โควิด-19 : พบติดเชื้อในประเทศ 1 ราย หลังสัมผัสคนลักลอบเข้าเมือง ที่เชียงราย

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช และคุณวุฒิ บุญฤกษ์
2020.12.04
เชียงใหม่
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
โควิด-19 : พบติดเชื้อในประเทศ 1 ราย หลังสัมผัสคนลักลอบเข้าเมือง ที่เชียงราย บรรยากาศเมืองเชียงใหม่ กลับมาเงียบเหงาขึ้นอีกครั้ง หลังจากมีข่าวคนลักลอบเข้าเมืองติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 4 ธันวาคม 2563
คุณวุฒิ บุญฤกษ์/เบนาร์นิวส์

ในวันศุกร์นี้ กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายแล้ว 1 ราย ที่จังหวัดเชียงราย ด้านผู้ประกอบการเผย เศรษฐกิจเชียงราย-เชียงใหม่ได้รับผลกระทบทันที เพราะลูกค้ายกเลิกจองห้องพักและทัวร์ หลังทราบข่าวผู้ลักลอบเข้าเมืองติดโควิด-19

นพ.โสภณ เอื่อมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยแก่สื่อมวลชนว่า ประเทศไทยกลับมาพบผู้ติดเชื้อในประเทศอีกครั้ง สืบเนื่องจากที่มีการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

“สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พบ 14 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และอยู่ในสถานที่กักกันที่ทางการกำหนด 13 ราย วันนี้ เราพบผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 ราย ซึ่งสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ” นพ.โสภณ กล่าว

“เพศชายอายุ 28 ปี สัญชาติไทย อาชีพเป็นพนักงานเสิร์ฟในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ให้ประวัติว่าไม่ได้เป็นผู้เดินทางกลับมาจากจังหวัดเชียงราย แต่ว่าเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูงของผู้ป่วย ยืนยันอายุ 28 ปี ที่อยู่ที่จังหวัดพะเยา ที่ได้รายงานไปแล้ว เมื่อ 2 ธันวาคม” นพ.โสภณ กล่าวเพิ่มเติม

นพ.โสภณ ระบุว่า ชายอายุ 28 ปี ที่ตรวจพบเชื้อในวันนี้ มีความเกี่ยวเนื่องกับผู้ติดเชื้อที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา มายัง อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยเป็นเพื่อนที่สัมผัสใกล้ชิด กับผู้ป่วยยืนยันเพศหญิงอายุ 28 ปี ชาวจังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ โดยชายอายุ 28 ปี ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศนั้น เมื่อวันที่ 28 พ.ย. มีเพื่อนซึ่งเดินทางมาจาก จ.ท่าขี้เหล็กมาหา แล้วรับประทานอาหารร่วมกัน และนอนเตียงเดียวกัน ก่อนที่เขาจะไปทำงานที่ร้านอาหาร ใน อ.เมืองเชียงราย ต่อมา 29 พ.ย. นอนและกินอาหารร่วมกับเพื่อนคนเดิม ไปเที่ยวงานฟาร์มเฟส ไร่สิงห์ด้วยกัน ไปกินดื่มที่ร้านกึ่งผับ และกินอาหาร รวมถึงไปตลาด

30 พ.ย. ใช้รถส่วนตัวเดินทางไปเชียงใหม่ ส่งเพื่อนเข้าตรวจโควิด-19 กลับมานอนกับเพื่อนที่กลับจากเมียนมา อีก 2 คน 1 ธ.ค. โดยสารรถประจำทางกลับเชียงราย โดยใส่หน้ากาก และไปทำงานที่ร้านอาหารตามปกติ ต่อมา 2 ธ.ค. พบมีอาการเจ็บคอ จึงกลับไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงราย ยืนยันพบเชื้อ

สำหรับวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 13 ราย ทั้งหมดเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และเข้ารับการกักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้ โดยเป็นผู้ที่เดินทางมาจาก ยูเครน 1 ราย เนปาล 1 ราย เนเธอร์แลนด์ 1 ราย สาธารณรัฐเช็ก 1 ราย นอร์เวย์ 1 ราย เยอรมนี 2 ราย สหรัฐอเมริกา 3 รายและ เมียนมา 3 ราย ทำให้ถึงปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อสะสม 4,053 ราย หายป่วยแล้ว 3,839 ราย รักษาอาการอยู่ 154 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม มีผู้เสียชีวิตสะสม 60 ราย โดยการติดเชื้อในประเทศวันนี้ เป็นการติดเชื้อครั้งแรกหลังจากวันที่ 22 พฤศจิกายน 2563

เชียงใหม่-เชียงราย กระทบหนัก ลูกค้ายกเลิกโรงแรม-ทัวร์

นายอนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผยแก่เบนาร์นิวส์ว่า ธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายได้รับผลกระทบทันที หลังจากมีการเปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายมายังพื้นที่จังหวัดเชียงราย

“หลังจากมีข่าว ก็มีการยกเลิกไฟล์ทบิน-ที่พัก-ร้านอาหารบางส่วนทันที ซึ่งจังหวัดกำลังรวบรวมมูลค่าความเสียหาย แต่สำหรับจังหวัดเชียงราย นับตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภา-มีนา ที่ประกาศการระบาดของโควิด-19 การท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบเป็นต้นมา แต่เชียงราย 70 เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ทำให้ผลกระทบอาจจะไม่มากเท่าเชียงใหม่ หรือภูเก็ตที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ แต่ถือว่า เชียงรายเพิ่งกลับมาฟื้นตัวช่วงเดือนกันยายนนี้ เริ่มมีการกลับมาจองอีกครั้ง แต่ตอนนี้ก็ถูกยกเลิกจองแล้วบางส่วน” นายอนุรัตน์ กล่าว

“ปัจจุบัน จังหวัดได้มีมาตรการคือ ประสานไปยังจังหวัดท่าขี้เหล็ก ให้ประชาชนไทยที่ตกค้างกลับเข้าประเทศผ่านช่องทางปกติ เพื่อให้มีการกักตัว และเร็ว ๆ นี้ จะมีการทำบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ทั้งจังหวัด รวมถึงการอบรมร้านอาหารต่าง ๆ เพื่อให้มีมาตราฐานสุขภาพ สิ่งที่อยากให้รัฐและเอกชนร่วมกันคือ ต่อต้านข่าวปลอม เช่น ข่าวที่ว่าไปเชียงรายต้องกักตัว 14 วัน หรือเชียงรายล็อคดาวน์ เนื่องจากข่าวปลอมส่งผลกระทบในด้านลบกับการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของจังหวัด” นายอนุรัตน์ ระบุ

ขณะที่ นายเศรษฐศักดิ์ พรหมมา ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.เชียงราย เปิดเผยแก่สื่อมวลชนว่า หลังจากมีข่าวการพบผู้ติดเชื้อ มีการยกเลิกทัวร์หมู่บ้านโฮมสเตย์ในเครือข่ายคือ บ้านท่าขันทอง ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน และพื้นที่ใกล้เคียงต่อเนื่อง จากเดิมที่มีคณะจองเอาไว้กว่า 30 คณะ ปัจจุบันถูกยกเลิกไปแล้ว 18 คณะ คณะละประมาณ 40 คน ประเมินเบื้องต้นจะทำให้สูญเสียรายได้ไปแล้วกว่า 1.8 ล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะถูกยกเลิกอีกในอนาคต

ขณะเดียวกัน นางสาวหทัยชนก ต๊ะพานิชย์ เจ้าของโฮสเทลปันฮัก จังหวัดเชียงราย เผยต่อเบนาร์นิวส์ว่า รู้สึกท้อใจกับเหตุการณ์ที่พบผู้ติดเชื้อในประเทศที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ เพราะช่วงที่ผ่านมาใช้ระยะเวลานานกว่าธุรกิจจะฟื้นตัว และมีนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาจองที่พัก

“ที่พักถูกยกเลิกไปพอสมควร หลัก ๆ จะเป็นช่วงปีใหม่ ก่อนหน้าที่จะพบคนติดโควิดลักลอบเข้าไทย ที่แม่สาย ยอดจองเต็มหมดแล้ว ตอนนี้กลับมาเหลือห้องว่างอีกหลายวัน ภาคเอกชนเชียงราย ไม่เข้มแข็งเหมือนเชียงใหม่ เราไม่มีตัวตั้งตัวตีชัดเจน ที่จะชักชวนคนให้มาเที่ยวแบบปลอดภัย เรื่องเงินอัดฉีดก็ไม่มีเหมือนเชียงใหม่” นางสาวหทัยชนก กล่าว

ด้าน นายธีรวุฒิ เจนพิบูลนราทิน เจ้าของร้านอาหารคราฟท์รัปชัน จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ว่า สถานการณ์การลักลอบเข้าประเทศของคนไทยจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยงของเชียงรายและเชียงใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าภาคเอกชนจะลงขันช่วยเหลือนักท่องเที่ยวก็ตาม

“ไม่ใช่หน้าที่ๆ ภาคเอกชนจะต้องมาลงแรง รับผิดชอบต่อสถานการณ์นี้ เพราะลำพังธุรกิจในเชียงใหม่ปีนี้ก็ซบเซามากอยู่แล้ว ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาล รัฐบาลนำเจ้าหน้าที่ราชการที่อยู่ชายแดน เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในกรุงเทพฯ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหานี้ ความเข้มงวดที่ชายแดนหายไป เอื้อต่อการกลับเข้าเมืองโดยด่านธรรมชาติของคนไทยฝั่งพม่าอยู่แล้ว” นายธีรวุฒิ ระบุ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สรุปสถานการณ์ เดือนมกราคม-กันยายน 2563 ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด พบว่า มีนักท่องเที่ยวเดินทางในประเทศสะสม 52.71 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 3.2 แสนล้านบาท หากเทียบกับปี 2562 ถือว่า หดตัวร้อยละ 59.46 ขณะที่การท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงปิดประเทศ ไม่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวได้ จากสถิติพบว่า นักท่องเที่ยวไทยลดลงมากที่สุดในเดือนเมษายน 2563 ขณะที่เริ่มกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง ในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ