เมียนมาไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอด หลังอาเซียนไม่เชิญผู้นำรัฐบาลทหาร

ทีมข่าวเบนาร์นิวส์
มะนิลา จาการ์ตา กัวลาลัมเปอร์ และวอชิงตัน
2021-10-26
Share
เมียนมาไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอด หลังอาเซียนไม่เชิญผู้นำรัฐบาลทหาร สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์แห่งบรูไน (กลาง) ประธานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2564 กล่าวในการประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งเมียนมาไม่ได้เข้าร่วม ในบันดาร์เสรีเบกาวัน วันที่ 26 ต.ค. 2564
เอกสารแจก/รอยเตอร์

ผู้นำอาเซียนเริ่มการประชุมสุดยอดอาเซียนในวันอังคาร โดยไร้ผู้แทนจากเมียนมา ซึ่งไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมเพื่อประท้วงอาเซียนที่ไม่เชิญผู้นำรัฐบาลทหารเข้าร่วมการประชุม

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาสนับสนุนความพยายามของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะให้รัฐบาลทหารพม่ารับผิดชอบในการปฏิบัติตามฉันทามติห้าข้อของอาเซียน ซึ่งมุ่งเน้นที่การฟื้นฟูสันติภาพและประชาธิปไตยในเมียนมาหลังรัฐประหาร

“ได้มีการเชิญผู้แทนของเมียนมาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองให้เข้าร่วมการประชุม แต่ขณะเริ่มการประชุม ไม่มีผู้แทนของเมียนมาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองเข้าร่วมการประชุมด้วย” นางเร็ตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย บอกในระหว่างการบรรยายสรุปแก่สื่อมวลชน

นางเร็ตโน มาร์ซูดี ยังรายงานให้ทราบถึงความคิดเห็นของประธานาธิบดีโจโก “โจโกวี” วีโดโด ที่กล่าวไว้ในระหว่างการประชุมอาเซียนเมื่อวันอังคาร

เธอบอกผู้สื่อข่าวว่า ประธานาธิบดีโจโกวี “เสียใจที่เมียนมาปฏิเสธไม่รับข้อเสนอของอาเซียนในการร่วมกันช่วยเมียนมาให้พ้นจากวิกฤตการเมืองในเมียนมา”

ก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียนได้ตัดสินใจแบบไม่เคยทำมาก่อน ที่จะไม่เชิญพล.อ.อาวุโส มิน ออง ลาย ผู้นำรัฐบาลทหารของเมียนมา เข้าร่วมในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ โดยบอกว่า เขาไม่ปฏิบัติตามฉันทามติที่ได้ตกลงกันไว้ในระหว่างการประชุมฉุกเฉินผู้นำอาเซียนในกรุงจาการ์ตา เมื่อเดือนเมษายน

“การตัดสินใจของอาเซียนที่จะเชิญผู้แทนของเมียนมาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองเข้าร่วมในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำ” ประธานาธิบดีโจโกวีกล่าวในระหว่างการประชุมเมื่อวันอังคาร นางเร็ตโนอ้างคำพูดของเขา

ประธานาธิบดีโจโกวีขอให้ผู้นำอาเซียนคนอื่น ๆ ระลึก “ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรเคารพหลักการไม่แทรกแซง แต่ในทางกลับกัน เรายังจำเป็นต้องยึดถือหลักการอื่น ๆ ในกฎบัตรอาเซียนด้วย เช่น ประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล การเคารพสิทธิมนุษยชน และรัฐบาลที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ” นางเร็ตโนกล่าว

เธอหมายถึงนโยบายที่มีมาช้านานของอาเซียนในการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก

อาเซียนได้เชิญนักการทูตระดับสูงคนหนึ่งจากกระทรวงการต่างประเทศที่ตั้งขึ้นโดยรัฐบาลทหารของเมียนมา ในฐานะ “ผู้แทนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง” ให้เข้าร่วมในการประชุมสุดยอดครั้งนี้แทนผู้นำที่ก่อรัฐประหารในเมียนมาเมื่อวันที่ 1 ก.พ. การประชุมสุดยอดครั้งนี้มีบรูไนเป็นเจ้าภาพ

การถูกห้ามเข้าร่วมการประชุมสุดยอดครั้งนี้ถือเป็น “ความอับอายและความล้มเหลวอย่างรุนแรงในด้านระหว่างประเทศสำหรับรัฐบาลทหารเมียนมา” เย เมียว ไฮน์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันการเมืองศึกษาแห่งเมืองตะกองในเมียนมา บอกแก่เรดิโอฟรีเอเชีย (RFA) หน่วยงานในสังกัดเดียวกันกับเบนาร์นิวส์

แถลงการณ์ที่ออกโดยประธานอาเซียนเมื่อค่ำวันอังคาร ไม่ได้กล่าวถึงการที่เมียนมาไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุม

แถลงการณ์ดังกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าดำเนินการตามฉันทามติห้าข้อ ซึ่งรวมถึงการยอมให้ผู้แทนพิเศษประจำเมียนมาเข้าถึงทุกพรรคการเมือง แต่รัฐบาลทหารพม่าได้ปฏิเสธที่จะทำเช่นนั้น

บรูไน ประธานอาเซียนปี 2564 จะส่งมอบตำแหน่งประธานหมุนเวียนให้แก่กัมพูชาในปีหน้านี้

เมื่อวันอังคาร นายฮุน เซน ผู้นำจอมเผด็จการของกัมพูชา กล่าวคำพูดรุนแรงต่อรัฐบาลทหารพม่า ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์

“วันนี้อาเซียนไม่ได้ขับเมียนมาออกจากกรอบของอาเซียน เมียนมาได้สละสิทธิ์ของตัวเอง” นายฮุน เซน กล่าว

“ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์อาเซียนลบหนึ่ง ไม่ใช่เป็นเพราะอาเซียน แต่เป็นเพราะเมียนมาเอง”

น่าอับอายมากทางการเมือง

ขณะเดียวกันในเมียนมา หนังสือพิมพ์เมียวดีของรัฐบาลทหารพม่ารายงานว่า มีการชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลทหารเกิดขึ้นใน 47 เมืองทั่วประเทศ รวมทั้งในกรุงเนปิดอว์ ก่อนหน้าการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้

ธาน โซ เนง นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวว่า การชุมนุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าคนในประเทศให้การสนับสนุนรัฐบาลทหาร แม้รัฐบาลทหารจะถูกอาเซียนดูแคลนก็ตาม

“คนทั้งประเทศต่อต้านรัฐบาลทหารในชนบท และการตัดสินใจของอาเซียนที่จะไม่เชิญผู้นำรัฐบาลทหารเข้าร่วมในการประชุมอาเซียน เป็นสิ่งที่น่าอับอายมากทางการเมือง” เขาบอกกับ RFA

“ในสถานการณ์เช่นนั้น การชุมนุมเหล่านี้จัดขึ้นเพื่อแสดงว่ารัฐบาลทหารได้รับการสนับสนุนจากประชาชน จำนวนผู้เข้าร่วมการชุมนุมมีไม่มากเลย”

ราษฎรคนหนึ่งในเมืองมัณฑะเลย์ ผู้ไม่ต้องการให้ระบุชื่อ กล่าวว่า กองทัพยังให้การรักษาความปลอดภัยแก่ผู้ชุมนุมในเมืองออง มเย ทาร์ซาน แม้ทหารมักจะเปิดฉากยิงใส่ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในการชุมนุมอื่น ๆ

“เราไม่เคยเห็นคนเหล่านี้ในเมืองของเรา ผู้ชุมนุมเหล่านั้นเป็นคนแปลกหน้า ผมมองว่าคนพวกนี้เป็นนักฉวยโอกาสที่เข้าร่วมกับผู้ที่ยึดอำนาจจากประชาชน คนเหล่านี้ได้รับอนุญาตให้จัดการชุมนุมได้” ราษฎรมัณฑะเลย์คนนี้กล่าว

211026-TH-Myanmar-ASEAN-summit-inside.jpg

ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมาเข้าร่วมการชุมนุม นอกอาคารสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในกรุงจาการ์ตา วันที่ 24 เมษายน 2564 (เอเอฟพี)

สำหรับกระทรวงการต่างประเทศที่ตั้งขึ้นโดยรัฐบาลทหารพม่า ก็ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารเกี่ยวกับการที่เมียนมาไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุม เมียนมาไม่ได้คว่ำบาตรการประชุมสุดยอดครั้งนี้ แต่ไม่เข้าร่วมเพราะอาเซียนไม่ยอมให้ผู้แทนจากรัฐบาลทหารเข้าร่วมการประชุม รัฐบาลทหารกล่าว

ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหาร บอกแก่ RFA ว่า รัฐบาลรู้สึกว่า “การเลือกปฏิบัติต่อกันและกัน และ... การกดดันซึ่งกันและกันในกิจการภายในประเทศของเรา” เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

เมียนมาเป็นประเทศที่มีอธิปไตย และมีมิตรภาพที่ดีกับนานาชาติอยู่แล้ว เขากล่าว

ตามแถลงการณ์จากทำเนียบขาว มิตรที่อ้างถึงเหล่านั้นไม่มีสหรัฐฯ รวมอยู่ด้วย เนื่องจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้กล่าวในการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ หลังจากนั้นในวันอังคาร

“เขาแสดงความเป็นกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับรัฐประหารและความรุนแรงอันน่าสยดสยองในพม่า และเรียกร้องให้รัฐบาลทหารของพม่ายุติความรุนแรงดังกล่าวทันที ปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรม และฟื้นฟูเส้นทางสู่ประชาธิปไตยของพม่า” ทำเนียบขาวกล่าว

“เขาได้แสดงออกถึงการสนับสนุนความพยายามของอาเซียนที่จะให้รัฐบาลทหารของพม่ารับผิดชอบในการปฏิบัติตามฉันทามติห้าข้อของอาเซียน”

ประธาธิบดีโจ ไบเดน ได้พบกับผู้นำอาเซียน หลังจากที่หนึ่งวันก่อนหน้าการประชุมอาเซียน นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ได้จัดการพูดคุยทางออนไลน์กับตัวแทนจากรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ รัฐบาลเงาที่ประกอบด้วยพลเรือนในเมียนมา เพื่อย้ำถึงการสนับสนุนของสหรัฐฯ ต่อรัฐบาลเงา ทำเนียบขาวกล่าว

ไบเดน ผู้ที่ได้เข้าร่วมการประชุมกับผู้นำอาเซียนครั้งนี้เป็นครั้งแรกในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้ประกาศถึงความตั้งใจที่ให้เงินจำนวน 102 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับโครงการใหม่ ๆ เพื่อขยายความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอาเซียน

เงินจำนวนนี้จะนำไปใช้ในการสนับสนุนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ฟื้นตัวจากโควิด-19 การจัดการกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาทุนมนุษย์ ทำเนียบขาวกล่าว

พื้นที่อินโด-แปซิฟิก ทะเลจีนใต้

ประเด็นอื่น ๆ ในภูมิภาคที่หารือกันโดยสมาชิกอาเซียน ได้แก่ ทัศนะของอาเซียนต่อพื้นที่อินโด-แปซิฟิก และสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ที่มีข้อพิพาทกันอยู่ โดยฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม และบรูไน สมาชิกอาเซียน ต่างก็เป็นผู้อ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ด้วย

แถลงการณ์ของประธานอาเซียนระบุว่า สมาชิกบางประเทศได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการถมทะเลสร้างเกาะเทียม และความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลในทะเลจีนใต้ ซึ่ง “ได้บั่นทอนความไว้วางใจและความเชื่อมั่น เพิ่มความตึงเครียด และอาจทำลายสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาค”

แถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าประเทศใดที่ทำสิ่งเหล่านี้ แม้ภาพถ่ายดาวเทียมและผู้สังเกตการณ์ในภูมิภาคจะชี้ไปที่จีนก็ตาม

นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เรือสำรวจของจีนจำนวนสองลำได้แล่นเข้าสู่น่านน้ำอินโดนีเซียและมาเลเซียในทะเลจีนใต้ ขณะที่อินโดนีเซียไม่มีท่าทีมากนักต่อการบุกรุกดังกล่าว แต่มาเลเซียได้เรียกทูตจีนมาพบเพื่อประท้วงเกี่ยวกับเรื่องนี้

ในการประชุมสุดยอดอาเซียนเมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์กล่าวว่า อาเซียนต้อง “เข้มแข็งต่อไป” แม้จะถูกท้าทายจากจีน

เขากล่าวต่อไปว่า การอ้างสิทธิ์ของจีนเหนือพื้นที่จำนวนมากในทะเลจีนใต้ได้ถูกศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศในกรุงเฮก ตัดสินว่าไม่ถูกต้องเมื่อปี 2559 ศาลตัดสินว่าคำกล่าวอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ของจีนขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS

ในทำนองเดียวกัน นายอิสมาอิล ซาบรี ยาค็อบ นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย กล่าวเมื่อวันอังคารว่า “เรื่องเกี่ยวกับทะเลจีนใต้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างสันติและสร้างสรรค์ ตามหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับของสากล รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982”

จีนไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ

ในคำแถลงของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เขากล่าวว่า สหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะ “ทำงานร่วมกับพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรา เพื่อป้องกันการคุกคามต่อคำสั่งของศาลระหว่างประเทศ และเพื่อส่งเสริมพื้นที่อินโด-แปซิฟิกให้เป็นอิสระและเปิดกว้าง”

มารีล ลูเซนิโอ ในมะนิลา, อาหมัด สยัมสุดิน ในจาการ์ตา, มุซลิซา มุสตาฟา ในกัวลาลัมเปอร์, ไชลาจา นีลากันตัน ในวอชิงตัน และ เรดิโอฟรีเอเชีย ภาคภาษาเมียนมา ร่วมรายงาน

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ