Follow us

สธ. พบนักท่องเที่ยวจีนติดไวรัสโคโรนา 1 ราย แต่รักษาหายแล้ว

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2020-01-13
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
ผู้หญิงรายหนึ่งเดินผ่านตลาดเนื้อสัตว์และอาหารทะเลที่ยังไม่เปิดขาย ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ที่พบการระบาดของไวรัสตัวใหม่ ที่แพร่กระจายมายังประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2563
ผู้หญิงรายหนึ่งเดินผ่านตลาดเนื้อสัตว์และอาหารทะเลที่ยังไม่เปิดขาย ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ที่พบการระบาดของไวรัสตัวใหม่ ที่แพร่กระจายมายังประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2563
เอเอฟพี

ในวันจันทร์นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ได้ตรวจพบนักท่องเที่ยวชาวจีน ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 1 ราย โดยได้ดำเนินการรักษาจนหาย และพร้อมจะส่งตัวกลับประเทศแล้ว ขอร้องให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวดังกล่าว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ รวมถึงตัวแทนจากองค์การอนามัยโลก โดยเปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังคัดกรองผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่ รวมทั้งมีการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชน โดยได้ทำการคัดกรอง ผู้โดยสารและลูกเรือ 9,122 ราย จาก 58 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 3-12 มกราคม 2563 และพบผู้ต้องสงสัยบางส่วน

“พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์น่าสงสัย 12 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล รักษาหายให้กลับบ้านแล้ว 8 ราย มีผู้ป่วยหนึ่งรายที่มีไข้สูงตรวจพบจากการคัดกรองด้วยเครื่องเทอร์โมสแกนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้ารับการรักษาในห้องแยกโรคความดันลบของสถาบันบำราศนราดูร เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2563 ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2563 พบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นรายแรกของประเทศไทย และเป็นรายแรกที่ตรวจพบนอกประเทศจีน” นายอนุทิน กล่าว

“ขณะนี้ได้รับการรักษาหายแล้ว และพร้อมจะเดินทางกลับประเทศ โดยขณะนี้ ยังไม่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มในประเทศไทย และบุคลากรการแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาทุกคนไม่ติดเชื้อนี้ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก กระทรวงสาธารณสุขมีศักยภาพและความพร้อมด้านสาธารณสุขในการจัดการปัญหาดังกล่าว” นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ นายอนุทิน ระบุว่า หากประชาชนไทยเดินทางกลับมาจากพื้นที่ระบาด คือ เมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ประเทศจีน ภายใน 14 วัน แล้วมีอาการไข้ เจ็บคอ น้ำมูกไอ เสมหะ หรือหายใจเหนื่อยหอบให้รีบพบแพทย์ หรือแจ้งมายังกระทรวงสาธารณสุขทันที ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถรักษา และยับยั้งการแพร่ระบาดได้อย่างทันท่วงที

ตามรายงานข่าวล่าสุด ประชาชนหลายสิบคน ในเมืองอู่ฮั่นป่วยด้วยโรคปอดบวม เป็นอาการที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยมีผู้เสียชีวิตเป็นชายหนึ่งราย วัย 61 ปี

ซึ่งโรคเบื้องต้นในประเทศจีนพบว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาส่วนใหญ่ทำงานในตลาด หรือมีประวัติเดินทางไปที่ตลาดอาหารทะเลจีนใต้ ในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นตลาดที่มีการค้าสัตว์หลายชนิด เช่น นก ไก่ฟ้า งู เครื่องในกระต่าย และสัตว์ป่าอื่นๆ

ด้าน องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า องค์การอนามัยโลกได้ทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ทางการไทย และจีน เพื่อติดตามการรายงานเกี่ยวกับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา ในประเทศไทย โดยบุคคลที่พบว่าติดเชื้อ ได้เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ก่อนจะถูกตรวจพบโดยเจ้าหน้าที่ไทยเมื่อวันที่ 8 มกราคม และเข้ารับการรักษาในวันดังกล่าวทันที ซึ่งผู้ป่วยรายดังกล่าวได้รับการรักษาจนหาย ตามการเปิดเผยข้อมูลของทางการไทย

ทั้งนี้ ความเป็นไปได้ที่จะพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศอื่น ไม่ใช่สิ่งที่เหนือความคาดหมาย และเป็นเหตุผลว่า ทำไมองค์การอนามัยโลกจึงเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆตื่นตัวกับการตรวจคัดกรอง และเตรียมพร้อมรับมือ ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้ให้คำแนะนำถึงแนวทางในการตรวจและรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสชนิดใหม่นี้แล้ว

การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับพันธุกรรมโดยประเทศ ทำให้หลายประเทศสามารถวินิจฉัยผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว องค์การอนามัยโลกย้ำว่า การดำเนินการตรวจสอบแหล่งที่มาของไวรัสในประเทศจีนมีความสำคัญมาก เพื่อให้การตรวจหาลำดับพันธุกรรมในจีนนั้น เป็นประโยชน์ต่อนานาประเทศที่จะสามารถวินิจฉัยผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่ องค์การอนามัยโลก เน้นย้ำว่าอย่างไรก็ตามการสืบสวนยังคงต้องดำเนินต่อไปในประเทศจีน เพื่อระบุหาแหล่งที่มาของการระบาดในคร้ังนี้ นอกจากนี้เมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากเรื่องดังกล่าว ดอกเตอร์ นายเทดรอส อัดดานอม เกรเบเยซัส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกจะปรึกษาหารือกับสมาชิกคณะกรรมการฉุกเฉิน และจะเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อแจ้งเตือนในเรื่องดังกล่าว

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ