Follow us

พลเอกประยุทธ์ ขอร้องให้ผู้ประท้วงงดสร้างความวุ่นวาย

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2020-08-04
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน หนึ่งในผู้ประท้วง ปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญในส่วนพระมหากษัตริย์ บนเวทีราชดำเนิน วันที่ 3 สิงหาคม 2563
นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน หนึ่งในผู้ประท้วง ปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญในส่วนพระมหากษัตริย์ บนเวทีราชดำเนิน วันที่ 3 สิงหาคม 2563
นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์

ในวันอังคารนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวเตือนให้กลุ่มผู้ประท้วงงดสร้างความวุ่นวายในขณะนี้ หลังจากประชาชนรวมตัวชุมนุมเรียกร้องให้หยุดคุกคาม ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา มาเกือบหนึ่งเดือน โดยล่าสุด เมื่อวานนี้ ผู้ชุมนุมเรียกร้องแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์อีกด้วย

หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้นลงในวันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวว่า ตนได้ให้พรรคร่วมรัฐบาลพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ และขอร้องให้ผู้ประท้วงอย่าสร้างความวุ่นวาย

“ผมจะให้พรรคร่วมรัฐบาลมาหารือร่วมกัน เพื่อร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอสภาควบคู่กันไป ผมยืนยันอย่างนี้ เพราะคือกลไกที่ถูกต้อง ขอร้องว่าอย่าให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมากนักเลย ในเวลานี้ เพราะเรากำลังแก้ปัญหาหลายอย่างด้วยกัน” พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวในการแถลงข่าว

“รัฐบาลต้องทำตามกฎหมาย ตามขั้นตอนทุกประการ โดยการแสวงหาความร่วมมือระหว่างกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างยกเข้ามาชนกัน และมันก็ไปกันไม่ได้... วันหน้าสภาเปิดจะได้พิจารณาทันที ก็ว่ากันไป จะแก้ตรงไหน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ผ่านมา มีการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาประชาชนกว่า 200 คน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีการแต่งกายเลียนแบบตัวละคร ในภาพยนตร์เรื่องแฮรี่ พอตเตอร์ ปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ รวมทั้ง เรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย

นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน หนึ่งในผู้ปราศรัยระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อให้การปกครองของประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างเหมาะสม

“พวกเรามีระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่สถาบันพระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจล้นเกินไปกว่าที่ระบอบอนุญาต แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องพูดกันอย่างจริงจัง และทุกคนต้องพูดให้เป็นสาธารณะและพูดด้วยความเคารพในระบบ เคารพต่อสถาบัน ถ้าไม่พูดถึงเรื่องนี้ ไม่มีทางแก้ปัญหาได้” นายอานนท์กล่าว

“การพูดเช่นนี้ไม่ใช่การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นการพูดเพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในสังคมไทยอย่างถูกต้องชอบธรรม ตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” นายอานนท์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ในการชุมนุมที่มีเจ้าหน้าที่กว่าร้อยนายเฝ้าสังเกตการณ์ กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มมอกะเสด และประชาชนผู้ร่วมชุมนุมได้ประกาศข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ประกอบด้วย 1. ให้ยกเลิก และแก้ไขกฎหมายที่มีผลเป็นการขยายพระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่อาจกระทบกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. แก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ให้สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย และไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และ 3. ต้องรับฟังเสียงของนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองขณะนี้ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองให้เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เริ่มชุมนุมตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น. ก่อนเสร็จสิ้นการชุมนุมในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ไม่มีการลงพื้นผิวการจราจร และใช้ความรุนแรง

ในการแถลงข่าวในวันนี้ พลเอกประยุทธ์ ยังได้ปรารภว่าตนป็นห่วงเด็กนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน ที่ออกมาประท้วง

“ห่วงเด็ก ๆ นะ ผมก็ให้แนวทางไปแล้วว่าจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนให้มากยิ่งขึ้นนะ คนรุ่นใหม่นะ ให้เขารู้ว่าเขาอยากได้อนาคตอย่างไร เราก็จะฟังเขาภายในเดือนนี้แหละ จะเปิดเวทีให้มากขึ้น ก็เวทีการพูดคุยพบปะหารือกัน จะชุมนุมอะไรก็ว่ากันไป สิทธิตามกฎหมายก็ว่ากันไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพิ่มเติม

การชุมนุมของประชาชนที่เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยุบสภา เริ่มขึ้นครั้งแรกโดยกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ซึ่งการชุมนุมครั้งแรกมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 2 พันคน ต่อมาเกิดการชุมนุมในลักษณะเดียวกันในหลายจังหวัด และหลายสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เช่น อุบลราชธานี เชียงใหม่ ขอนแก่น ปัตตานี นครศรีธรรมราช นครราชสีมา พิษณุโลก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และอีกหลายสถานที่ โดยในแต่ละที่มีประชาชนเข้าร่วมหลายร้อยคน และใช้ข้อเรียกร้องเดียวกันกับ กลุ่มเยาวชนปลดแอก ต่อมาการกลุ่มจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้รวมกันในนาม ประชาชนปลดแอก โดยยึดข้อเรียกร้องสามข้อเดิม

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ