Follow us

พี่น้องมุสลิมชายแดนใต้ขอพรให้โควิดหายไป ในวันรายาฮัจย์

มารียัม อัฮหมัด
ปัตตานี
2020-07-31
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
นางมารีแย มะนาหิง ร่วมวงกับเยาวชนบ้านเจาะกลาดี เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ โดยทั้งหมดพร้อมใจชูสัญลักษณ์สามนิ้ว บ่งบอกถึงการเฉลิมฉลองรายอฮัจย์ 3 วัน ที่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา วันที่ 31 กรกฎาคม 2563
นางมารีแย มะนาหิง ร่วมวงกับเยาวชนบ้านเจาะกลาดี เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ โดยทั้งหมดพร้อมใจชูสัญลักษณ์สามนิ้ว บ่งบอกถึงการเฉลิมฉลองรายอฮัจย์ 3 วัน ที่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา วันที่ 31 กรกฎาคม 2563
มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์

ประชาชนที่นับถือมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมละหมาดในมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี และตามมัสยิดต่าง ๆ ในพื้นที่ เพื่อขอพรจากอัลลอฮ์ให้โรคโควิดที่ระบาดทั่วโลกหายไปโดยเร็ว เนื่องในวันรายออิดิ้ลอัฎฮา หรือ รายอฮัจย์ ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1441 นี้ ซึ่งยังต้องมีมาตรการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด

นายซาการียา กาเล็ง อิหม่ามมัสยิดแห่งหนึ่ง ในอำเภอยะหริ่ง ปัตตานี กล่าวว่า สิ่งที่ได้ขออวยพรวันนี้ นอกจากเรื่องการทำความดีแล้ว ยังขอให้สามจังหวัดมีแต่ความสงบทุกวัน และขอให้โควิดหมดไปโดยไว

“ทุกคนมีความต้องการความปลอดภัย ทั้งจากโควิด และความไม่สงบในพื้นที่ ขอให้หมดโดยเร็วตลอดไปที่พวกเราได้ขอพร” นายซาการียา กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

ด้าน นายยาฟาด สะอิ พ่อค้าข้าวเหนียวไก่ ในอำเภอโคกโพธิ์ ปัตตานี กล่าวว่า ตนได้ขอพรให้พวกเราหายจากความจน ที่สำคัญคือขอให้โควิดหายไปโดยไว

“พวกเราจะได้ไปขายของได้ปกติ เมื่อเราขายของปกติ เราจะมีเงินเลี้ยงครอบครัว พวกเราเชื่อว่าอัลลอฮ์จะประสงค์พรให้เราโดยเร็ว และเชื่อว่าพรเราจะสมหวัง” นายยาฟาด กล่าว

ทั้งนี้ ในการร่วมละหมาดนั้น เป็นไปด้วยความเข้มงวดในมาตรการด้านสุขอนามัย เช่น การสวมหน้ากาก การเว้นระยะ เป็นต้น

ในตอนเช้ามืดวันศุกร์นี้ ชาวไทยมุสลิมพาครอบครัวไปที่สุสาน หรือกูโบร์ เพื่อเยี่ยมและอ่านคัมภีร์อัลกูรอ่าน และสวดดูอาร์ขอพรให้กับบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ และบริจาคเงินให้กับเด็ก ๆ จากนั้นจึงเดินทางไปร่วมละหมาดตามมัสยิดต่าง ๆ ในพื้นที่ หลังละหมาด มีการบรรยายธรรมการดำเนินชีวิตให้อยู่อย่างมีความสุข ปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม ทำความดีละเว้นความชั่ว และร่วมกันสร้างสังคมให้เกิดความสันติสุข และร่วมขอพร สลาม กอดกัน เพื่อขออภัยซึ่งกันและกัน ก่อนแยกย้าย แล้วทำพิธีกุรบาน หรือเชือดสัตว์ เพื่อเป็นทานบริจาคให้กับผู้ยากจนและด้อยโอกาส ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด

นายรอพี สาและยีงอ นับเงิน ก่อนนำไปแจกให้เด็ก ๆ ที่รอรับเงินบริจาค ด้านหน้ามัสยิดบ้านเจาะกลาดี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 (มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์)
นายรอพี สาและยีงอ นับเงิน ก่อนนำไปแจกให้เด็ก ๆ ที่รอรับเงินบริจาค ด้านหน้ามัสยิดบ้านเจาะกลาดี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 (มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์)

นายกอเดร์ มะยิ แล่เนื้อวัวออกเป็น 7 ส่วน เท่า ๆ กัน ก่อนนำไปแจกแก่ผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในชุมชน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 (มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์)
นายกอเดร์ มะยิ แล่เนื้อวัวออกเป็น 7 ส่วน เท่า ๆ กัน ก่อนนำไปแจกแก่ผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในชุมชน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 (มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์)

นายแม เจะเงาะ อิหม่าม ในพื้นที่จังหวัดยะลา กล่าวเสริมว่า วันนี้วันรายอ พี่น้องชาวไทยมุสลิมส่วนมากจะจูงบุตรหลานไปมัสยิด ร่วมละหมาดรายอ และมีการบรรยายธรรม การดำเนินชีวิตให้อยู่อย่างมีความสุข ปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม ทำความดีละเว้นสิ่งไม่ดี  และร่วมกันสร้างสังคมให้เกิดความสันติสุข และยังได้ร่วมขอพร เพื่อให้โควิดหมดไปโดยเร็วด้วย

ทั้งนี้ ปกติในทุกปี เทศกาลรายอฮัจย์นี้ เป็นวันที่ชาวมุสลิมทั่วโลก จาก 160 ประเทศ จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ที่นครมักกะห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย แต่ปีนี้เกิดสถานการณ์โควิด-19 รัฐบาลซาอุดิอาระเบียกำหนดให้ผู้ประกอบพิธีฮัจย์ ที่เมืองมักกะห์ ลดลงเหลือจำนวน 1,000 คน และอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่อาศัยในประเทศซาอุดิอาระเบียเท่านั้น

ด้านนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี กล่าวว่า ขอพรจากอัลลอฮ์ (พระผู้เป็นเจ้า) ให้พี่น้องมุสลิม พี่น้องชาวไทยทั้งมวล สามารถเผชิญ และก้าวผ่านวิกฤตต่าง ๆ ทั้งวิกฤตโรคระบาด และวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย ไปได้ด้วยดี

อีฎิ้ลอัดฮา เป็นวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม มีสัญลักษณ์สำคัญ คือ การเชือดสัตว์พลีทาน ถวายแด่พระผู้เป็นเจ้า เพื่อนำมาแบ่งปันให้แก่ผู้ยากไร้ ญาติมิตร และเพื่อนบ้าน ไว้บริโภค นับเป็นบทบัญญัติที่สะท้อนถึงการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤตเช่นในขณะนี้ การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน นับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ขอให้พี่น้องมุสลิมทั้งหลาย ได้หยิบยื่นความช่วยเหลือ ให้แก่ผู้ทุกข์ยากเดือดร้อน โดยไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนา และช่วยทำนุบำรุงสังคมอย่างเต็มกำลัง เพื่อความเข้มแข็ง และก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน

“แท้จริงการช่วยเหลือจากพระผู้สร้าง จะลงมาสู่สรรพสิ่งบนแผ่นดิน หากผู้ที่อยู่บนแผ่นดิน ต่างให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ขอพระจากอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้โปรดบันดาลความจำเริญแด่ทุกท่าน และขอทรงขจัดปัดเป่าโรคระบาดต่างๆ ให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินด้วยเถิด” นายอาศิส กล่าว

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ