Follow us

ราฮิม นูร์ หวังยุติปัญหาไฟใต้ได้ในสองปี หากไทยแก้รากเหง้าปัญหาตรงจุด

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช ภิมุข รักขนาม และ มุซลิซา มุสตาฟา
กรุงเทพฯ และ กัวลาลัมเปอร์
2019-01-04
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
นายอับดุล ราฮิม นูร์ ผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซีย (ซ้าย) และพล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขของรัฐบาลไทยพูดกับผู้สื่อข่าว หลังจากการพบปะอย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่โรงแรมพูลแมน ในกรุงเทพฯ วันที่ 4 ม.ค. 2562
นายอับดุล ราฮิม นูร์ ผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซีย (ซ้าย) และพล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขของรัฐบาลไทยพูดกับผู้สื่อข่าว หลังจากการพบปะอย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่โรงแรมพูลแมน ในกรุงเทพฯ วันที่ 4 ม.ค. 2562
ภิมุข รักขนาม/เบนาร์นิวส์

คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ชุดใหม่ และคณะผู้อำนวยความสะดวกฝ่ายมาเลเซีย นำโดยนายอับดุล ราฮิม นูร์ พบปะอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในกรุงเทพมหานคร ในวันศุกร์นี้ โดยนายราฮิม นูร์ กล่าวว่า ความขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อาจจะหมดไปได้ภายในเวลาสองปีหรือน้อยกว่า หากฝ่ายไทยสามารถกำจัดรากเหง้าของปัญหาได้ แม้ว่าบุคคลระดับแกนนำสำคัญในขบวนการบีอาร์เอ็น หลบเลี่ยงการร่วมเจรจา

พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แต่งตั้งหน้าที่ใหม่เมื่อเร็วๆ นี้ และนายอับดุล ราฮิม นูร์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย ที่รับหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้อำนวยความสะดวกฝ่ายมาเลเซีย เมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว ได้พบปะกันเพื่อทำความรู้จักและวางกรอบการทำงานร่วมกันในวันนี้

นายอับดุล ราฮิม นูร์ กล่าวว่า กลุ่มที่เจรจายังเป็นกลุ่มเดิมที่รวมตัวกันเป็นองค์กรมาราปาตานี ขณะที่ในก่อนหน้านี้ พล.อ.อุดมชัย ได้ขอให้ทางนายราฮิม นัดพบปะกับนายดูนเลาะ แวมะนอ ประธานสภาแกนนำของบีอาร์เอ็น เพื่อให้การเจรจาครอบคลุมทุกกลุ่ม แต่เจ้าตัวกลับหลบหนีไป

“ผมอยากจะบอกว่า เราได้จัดเตรียมการพบปะระหว่างกลุ่มฮาร์ดคอร์กับพลเอกอุดมชัย ในมาเลเซียสองครั้ง แต่พวกเขาได้หลบไป ไม่สามารถติดตามตัวได้ มันแสดงให้เห็นถึงความยากลำบากในการติดต่อกับกลุ่มที่ใช้ความรุนแรง หรือบางคนเรียกว่าพวกฮาร์ดคอร์” นายราฮิม นูร์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเบนาร์นิวส์ ในเรื่องความพยายามในการเชิญตัว นายดูนเลาะร่วมวงพูดคุย

“เราไม่รู้ว่าเขามีความคิดอย่างไรของเขา เราไม่รู้ว่าเขาต้องการเรียกร้องสิ่งใด เขาต้องการได้อะไรก่อนที่เขาหยุดการต่อสู้ เราไม่ทราบว่าทำไมเขามีพฤติกรรมเป็นอย่างนั้น” นายราฮิม นูร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรอบเวลาในการแก้ไขปัญหา นายราฮิม นูร์ กล่าวว่า หากประเทศไทยสามารถแก้ไขรากเหง้าของปัญหาได้อย่างแท้จริง ก็อาจจะสามารถยุติความรุนแรงได้ในเวลาไม่เกินสองปี

“ภายในเวลาสองปีหหรือน้อยกว่านั้น หากว่าคุณสามารถหาคำตอบที่ถูกต้องได้ เมื่อคุณวิเคราะห์รากเหง้าของปัญหาได้ ซึ่งมีหลายอย่าง ปัญหาที่ทำให้เกิดการนองเลือด” นายราฮิม นูร์ กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน พล.อ.อุดมชัย ได้กล่าวถึงเรื่องกรอบการเจรจา และการเปิดพื้นที่ปลอดภัยเพื่อให้ฝ่ายผู้เห็นต่างได้ระบายปัญหาและแสดงความต้องการออกมา

“สำหรับกรอบการทำ หลักการก็คือ เป็นเรื่องปัญหาภายในของประเทศไทย ที่เรายึดถือกรอบรัฐธรรมนูญเป็นหลัก มีหลักการการกระจายอำนาจ... แต่สุดท้ายแล้วจะต้องไม่นำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน” พล.อ.อุดมชัย กล่าวในการร่วมแถลงข่าวร่วมกับฝ่ายมาเลเซีย ที่โรงแรมพูลแมน ในบ่ายวันนี้

พล.อ.อุดมชัย กล่าวว่า จะเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ รวมทั้งพื้นที่ปลอดภัยให้แก่กลุ่มผู้เห็นต่างแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ในการแสดงออกความต้องการของกลุ่มต่างๆ

“ซึ่งในรายละเอียด เราต้องการพูดคุยว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ที่เขาไม่สบายใจจนเกิดความเห็นต่างแล้วใช้ความรุนแรง” พล.อ.อุดมชัย กล่าวเพิ่มเติม

ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบการปล้นปืนค่ายปิเหล็ง และนำไปสู่การลุกโชนของไฟใต้ครั้งใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2547 กลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบีอาร์เอ็น ได้ออกแถลงการณ์ทางเฟสบุ๊ค Berita Bumi Patani ปลุกเร้าการต่อสู้กับรัฐสยาม

“เราบีอาร์เอ็น ยินดีที่ตกอยู่ใต้ภัยคุกคาม เพื่อให้ชาวปาตานีได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและอย่างมีชัย บีอาร์เอ็นจะต่อสู้ด้วยสรรพกำลังของเราทั้งหมด อย่าตกเป็นเครื่องมือของสยาม อย่าสนับสนุนสยาม ด้วยอำนาจแห่งพระเจ้า เราจะมีชัย ต่อสู้ต่อไป! อิสรภาพ!”

อย่างไรก็ตาม นายราฮิม นูร์ กล่าวว่า หากเมื่อใดที่ทางการไทยและฝ่ายกลุ่มแบ่งแยกดินแดนมีข้อตกลงสันติ ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งแล้ว ฝ่ายขบวนการทำผิดข้อตกลง ฝ่ายมาเลเซียพร้อมที่ลงจัดการต่อกลุ่มที่ละเมิดข้อตกลงนั้น

มารียัม อัฮหมัด ปัตตานี มีส่วนร่วมในการนำเสนอข้อมูลข่าวฉบับนี้

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ