าไม่ควรผลักดันผู้ลี้ภัยกลับโดยไม่สมัครใจ หากสถานการณ์ยังอันตรายต่อชีวิตและเสรีภาพ

คุณวุฒิ บุญฤกษ์ ในเชียงใหม่ ร่วมรายงาน

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ