นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแก้ต่างการใช้นโยบายรุนแรงกับการก่อการร้าย

ฟาฮิรุล เอ็น. รามลี

2016-01-25
Share
MY-IDC-NAJIB-620 นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวถ้อยแถลงในงานประชุมนานาชาติว่าด้วยการลดแนวความคิดนิยมความรุนแรงและการปราบปรามแนวคิดลัทธิสุดโต่งหัวรุนแรง ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559
เบนาร์นิวส์

นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เขาจะไม่ขอโทษที่ใช้มาตรการเข้มงวดในการปราบปรามการก่อการร้าย เพราะภัยคุกคามจากกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) เป็น “จริงมาก” และเขาจำเป็นต้องเห็นแก่ความปลอดภัยของประเทศเหนือสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น

คำกล่าวของเขามีขึ้นสามวัน หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของมาเลเซียจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกกลุ่มไอเอสจำนวนเจ็ดคน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับผู้วางแผนการโจมตีในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 14 ม.ค. อันเป็นผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตจำนวนสี่คน และผู้โจมตีเสียชีวิตจำนวนสี่คน

"ข้าพเจ้าจะไม่ขอโทษ ข้าพเจ้าขอย้ำว่า จะไม่ขอโทษใด ๆ สำหรับการดำเนินการทุกอย่างเพื่อรักษาความปลอดภัย และสำหรับการให้การรักษาความปลอดภัยแก่ชาวมาเลเซียทั้งหมดและทุกคนทั่วโลกที่มาเยือนประเทศเรา เป็นงานสำคัญอันดับหนึ่งของข้าพเจ้า” นายนาจิบกล่าว ในการแถลงเปิดงานประชุมนานาชาติว่าด้วยการลดแนวคิดนิยมความรุนแรง และการปราบปรามแนวคิดลัทธิสุดโต่งหัวรุนแรงปี 2559 ในกรุงกัวลาลัมเปอร์

"ภัยคุกคามนี้เป็นจริงมาก และรัฐบาลของข้าพเจ้าเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก” เขากล่าว

วิดีโอขู่

ขณะเปิดงานประชุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจของมาเลเซียกล่าวว่า กลุ่มไอเอสได้โพสต์วิดีโอเตือนเกี่ยวกับการโจมตีในมาเลเซีย เพื่อแก้แค้นการที่สมาชิกและผู้สนับสนุมกลุ่มไอเอสถูกจับกุม

วิดีโอดังกล่าวเป็นภาษามาเลย์ และถูกเผยแพร่โดยหน่วยกาติบาห์ นูซันตารา (หน่วยต่อสู้ประจำหมู่เกาะมาเลย์) ซึ่งเป็นหน่วยของกลุ่มไอเอส ในมาเลเซีย ได้เตือนรัฐบาลมาเลเซียให้หยุดการดำเนินการต่อกลุ่มไอเอส และปล่อยตัวผู้ที่ถูกกักตัวไว้ ไม่เช่นนั้นแล้วจะ “ถูกแก้แค้น”

เป็นที่สงสัยกันว่า ผู้นำของหน่วยกาติบาห์ นูซันตารา อาจจะเป็น นายบาห์รัน นาอิม ซึ่งถูกระบุตัวว่าเป็นผู้วางแผนเบื้องหลังการระเบิดในกรุงจาการ์ตา และอยู่ในเมืองรักกา เมืองหลวงของกลุ่มไอเอสในประเทศซีเรีย

วิดีโอดังกล่าวเป็นภาพชาวมาเลเซียสองคนที่อยู่ในซีเรีย ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งมาเลเซียระบุว่าชื่อ นายอับดุล ฮาลิด ดารี และนายโมห์ด นิซัม อารีฟิน กำลังพูดอยู่ใต้สัญลักษณ์ของกลุ่มไอเอส

“เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังใช้มาตรการเชิงรุกต่อไปในเรื่องที่เกี่ยวกับวิดีโอนั้น และจะเอาจริงกับเรื่องนี้” คาลิด อาบู เบการ์ กล่าว เมื่อพบกับผู้สื่อข่าวในระหว่างงานประชุมดังกล่าว

เบนาร์นิวส์เองไม่สามารถตรวจสอบยืนยันวิดีโอดังกล่าวได้

การกักขังโดยปราศจากการพิจารณาคดีในศาล

จนถึงปัจจุบัน มาเลเซีย ประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ได้จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอส จำนวนกว่า 100 คนแล้ว สื่อในประเทศรายงานข่าวกรองที่ระบุว่า ชาวมาเลเซียจำนวนห้าสิบห้าคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสในอิรักและซีเรีย และ 17 คนจากจำนวนนี้ถูกสังหารแล้ว

นายนาจิบตอบโต้กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดของเขา และเรียกกลุ่มเหล่านั้นว่า เป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพของพลเมือง

"แต่ขอให้ข้าพเจ้าบอกท่านดังนี้: ไม่มีเสรีภาพพลเมืองภายใต้ไอเอส และไม่มีที่กำบังสำหรับผู้ที่ต้องการก่อการร้าย วิธีที่ดีที่สุดในการคงไว้ซึ่งเสรีภาพพลเมืองคือ การประกันความปลอดภัยของประเทศเรา” เขาบอกแก่ที่ประชุม

ในปี 2555 นายนาจิบได้กำกับการยกเลิกกฎหมายที่รุนแรงว่าด้วยความมั่นคงภายใน ซึ่งรัฐบาลใช้เพื่อกักขังคนเป็นระยะเวลาไม่จำกัด โดยไม่ต้องมีการพิจารณาคดีในศาล แต่เมื่อปีที่แล้ว เขาได้นำกฎหมายที่เข้มงวดนั้นกลับมา โดยกล่าวว่ามีจุดประสงค์เพื่อต่อสู้กับการก่อการร้าย

บรรดากลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายความผิดต่อความมั่นคง (มาตรการพิเศษ) หรือ SOSMA เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้นำบทบัญญัติที่อนุญาตให้มีการกักตัวโดยไม่ต้องมีการพิจารณาคดีในศาล ขึ้นมาใช้ใหม่

กลุ่มเคลื่อนไหวเหล่านี้ยังวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ที่ได้อนุมัติกฎหมายอีกฉบับหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งให้อำนาจอย่างมากแก่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ภายใต้การนำของนายนาจิบ

นายนาจิบประณามแนวคิดของกลุ่มไอเอสที่ต้องการสร้างรัฐอิสลามขึ้นมาว่า “ไม่มีอะไรเลยที่เป็นอิสลาม” โดยเสริมว่า คนส่วนใหญ่ที่รักความสงบในประเทศของเขา ปฏิเสธความรุนแรงของกลุ่มไอเอสอย่างเด็ดขาดเกี่ยวกับ “ระเบิด การบาดเจ็บ และการฆ่าตัดหัว”

นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียยังแจกแจงถึงแผนการของมาเลเซีย ที่จะจัดตั้งศูนย์ต่อต้านการสื่อสารข้อความออนไลน์ระดับภูมิภาคขึ้น เพื่อต่อสู้กับการโฆษณาชวนเชื่อทางออนไลน์ของกลุ่มไอเอส

"[เ]ป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่ผู้มีอำนาจทุกคน ไม่ว่าจะเป็นมุฟตี [ผู้นำศาสนาอิสลามของเรา] คณะกรรมการสื่อของเรา คนหนุ่มสาวของเราที่เก่งด้านเทคโนโลยีและที่สื่อสังคมเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิต ต้องแน่ใจว่า ข้อความที่ศูนย์นี้ส่งออกไป มีความหนักแน่น โน้มน้าวใจ และเป็นจริง” เขากล่าว

เขากล่าวว่า ข้อความเหล่านั้นต้องหยุด “วิธีการที่ล่อใจและโน้มน้าวใจของกลุ่มติดอาวุธ” ได้

“ข้อความเหล่านั้นจะต้องระบุอย่างชัดเจนว่า เพราะเหตุใดพวกนั้น [ไอเอส] จึงผิด และเพราะเหตุใดชาวมุสลิมที่แท้จริง จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุดมการณ์นี้ ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการทำลายล้าง”

แถลงการณ์ของรัฐบาลกล่าวว่า งานประชุมดังกล่าวซึ่งมีระยะเวลาสองวัน มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบรรดาหน่วยงานความมั่นคงทั่วโลก ในโครงการเกี่ยวกับการลดแนวความคิดนิยมความรุนแรง

รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานด้านการปราบปรามภัยคุกคามของกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรง จากสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของอาเซียน คือ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย บริเตน ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ญี่ปุ่น จีน และอิตาลี เข้าร่วมในงานประชุมดังกล่าว

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ