ศาลยะลาจำคุก “อัยย์ เพชรทอง” 5 ปี 4 เดือน ฐานหมิ่นวันนอร์

นายอัยย์กล่าวหา นายวันนอร์ เป็นหัวหน้าขบวนการก่อเหตุรุนแรงใต้
มารียัม อัฮหมัด
2022.01.25
ปัตตานี
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
ศาลยะลาจำคุก “อัยย์ เพชรทอง” 5 ปี 4 เดือน ฐานหมิ่นวันนอร์ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ผู้เป็นโจทก์ฟ้องนายอัยย์ เพชรทอง นักเคลื่อนไหวต่อต้านอิทธิพลมุสลิมหัวรุนแรง เดินทางไปยังศาลยะลาเพื่อฟังคำพิพากษาคดีหมิ่นประมาท วันที่ 25 มกราคม 2565
เบนาร์นิวส์

ในวันอังคารนี้ ศาลจังหวัดยะลา ได้มีคำพิพากษาตัดสินจำคุกนายอัยย์ เพชรทอง นักเคลื่อนไหวต่อต้านอิทธิพลมุสลิมหัวรุนแรง เป็นเวลา 5 ปี 4 เดือน ฐานหมิ่นประมาทนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่เกิดเหตุปล้นปืนจากค่ายปิเหล็ง ในปี 2547 ว่าเป็นหัวหน้าขบวนการก่อเหตุรุนแรงในภาคใต้

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ในฐานะทนายความฝ่ายจำเลย กล่าวว่า ศาลจังหวัดยะลาได้มีคำพิพากษาว่า นายอัยย์ เพชรทอง ผู้เป็นจำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

“เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม เป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 รวม 4 กรรม ลงโทษกระทงละ 2 ปี รวม 8 ปี จำเลยนำสืบเป็นประโยชน์ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี 4 เดือนและให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและเดลินิวส์เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน” นายกมลศักดิ์ กล่าวกับเบนาร์นิวส์

นายกมลศักดิ์ กล่าวอีกว่า เหตุที่ศาลไม่รอลงอาญา เนื่องด้วยพฤติการณ์ของจำเลยมีความร้ายแรง สร้างความแตกแยกทางศาสนาและสร้างความขัดแย้งในสังคม

หลังจากการพิพากษาคดีเสร็จสิ้นลง นายอัยย์ เพชรทอง กล่าวผ่านทางช่อง "รวมใจคนไทยพุทธ" ว่า ตนเองสื่อสารถึงเรื่องความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเรียกร้องความสงบ

“ศาลตัดสินมีความผิดหมิ่นประมาทนายวันนอร์ ลงโทษจำคุกไม่รอลงอาญา ศาลตัดสินยังไงน้อมรับ ไม่มีปัญหาเพราะเราเป็นชาวพุทธที่มาเพื่อทวงคืนความสงบให้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราถามท่านในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะเป็น ส.ส. แต่คำถามของเรากลับมองว่า เป็นการใส่ร้ายแล้วศาลตัดสินอย่างนี้ก็ไม่เป็นไร” นายอัยย์ กล่าว

นายอัยย์ กล่าวอีกว่า ตนถูกกักขังสองสามชั่วโมงก่อนได้รับประกันตัว และจะอุทธรณ์คดี ส่วนในวันพรุ่งนี้จะต้องเดินทางไปที่ศาลจังหวัดนราธิวาส ในคดีลักษณะเดียวกัน มีโจทก์คนเดิมคือนายวันนอร์ เป็นผู้ฟ้องร้องตน

“งานนี้เป็นศักดิ์ศรีของชาวพุทธ ศักดิ์ศรีของคนไทยที่อยากจะเห็นสี่จังหวัดชายแดนใต้กลับมาสงบ คนพุทธ คนมุสลิมสามารถไปมาหาสู่กัน ไม่ต้องอยู่ในบรรยากาศที่โจรกบฏมุสลิมบีอาร์เอ็นมันครอบอยู่ แล้วทำให้มุสลิมที่ดีจำนวนมากก็หวาดกลัว” นายอัยย์ กล่าวเพิ่มเติม

นายอัยย์ เป็นเลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ (อพปส.) ซึ่งมีแนวคิดต่อต้านอิทธิพลอิสลาม โดยได้ให้สัมภาษณ์กับเบนาร์นิวส์ว่า “ลัทธิอิสลามจากตะวันออกกลาง เพราะพวกนี้มองคนไทยว่าเป็นคนอื่น แล้วก็รวมทั้งอิสลามสายมลายูที่ไม่ได้มองไทยเป็นประเทศแม่ แต่มองไทยเป็นผุ้รุกรานรัฐปัตตานี แล้วปลูกฝังเยาวชนผ่านปอเนาะ อยากเปลี่ยนไทยให้เป็นรัฐอิสลาม อยากจะแยกประเทศ”

ด้าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่มีฐานเสียงในสามจังหวัดชายแดนใต้ กล่าวกับเบนาร์นิวส์ว่า ตนเองมีความจำเป็นต้องฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรม

“คราวนี้เนื่องจากถูกกล่าวหาในข้อที่กฎหมายค่อนข้างที่จะรุนแรง เช่น ‘หัวหน้าโจรกบฏแบ่งแยกดินแดน ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายอาญาอย่างรุนแรง จึงต้องต่อสู้ใช้ข้อกฎหมายและพึ่งบารมีศาล เพื่อให้รู้ว่าไม่เป็นความจริง” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

“คำพิพากษาของศาลเห็นได้ชัดว่า เฟซบุ๊กของนายอัยย์ เพชรทอง ตลอดเวลานั้นเป็นการกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการใส่ร้ายไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต ถ้าต้องการแสดงความเห็นโดยสุจริตทำโดยวิธีอื่นไม่ใช่ลงเฟซบุ๊ก หรือกล่าวร้ายว่าผมเป็นหัวหน้าโจรก่อการร้าย และสิ่งสำคัญศาลว่าการกระทำของจำเลยสร้างความแตกแยกให้กับศาสนาอีกด้วย”

นับตั้งแต่การที่มีคนร้ายปล้นปืนไปจากค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือค่ายปิเหล็ง ในจังหวัดนราธิวาส ไป 413 กระบอก ในเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2547 ได้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รุนแรงกว่า 7,300 คน ตามข้อมูลของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนใต้

ล่าสุด คณะพูดคุยเพื่อสันติสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมหารือกับคณะผู้แทนของกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ (BRN) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 11-12 มกราคม 2565 นี้ เพื่อหาทางยุติปัญหาความรุนแรงพื้นที่ โดยสองฝ่ายเห็นพ้องในการที่จะพูดคุยสารัตถะจำนวน 3 เรื่อง คือ 1) การลดความรุนแรง 2) การปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่ และ 3) การแสวงหาทางออกทางการเมืองต่อไป

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง