Follow us

เจ้าหน้าที่บุกคาราโอเกะเมืองนราธิวาส พบค้าบริการเด็กลาวอายุต่ำกว่า 18 ปี

มาตาฮารี อิสมาแอ
นราธิวาส
2018-11-09
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ถ่ายภาพหญิงสาว ที่ถูกนำออกมาจาก ร้านแฟนคาราโอเกะ นราธิวาส วันที่ 9 พ.ย. 2561
เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ถ่ายภาพหญิงสาว ที่ถูกนำออกมาจาก ร้านแฟนคาราโอเกะ นราธิวาส วันที่ 9 พ.ย. 2561
มาตาฮารี อิสมาแอ/เบนาร์นิวส์

ในวันศุกร์นี้ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นร้านคาราโอเกะกลางเมืองนราธิวาส ช่วยหญิงสาวชาวลาว 53 คน ซึ่งบางส่วนมีอายุไม่ถึง 18 ปี ถูกให้ค้าประเวณี อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถจับกุมเจ้าของร้านคาราโอเกะได้

ปฏิบัติการล้อมจับนี้ เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 00.30 น. โดยเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกว่า 60 นาย เข้าตรวจค้นย่านสถานบันเทิงร้านคาราโอเกะ 11 คูหา บนถนนระแงะมรรคา เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า ร้านคาราโอเกะดังกล่าว เปิดบริการในลักษณะค้าประเวณี และมีเด็กสาวอายุไม่ถึง 18 ปี ถูกให้ขายบริการให้ลูกค้า

พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สวัสดิมงคล ผู้อำนวยการส่วนคดีค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ก่อนปฏิบัติการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปทำทีเป็นลูกค้าเพื่อขอซื้อบริการ เมื่อมีการตกลงขายบริการ จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม

“เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมรอบนอก เพื่อไม่ให้ไหวตัวทัน และทำทีเป็นลูกค้า ล่อซื้อในร้านเป้าหมาย คือร้านแฟนใหม่ คาราโอเกะ ต่อมามีเด็กสาว 3 คน ซึ่งคาดอายุไม่ถึง 18 ปี ตามที่ได้รับแจ้ง ตกลงเพื่อขายบริการ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัว และส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นร้านคาราโอเกะในละแวกคูหาทั้งหมด ประกอบด้วยร้านคาราโอเกะ แฟนใหม่ 1, แฟนใหม่ 2,  ร้านไอคิว, ร้านบีบี, ร้านนั่งเล่น และร้านซิลซิล คาราโอเกะ” พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าว

“พบอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ไม่มีทะเบียนจำนวน 1 กระบอก คุมตัวสาวที่เข้าข่ายขายบริการ ทั้งหมดรวม 53 คน พบว่า เป็นสาวสัญชาติลาวทั้งหมด พบหญิงสาว 3 ราย คาดอายุไม่เกิน 18 ปี คือ นางสาวเอ๋ นางสาวเก๋ และนางสาวโย (นามสมมุติ) มีการใช้เอกสารไม่ตรงกับอายุ ทั้ง 3 คนมาจากเวียงจันทน์มาทำงานในร้านแฟนใหม่ ซึ่งมีนางแอะ (ไม่ทราบนามสกุล) เป็นคนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เป็นเจ้าของ” พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิพิทักษ์สตรี (สงวนชื่อและนามสกุล) เปิดเผยข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ทราบข้อมูลจากอาสาในประเทศลาว ว่า มีเด็กสาวอายุไม่ถึง 18 ถูกล่อลวงมาค้าประเวณีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

“ทราบพื้นที่เป้าหมายเหยื่อที่ถูกล่วงมาค้าประเวณีจากอาสา ในประเทศลาว จึงประสานเจ้าหน้าที่ ส่วนคดีค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และได้ทำการตรวจสอบหลักฐานให้ชัดเจน ก่อนเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ลุยตรวจดังกล่าว” เจ้าหน้าที่รายดังกล่าว ระบุ

เจ้าหน้าที่กลุ่มสหวิชาชีพหลายฝ่ายร่วมกันสอบคัดแยกหญิงลาว 53 คน ที่ถูกให้ค้าบริการในร้านคาราโอเกะ ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส วันที่ 9 พ.ย. 2561
เจ้าหน้าที่กลุ่มสหวิชาชีพหลายฝ่ายร่วมกันสอบคัดแยกหญิงลาว 53 คน ที่ถูกให้ค้าบริการในร้านคาราโอเกะ ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส วันที่ 9 พ.ย. 2561 (มาตาฮารี อิสมาแอ/เบนาร์นิวส์)

ด้าน นายมะสะปี อิ้นจรัลศาส์น หัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีการคัดแยกประเภทของหญิงสาวชาวลาวทั้ง 53 คน และนำเข้าสู่กระบวนดูแลเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ รวมถึงดำเนินคดีตามกฎหมาย

“หญิงลาว 53 คน เป็นบุคคลต่างด้าว เบื้องต้น มีเอกสารพาสปอร์ต และบางคนมีวีซ่าทำงานในประเทศไทย แต่มาทำงานผิดประเภท คือ การค้าประเวณี ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่ขั้นตอนการคัดแยก ต้องใช้เวลา และมีรายละเอียด กลุ่มสหวิชาชีพ หลายฝ่ายมาร่วมกันสอบคัดแยก อาทิ กรณีอายุเกิน 18 ปี ยินยอมหรือถูกบังคับให้ค้าประเวณีหรือไม่ กรณีอายุไม่ถึง 18 ปี ไม่ว่าจะยินยอมหรือถูกบังคับถือว่าเข้าข่ายการค้ามนุษย์” นายมะสะปี กล่าว

“สำหรับคนที่อายุไม่เกิน 18 ปี จะถูกส่งดูแลที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนราธิวาส ภายใต้สหวิชาชีพ ในการฟูฟื้นจิตใจ และจะได้รับสิทธิในการคุ้มครองตามกฎหมายกำหนด และตรวจสอบว่า จะเข้าข่ายความผิด ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก, พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และ พ.ร.บ.การค้ามนุษย์ หากผิดก็ต้องว่าตามกระบวนการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด” นายมะสะปี กล่าวเพิ่มเติม

พ.ต.อ.ฐากูร นิ่มสมบุญ หัวหน้าคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต(TICAC) เปิดเผยสถิติการจับกุมคดีค้ามนุษย์ ในประเทศไทย ช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่า ปี 2557 กองบัญชาการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) สามารถจับกุมคดีค้ามนุษย์ได้จำนวน 280 คดี, ปี 2558 จับได้ 317 คดี,  ปี 2559 จับได้ 333 คดี, ปี 2560 จับกุมได้ 302 คดี และ ปี 2561 ครึ่งปี จับได้ 165 คดี

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ