เจ้าหน้าที่ประมงปัตตานีจับไอ้โง่ รอบอ่าวปัตตานีได้นับร้อยลูก

ทีมข่าวเบนาร์นิวส์
2015.10.16
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
TH-Fisheries-620 เจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารจัดการประมงทะเล ปัตตานี นำเรือยางออกลาดตระเวนรอบอ่าวปัตตานี จับลอบพับ หรือ ไอ้โง่ ได้จำนวนมาก เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ต.ค. 2558
เบนาร์นิวส์

ในวันศุกร์ (16 ตุลาคม 2558) นี้ นายปรีชา บริเพ็ชร หัวหน้าศูนย์บริหารจัดการประมงทะเล ปัตตานี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารจัดการประมงทะเล ปัตตานี นำเรือยางออกลาดตระเวนรอบอ่าวปัตตานี และ สามารถจับลอบพับ หรือไอ้โง่ ถึง 260 ลูก และจับได้อีกมากกว่า 100 ลูก กระจัดกระจายตลอดสัปดาห์

นายปรีชา ได้กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารจัดการประมงทะเลปัตตานี ได้มีการออกปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องเพื่อดูแลให้มีการทำประมงโดยถูกต้อง ทำให้สามารถตรวจยึดเครื่องมือที่ผิดกฎหมายได้เป็นจำนวนมากในทุกวัน

“เราพบว่าชาวประมงที่ใช้เครื่องมือชนิดนี้ มีวิธีการพยายามหลบตาเจ้าหน้าที่มากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องพยายามหาวิธีที่จะตรวจจับให้ได้ จนสามารถจับกุมได้จำนวนมากครั้งนี้” นายปรีชา กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

ไอ้โง่ เครื่องมือทำการประมงที่ผิดกฏหมายตาม คำสั่ง คสช.ที่ 24/2558 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2558 อันเป็นมาตรการส่วนหนึ่งในมาตรการต่างๆ ที่จะกำจัดการประมงแบบผิดกฎหมาย หลังจากที่สหภาพยุโรปได้ให้ใบเหลืองแก่ประเทศไทย ที่มีปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported, Unregulated Fishing) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ได้แจ้งให้ทางเบนาร์นิวส์ทราบทางอีเมลว่า ในขณะนี้ สหภาพยุโรปยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไปกับทางประเทศไทย เมื่อใบเหลืองครบกำหนดหกเดือนในสิ้นเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

ชาวประมงขึ้นทะเบียนรับการเยียวยาจากภาครัฐ

วันเดียวกันที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมงปัตตานี เจ้าหน้าที่ได้เปิดรับลงทะเบียนเยียวยาเรือประมง ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ไม่สามารถออกทำประมงได้ ทำให้มีเจ้าของเรือประมงพาณิชย์ทุกประเภท และเรือประมงพื้นบ้านที่ใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย เดินทางมาลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก

นายวัชรินทร์ รักษ์ยอดจิตร ประมงจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า “วันแรกของการรับลงทะเบียน เพื่อเก็บข้อมูล ให้ความช่วยเหลือชาวประมงที่ใช้เครื่องมือผิดกฎหมายตามคำสั่ง คสช. ทำให้ชาวประมงกลุ่มดังกล่าวไม่สามารถทำการประมงได้ วันแรก มีทั้งเรือเล็กและเรือใหญ่ มากกว่า 500 ลำ ที่เข้ามาร่วมลงทะเบียน คาดว่าน่าจะให้ความช่วยเหลือได้โดยเร็ว”

นายดอเลาะ สาและ เจ้าของเรือประมงพื้นบ้าน กล่าวว่า ตนเองดีใจถ้ารัฐบาล ให้ความช่วยเหลือ อย่างน้อยก็สามารถหาอาชีพอื่นทำ ไม่ให้เดือดร้อน ทางรัฐบาลเอง ก็สามารถรักษาทรัพยากรทางทะเลได้ตามความต้องการ”

ในก่อนหน้านี้ ชาวประมงได้กล่าวว่า มีชาวประมงฆ่าตัวตายแล้วหลายราย จากการที่ไม่สามารถทำมาหากินได้มานานหลายเดือน หลังจากรัฐบาลห้ามเรือที่ไม่ขึ้นทะเบียน เรือที่ไม่มีอาชญาบัตร และเรือที่ใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายออกทะเลอย่างเด็ดขาด นับจากสิ้นเดือนกรกฏาคมเป็นต้นไป

ครม. อนุมัติเงินช่วยเหลือชาวประมง

เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 13 ตุลาคม 2558 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการประมงในระหว่างที่ไม่สามารถออกทำการประมงได้ภายในวงเงิน รวมทั้งสิ้น 228,516,100 บาท ตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติเสนอ โดยให้กองทัพเรือ โดยศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2558 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังให้กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีแล้ว โดยเบิกจ่ายในงบรายจ่ายอื่น ลักษณะเงินอุดหนุน ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ ดังนี้

1. ผู้ประกอบการที่มีเอกสารและอุปกรณ์ไม่ครบถ้วน ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2558 ลงวันที่ 29 เมษายน 2558 และต้องหยุดการทำประมง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นมา จำนวน 4,012 ลำ เป็นเงิน 180,593,500 บาท

2. ผู้ประกอบการประมงที่มีเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง แต่ไม่สามารถทำการประมงได้ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 24/2558 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2558 และต้องหยุดทำการประมง ตั้งแต่วันที่กฎหมาย/คำสั่ง มีผลบังคับใช้ โดยให้ความช่วยเหลือถึงวันที่ 30 กันยายน 2558 จำนวน 330 ราย/ลำ และโพงพาง 4 ราย เป็นเงิน 47,922,600 บาท

โดยกรอบประเภทค่าใช้จ่าย ดังนี้ ค่าแรงแรงงานประมง เฉลี่ย 300 บาท/คน/วัน แบ่งเกณฑ์การคำนวณเป็นประเภทเรือ เป็น 3 ประเภท คือ ต่ำกว่า 10 ตันกรอส จำนวนแรงงาน 3 คน เท่ากับ 900 บาท, 10-30 ตันกรอส จำนวนแรงงาน 4 คน เท่ากับ 1,200 บาท, 30-60 ตันกรอส จำนวนแรงงาน 6 คน เท่ากับ 1,800 บาท และ 60 ตันกรอสขึ้นไป จำนวน 8 คน เท่ากับ 2,400 บาท

เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ เฉลี่ย 500บาท/คน/วัน เกณฑ์การคำนวณ ต่ำกว่า 10 ตันกรอส จำนวน 2 คน เป็นเงิน 1,000 บาท, 10 ตันกรอส จำนวนแรงงาน 3คน เป็นเงิน 1,500 บาท

ด้านค่าเช่าที่จอดเรือ/ค่าไฟ เฉลี่ย 200 บาท/ลำ/วัน ประเภทเรือประมง ถ้าต่ำกว่า 10 ตันกรอส จะได้เงินช่วยเหลือ 2,100 บาท/ลำ/วัน, 10-30 ตันกรอส จะได้เงินช่วยเหลือ 2,900 บาท/ลำ/วัน, 30-60 ตันกรอส จะได้เงินช่วยเหลือ 3,500 บาท/ลำ/วัน, 60 ตันกรอสขึ้นไป จะได้เงินช่วยเหลือ 4,100 บาท/ลำ/วัน แต่ถ้าเป็นเครื่องมือโพงพาง จะได้เงินช่วยเหลือ 1,000บาท/วัน

การดำเนินการใช้จ่าย และเบิกจ่ายงบกลาง เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการประมงดังกล่าวให้กองทัพเรือปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วน และให้ทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป

3. ผู้ประกอบการประมงที่มีเอกสารแต่ไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง ทำให้ต้องหยุดทำการประมงจนถึง 30 ก.ย. 2558 จำนวนทั้งสิ้น 2,658 ราย (ลำ) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องจากกรมประมง

ในส่วนของผู้ประกอบการที่ใช้เครื่องมือที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือใช้ผิดจากที่ได้รับอนุญาต ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 24/2558 นั้น ไม่ควรให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากอาชญาบัตรไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด หากผู้ประกอบการต้องการปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมง ผู้ประกอบการควรมีส่วนรับผิดชอบด้วย และเห็นควรให้ความช่วยเหลือ โดยจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากกระทรวงการคลัง

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง