Follow us

เจ้าหน้าที่ยิงบุคคลตามหมายจับ เสียชีวิตสามราย ในหนองจิก

มารียัม อัฮหมัด
ปัตตานี
2020-04-30
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บในการปะทะกับผู้ต้องสงสัย ในพื้นที่บ้านปะการือสง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี วันที่ 30 เมษายน 2563
เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บในการปะทะกับผู้ต้องสงสัย ในพื้นที่บ้านปะการือสง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี วันที่ 30 เมษายน 2563
เบนาร์นิวส์

ในวันพฤหัสบดีนี้ เจ้าหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ได้เกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามร่วมประจำจังหวัดปัตตานี ยิงปะทะกับผู้ก่อความไม่สงบ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้ต้องสงสัยในพื้นที่บ้านปะการือสง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ในเวลาก่อนพลบค่ำของวันนี้ ทำให้ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 3 คน ส่วนเจ้าหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อยหนึ่งนาย

พล.ต.ปิยพงศ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์การปะทะที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ม.6 บ้านปะการือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 17.20 น. ในวันนี้นั้น เนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานจากสายข่าวว่ามีกลุ่มคนร้ายเข้ามาเคลื่อนไหวหมายก่อเหตุในช่วงรอมฎอน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการค้นหาเป้าหมายในหมู่บ้านจนมีการยิงกันขึ้น

“ก่อนหน้านี้ทางหน่วยข่าวได้รับรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบว่า มีการเข้ามากบดานในพื้นที่  โดยฉวยจังหวะช่วงเดือนรอมฎอน แต่เจ้าหน้าที่ได้มีการเฝ้าระวังตลอดเวลา จนกระทั่งวันนี้ สายข่าวในพื้นที่ได้พบบุคคลแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่ โดยหลบอยู่ภายในบ้านไม่มีเลขที่ และมีคนเดินเข้าออกอย่างมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเพื่อเข้าตรวจสอบ” พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าว

“และเมื่อไปถึงบ้านเป้าหมายได้ปิดล้อมพร้อมเรียกให้คนที่อยู่ในบ้านออกมา แต่คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการปะทะกันขึ้น เป็นเหตุให้คนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต 3 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 นาย” พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย คือ ส.ต.ท.กวิน ไชยนุราช นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล จ.ปัตตานี

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเคลียร์พื้นที่ ทราบชื่อคนร้ายดังนี้คือ หนึ่ง นายยูโซ๊ะ แมะตีเมาะ บุคคลตาม ป.วิอาญา 7 หมาย ที่สำคัญคือเหตุระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน เมื่อ 11 ส.ค. 2559 และ ระเบิดเจ้าหน้าที่ ทพ.ร้อย.ทพ.4303 ต.บางเขา อ.หนองจิก ปัตตานี เมื่อ 10 ม.ค. 2560 พบปืนลูกซองอยู่ข้างศพ คนที่สอง คือ นายมะตามีซี สาอิ บุคคลตาม ป.วิอาญา 2 หมาย จากเหตุปล้นรถตู้ อ.หนองจิก นำไปปล้นร้านทองสุธาดา อ.นาทวี สงขลา เมื่อ 27 ส.ค. 2562 พบปืนไรเฟิล AK-102 อยู่ข้างศพ ส่วนคนที่สาม คือ นายอับดุลอาซิ ปากียา บุคคลตาม ป.วิอาญา 1 หมาย จากเหตุระเบิดห้างบิ๊กซีปัตตานี เมื่อ 9 พ.ค. 2560 พบปืนพกขนาด .38 อยู่ข้างศพ ทั้งสามคน ยังเป็นผู้ต้องสงสัย ในเหตุโจมตีจุดตรวจ ชรบ.กอแลปิและ ในอ.เมือง ปัตตานีอีกด้วย

ด้าน พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กองทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ในการปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเข้าพิสูจน์ทราบบุคคลต้องสงสัยที่ประชาชนแจ้งให้ทราบ ในพื้นที่บ้านปะการือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

“การปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นผลจากการแจ้งข่าวของพี่น้องประชาชนที่พบความเคลื่อนไหวกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จึงจัดกำลังเข้าพิสูจน์ทราบ แต่ถูกกลุ่มคนร้ายที่หลบซ่อนในบ้าน ได้เปิดฉากยิงใส่ จึงได้เกิดการปะทะและเกิดการสูญเสียดังกล่าว” พล.ต.ปราโมทย์ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

“ทั้งนี้ ในห้วงเดือนรอมฏอนซึ่งเป็นเดือนอันศักดิ์สิทธิ์และเดือนแห่งการทำความดี แต่ในห้วงที่ผ่านมา ได้พบเบาะแสและภาพข่าวความเคลื่อนไหวของคนร้ายเตรียมก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น” พล.ต.ปราโมทย์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นี้ ได้เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดเข้าไปในรั้วสำนักงาน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ก่อนที่จะจุดระเบิดที่ซ่อนในรถยนต์กระบะที่จอดอยู่ด้านหน้าป้ายสำนักงานฯ ซ้ำ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 25 ราย

ในขณะนั้น เฟซบุ๊กเพจที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องเป็นผู้สนับสนุนขบวนการบีอาร์เอ็น ซึ่งเป็นกลุ่มขบวนการติดอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยใช้ชื่อเพจว่า BRN Barisan Revolusi National ได้โพสต์ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นหน้า ศอ.บต. พร้อมแฮชแท็กข้อความ “#คำสัญญาตามที่แถลง #Amanah_yang_di_kluarkan” โดยโพสต์ข้อความบอกใบ้ว่า เป็นฝีมือพวกตนที่ตอบโต้เจ้าหน้าที่ที่ไล่ล่าเพื่อนร่วมฝ่ายขบวนการ ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (บีอาร์เอ็น) กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ใหญ่และมีกำลังพลมากที่สุด ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ประกาศว่าจะยุติการปฏิบัติการในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดได้โดยปลอดภัย โดยมีเงื่อนไขว่า ฝ่ายเจ้าหน้าที่ต้องไม่ปฏิบัติการต่อสมาชิกกลุ่มของตนด้วย

ในเรื่องนี้ พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กองทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวต่อเบนาร์นิวส์ ต่อแถลงการณ์ในวันนั้น ว่า ไม่มีนัยยะใด ๆ ต่อทางการ

“กรณีที่มีกลุ่มที่อ้างตัวเป็น บีอาร์เอ็น ออกมาแถลงนั้น อยากเรียนว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา รัฐทำหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ภายใต้อำนาจหน้าที่ตามกฏหมาย ด้วยการบังคับใช้กฏหมายกับผู้กระทำความผิดทั้งต่อเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนผู้บริสุทธิ์เท่านั้น ในฐานะความเป็นรัฐ ที่จำเป็นต้องบังคับใช้กฏหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ไม่เกี่ยวกับการสั่งหยุดยิง” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

นับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2547 เป็นต้นมา มีผู้เสียชีวิตกว่า 7,000 ราย จากเหตุการณ์รุนแรงในสถานการณ์ความไม่สงบที่มีต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

และในวันพฤหัสบดีนี้ มีการโพสต์คลิปยูทูปของนาย อับดุล คาริม คาลิด โฆษกของกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่ออกมากล่าวโทษทางการไทยที่ฉวยโอกาส ขณะที่บีอาร์เอ็นประกาศหยุดยิงในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นี้ เข้าโจมตีสถานที่ซ่อนตัวของสมาชิกขบวนการ

“ซึ่งบีอาร์เอ็นจึงขอประณามรัฐบาลไทยในความไร้มนุษยธรรมนี้ และเราหวังว่า พวกเราทุกคนจะมุ่งหน้าจัดการกับหมู่บ้านของตนให้รอดพ้นจากการแพร่ระบาดใหญ่ และการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมของทางการ”

มาตาฮารี อิสมาแอ ในนราธิวาส ร่วมรายงานข่าวนี้

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ