ทร. แถลงไม่พบคราบน้ำมันจากเหตุรั่วที่ระยองแล้ว

กรีนพีซ เรียกร้องรัฐบาลสอบสวนหายนะภัยน้ำมันรั่ว
นนทรัฐ ไผ่เจริญ
2022.01.31
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
ทร. แถลงไม่พบคราบน้ำมันจากเหตุรั่วที่ระยองแล้ว คนงานทำความสะอาดหาดแม่รำพึง หลังท่อส่งน้ำมันรั่วนอกชายฝั่งจังหวัดระยองเมื่อวันอังคารที่แล้ว ภาพวันที่ 29 มกราคม 2565
เอพี

กองทัพเรือ (ทร.) เปิดเผยในวันจันทร์นี้ว่า ปัจจุบัน จากการลาดตระเวนไม่พบคราบน้ำมันบนผิวน้ำและชายฝั่ง จากเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลจากท่อส่งของ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (SRPC) ใกล้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เมื่อช่วงดึกของวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมานี้ ขณะเดียวกัน อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด ยืนยัน ยังไม่พบปะการังได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่ว

พล.ร.ต. อาทร ชะระภิญโญ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวในการแถลงข่าวที่สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาตาพุดว่า หลังเกิดเหตุหน่วยราชการและเอกชนได้เร่งแก้ไขปัญหา จนปัจจุบัน สถานการณ์รั่วไหลของน้ำมันดิบคลี่คลายลงแล้ว

“อากาศยานกองทัพเรือลาดตระเวน ดูทุกแนว หาดแม่รำพึง ถึงเกาะเสม็ดทิศตะวันออกและตะวันตก ปรากฎว่า เราไม่พบคราบน้ำมันเลย แต่เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ณ ปัจจุบัน สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ไม่พบกลุ่มน้ำมันที่เป็นลักษณะเดียวกันกับวันที่ 26 (มกราคม 2565) ที่เป็นคราบดำ ๆ… ที่ปรากฏเป็นฟิล์ม ที่หาดแม่พิมพ์หน้ากว้างก็ไม่เยอะ ความคืบหน้าในการจัดเก็บก็เป็นไปได้พอสมควรแล้ว” พล.ร.ต. อาทร กล่าว

ด้าน นายพงษ์กรณ์ ช่อชูวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารระบบความปลอดภัย คุณภาพสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย ความปลอดภัย SPRC ได้แถลงข่าวแสดงความเสียใจ

“เราไม่อยากให้มันเกิดเรื่องนี้เลย บริษัทพยายามที่จะออกแบบ ดำเนินการจัดการ และดูแลบำรุงรักษาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่พอเกิดขึ้นมาปุ๊บ ทางบริษัทเองก็พยายามแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และบริษัทข้างเคียง กระทั่งการดำเนินงานของการเก็บกู้คราบน้ำมัน ทั้งแหล่งน้ำและบนบกเป็นไปด้วยดี” นายพงษ์กรณ์กล่าว

โดยในแถลงการณ์ของ SRPC วันจันทร์นี้ระบุว่า บริษัทได้ดำเนินการใช้เรือในการวางทุ่นกักน้ำมัน ป้องกันการเคลื่อนตัวเข้าพื้นที่ชายฝั่งบริเวณอ่าวเพ ฝั่งตะวันตกของเกาะเสม็ด และใช้เรือ โดรน และเฮลิคอปเตอร์ เฝ้าระวังคราบน้ำมันบนผิวน้ำตามแนวชายฝั่ง ขณะเดียวกันมีการเก็บกู้คราบน้ำมันบนชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง

แถลงการณ์ของ SRPC ระบุว่า บริษัทฯ ยินดีที่จะรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับทางจังหวัดในการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ในกรณีน้ำมันดิบรั่วไหล ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล สามารถติดต่อและยื่นเรื่องได้ที่จุดรับเรื่องราวร้องทุกข์ กรณีพบคราบน้ำมันกรณีพบน้ำมันดิบรั่วไหล ณ บริเวณชายหาด บ้านสบ๊าย สบาย รีสอร์ท ตำบลตะพง เวลา 9.00-15.30 น. ไม่เว้นวันหยุด หรือ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 1567

เขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด ปลอดภัย

ขณะที่ นายธวัช เจนการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้มีการตั้งชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังผลกระทบทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อป้องกันผลกระทบจากคราบน้ำมันต่อพื้นที่อุทยาน

“เราลงพื้นที่ดำน้ำดูการเปลี่ยนแปลง ของปะการัง หญ้าเทียม และระบบนิเวศใต้น้ำ ปลาหรือไข่ขนาดเล็ก สองวันแรกดำ(น้ำ) ยังไม่พบการเปลี่ยนแปลง วันที่สามเราดำโดยทั่วไปก็ยังเหมือนเดิม ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยาน” นายธวัช กล่าว

ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นายปัญญา แขสวัสดิ์ นักวิจัยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ชี้ว่า การแก้ไขของบริษัท และหน่วยงานรัฐถือว่าทำได้อย่างรวดเร็ว แต่ควรมีแนวทางที่ชัดเจนในป้องกันปัญหาในอนาคต

“เกือบ 4 พันไร่ คือตัวเลขความเสียหายของพื้นที่ สัตว์ทะเล หญ้าทะเล ปะการัง ได้รับผลกระทบแน่ ผลกระทบจริง ๆ จะยังคงอยู่ในระบบนิเวศตรงนั้นไปอีกนาน สิ่งหนึ่งที่คิดว่ามันเป็นปัญหาเรื้อรัง คือ การที่บริษัทต่าง ๆ ไม่มีสำนึกความรับผิดชอบกับเรื่องนี้เลย เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราต้องไม่ปล่อยให้เรื่องนี้มันกลายเป็นเรื่องปกติ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องรับผิดชอบ และมีบทลงโทษที่ชัดเจนรุนแรง” นายปัญญา กล่าวกับเบนาร์นิวส์

ขณะเดียวกัน กรีนพีซ ได้เรียกร้องให้ SRPC ต้องเปิดเผยข้อมูลการรั่วไหลครั้งนี้ต่อสาธารณะอย่างชัดเจนและโปร่งใส รวมทั้งติดตามตรวจสอบ และศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างถี่ถ้วน

“กรีนพีซ ประเทศไทย เรียกร้องให้รัฐบาลไทยตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อสอบสวนหายนะภัยน้ำมันรั่วครั้งนี้ และทบทวนแผนพลังงานชาติโดยเร่งด่วนเพื่อปลดแอกเชื้อเพลิงฟอสซิล ตลอดจนยุติแผนการขยายการขุดเจาะน้ำมันหรือก๊าซฟอสซิล และโครงการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้วิถีชีวิต สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และชุมชนต้องแบกภาระจากผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิกฤตสภาพภูมิอากาศ”​ บทความของกรีนพีซ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2565 ระบุ

กรณีที่เกิดขึ้น สืบเนื่องจาก SRPC ได้แถลงการณ์ว่า เกิดมีน้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM) ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 20 กิโลเมตร เมื่อเวลา 21.06 น. ของวันที่ 25 มกราคม 2565 โดยมีีการเปิดเผยจาก SRPC ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2565 ว่า ปริมาณน้ำมันที่รั่วออกมาประมาณ 50 ตันลิตร หรือ 5 หมื่นลิตร

ถนอม เอกเจริญโชติ และวิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช ในกรุงเทพฯ ร่วมรายงาน

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ