Follow us

นายกสมาคมมัคคุเทศก์ฯ : เชียงใหม่จะมีคนตกงานอย่างน้อย 1 พันคน เหตุไวรัสโคโรนา

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช และ มารียัม อัฮหมัด
กรุงเทพฯ และ ปัตตานี
2020-01-29
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
นักท่องเที่ยวสวมหน้ากากอนามัย ขณะเยือนพระบรมมหาราชวัง ในกรุงเทพฯ วันที่ 29 มกราคม 2563
นักท่องเที่ยวสวมหน้ากากอนามัย ขณะเยือนพระบรมมหาราชวัง ในกรุงเทพฯ วันที่ 29 มกราคม 2563
เอเอฟพี

ในวันพุธนี้ นายมานพ แซ่เจีย นายกสมาคมมัคคุเทศก์ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยแก่เบนาร์นิวส์ว่า โปรแกรมทัวร์ของชาวจีนที่จะเดินทางมายังประเทศไทย ถูกยกเลิกทั้งหมดแล้ว หลังการระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งจะทำให้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 นี้ มีคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตกงานอย่างน้อยหนึ่งพันคน

นายมานพ กล่าวว่า ทัวร์จากประเทศจีนมายังประเทศไทย หลังวันที่ 28 มกราคม ถูกยกเลิกทั้งหมดแล้ว หลังจากที่รัฐบาลจีนมีคำสั่งห้ามบริษัททัวร์ขายบริการเดินทางไปยังต่างประเทศ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2563 เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเริ่มต้นระบาดจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ประเทศจีน โดยชี้ว่า เชียงใหม่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของคนจีน เพราะในจำนวนนักท่องเที่ยวจีนสิบกว่าล้านคนของปีที่แล้ว มีถึง 20 เปอร์เซ็นต์ มาเที่ยวในเชียงใหม่

“การจองกรุ๊ปทัวร์ หลังวันที่ 28 มกราคม ยกเลิกทั้งหมดจากคำสั่งของรัฐบาลจีน ทัวร์จีนที่มีอยู่ในไทยตอนนี้เข้ามาก่อนคำสั่งแบน และกำลังทยอยกลับ คาดว่าจะกลับไปหมดในวันที่ 31 มกราคม ฉะนั้นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป จะมีรถทัวร์ที่จอดนิ่งอย่างน้อย 250 คัน รถตู้ที่รับคณะทัวร์ไม่เกิน 12 คน จะจอดนิ่งประมาณ 500 คัน ไกด์ภาษาจีนสำหรับกรุ๊ปทัวร์จะตกงานประมาณ 1,000 คน จากทั้งหมด 2,000 คน คาดการณ์เบื้องต้นผลกระทบดังกล่าวน่าจะอยู่ประมาณ 1–2 เดือน” นายมานพ กล่าว

“นักท่องเที่ยวจีน ที่มาเอง แต่ยกเลิกไปแล้วประมาณ 50% ตอนนี้ นักท่องเที่ยวชาวอู่ฮั่นอยู่เชียงใหม่ประมาณร้อยกว่าคน ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พักที่ไหน เพราะมากันเอง ไม่ผ่านบริษัททัวร์ของไทย บางส่วนมากับทัวร์เถื่อนที่เจ้าของเป็นคนจีน จองกันมาเอง ตรงนี้น่าเป็นห่วงมาก รัฐบาลน่าจะวางมาตรการให้เข้มข้นมากกว่านี้ ในการคัดกรอง” นายมานพ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่า ไทยจะสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว ประมาณ 50,000 ล้านบาท โดย นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการ ททท. กล่าวว่า ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีน 10.99 ล้านคน มาเที่ยวเมืองไทย ในปีนี้ประเมินว่า จะมีชาวจีนเดินทางมายังประเทศ 11.1-11.3 ล้านคน แต่ด้วยสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ จึงคาดว่า นักท่องเที่ยวจีนจะหายไปประมาณ 2 ล้านคน เหลือประมาณ 9.1-9.3 ล้านคน ตลอดทั้งปี แต่ในภาพรวม ยังจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากว่า 40 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 2.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย กว่าสองล้านล้านบาท

ด้าน นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว กล่าวแก่สื่อมวลชนว่า นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยจะลดลงประมาณเดือนละ 7 แสนคน จากการสั่งห้ามขายทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศของรัฐบาลจีน

“ในภาวะปกติ คนจีนเที่ยวไทยเฉลี่ยราว 9 แสนคนต่อเดือน ดังนั้นหากเหตุการณ์สามารถควบคุมได้เร็วใน 1 เดือน เท่ากับว่านักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยอาจหายไปสัก 70-80% ของจำนวน 9 แสนคนต่อเดือน เพราะยังมีส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยตัวเอง หรือเดินทางเพื่อธุรกิจยังสามารถออกนอกประเทศได้อยู่ หากลากยาวสัก 2 เดือน นักท่องเที่ยวจีนก็จะลดลงไปตามสัดส่วน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าไม่น่าจะใช้เวลาเกิน 2 เดือน เพราะในช่วงปี 2546 ที่รัฐบาลจีนควบคุมการระบาดของโรคซาร์สใช้เวลาประมาณ 2 เดือน” นายวิชิต กล่าว

ขณะที่ แม่ค้าขายของชำร่วย ที่ศาลพระพรหมเอราวัณ (สงวนชื่อและนามสกุล) กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ว่า นักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังการระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่

“ปกติทัวร์จีนจะเข้าเป็นร้อยๆ คัน ตอนนี้หายหมดเลย ปกติคนจีนจะมาไหว้พระขอพรช่วงตรุษจีน เยอะจนล้นทะลักออกไปบนถนน ตอนนี้หายไปหมด ไม่รู้จะเป็นแบบนี้อีกนานไหม กระทบถึงนักท่องเที่ยวชาติอื่นด้วย เพราะเขาไม่อยากเดินทาง หวังว่าจะจบ ความหวังอยู่ที่รัฐบาลจีน” แม่ค้ารายดังกล่าว ระบุ

ในพื้นที่ภาคใต้ ก่อนหน้านี้ สายการบินแอร์เอเชีย ได้ทำการยกเลิกเที่ยวบินระหว่างจังหวัดกระบี่ กับเมืองอู่ฮั่น และหลายเมืองในประเทศจีนแล้ว 15 เที่ยวบิน และในวันนี้ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ได้แจ้งยกเลิกเที่ยวบินเช่าเหมาลำ จากเมืองเฉิงตู ประเทศจีน-หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 3 เที่ยวบิน ในวันที่ 31 มกราคม, 5 กุมภาพันธ์ และ 10 กุมภาพันธ์ 2563 และ เที่ยวบินจาก หาดใหญ่-เฉิงตู 2 เที่ยวบิน ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ และ 5 กุมภาพันธ์ 2563 โดยระบุว่า จะไม่มีเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยงการติดเชื้อในประเทศจีนเดินทางมายังท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในช่วงนี้

ด้านนายจีระวัฒน์ นาวัง มัคคุเทศก์อาชีพ และเครือข่ายมัคคุเทศก์ภาษาจีน กล่าวว่า มัคคุเทศก์สัมผัสโดยตรงกับนักท่องเที่ยวจีนที่มาจากประเทศจีน ซึ่งทางมัคคุเทศก์ได้มีการวางมาตรการป้องกันตนเองด้วย เมื่อทำงานเสร็จจะให้แพทย์ตรวจสอบจนแน่ชัดว่า ไม่ติดเชื้อไวรัสก่อนกลับบ้าน เพราะกลัวจะนำเชื้อไปเผยแพร่ต่อคนในครอบครัว

ส่วนการบินไทย สายการบินแห่งชาติ ไม่ได้ทำการยกเลิกเที่ยวบินระหว่างไทยกับจีน แต่เพิ่มมาตรการฆ่าเชื้อ โดยการพ่นยาฆ่าเชื้อ และอบห้องโดยสาร ในทุกเที่ยวบินที่เดินทางไปยังประเทศจีน

ลูกเรือพ่นยาฆ่าเชื้อในห้องผู้โดยสารของสายการบินไทย หนึ่งในขั้นตอนป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโคโรนาไวรัส ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ วันที่ 28 มกราคม 2563 (การบินไทย/เอเอฟพี)
ลูกเรือพ่นยาฆ่าเชื้อในห้องผู้โดยสารของสายการบินไทย หนึ่งในขั้นตอนป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโคโรนาไวรัส ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ วันที่ 28 มกราคม 2563 (การบินไทย/เอเอฟพี)

ทั่วโลกพบผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 6 พันราย เสียชีวิต 132 คน ไทยคงที่ ติดเชื้อ 14 ราย

เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2562 ได้พบการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือ 2019-nCoV โดยเริ่มต้นจากตลาดค้าเนื้อสัตว์ป่าในเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ที่ทำให้ผู้ติดเชื้อมีการอาการปอดบวม คล้ายกับอาการโรคซาร์ส์ที่ระบาดในจีน และฮ่องกง ในปี  2545-46 ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 600 คน

ฐานข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 6,057 ราย เสียชีวิตแล้ว 132 ราย รักษาหายแล้ว 110 ราย มีการพบผู้ติดเชื้อใน 15 ประเทศ 3 เขตปกครองพิเศษจากทั่วโลก โดยประเทศที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด คือ ประเทศจีน 5,970 ราย รองลงมา คือ ไทย ฮ่องกง มาเก๊า ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และอื่นๆ

ในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่สะสมทั้งสิ้น 14 ราย ในนั้นรักษาตัวหายแล้ว 8 ราย โดยถือว่า เป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก รองจากประเทศจีน

ผู้เชี่ยวชาญไวรัสชี้ โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ รุนแรงน้อยกว่า ซาร์ส และเมอร์ส

ในท่ามกลางการคาดการณ์ถึงสถานการณ์ไวรัส ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ที่กำลังระบาดในประเทศจีนนั้น มีความรุนแรงของโรคน้อยกว่าซาร์ส และเมอร์ส ซึ่งเคยระบาดในอดีต

“ความรุนแรงของโรคนี้น้อย เมื่อเปรียบเทียบกับซาร์ส (SARS) และเมอร์ส (MERS) อัตราตายของโรคนี้ ถ้าดูจำนวนเปอร์เซ็นต์จะมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เชื่อว่าน่าจะน้อยกว่า 1% หรืออาจจะอยู่ที่ 1 ในพัน จากผู้ป่วยที่เป็นนอกประเทศจีนกว่า 100 คน ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตเลย เพราะการวินิจฉัยจะทำได้ดีและรวดเร็วขึ้น และยอดผู้ป่วยที่แท้จริงจะมีมากกว่าผู้ป่วยที่รายงานมาก” ศ.นพ.ยง ระบุ

นนทรัฐ ไผ่เจริญ ในกรุงเทพฯ มีส่วนร่วมในการรายงานข่าวนี้

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ