มาเลเซียจะเป็นเจ้าภาพรับรองประเทศจีนและไทยในการฝึกซ้อมทางทะเล

ืทีมข่าวเบนาร์นิวส์
กัวลาลัมเปอร์
2018-10-18
Share
181018-MY-training-620.jpg ทหารเรือยืนรักษาการณ์ระหว่างพิธีต้อนรับ และตั้งชื่อเรือของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายพาณิชย์นาวีของมาเลเซีย ที่ท่าเรือแคลง นอกกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2558
เอพี

ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ทหารไทยจะเข้าร่วมการซ้อมรบทางทะเลกับกองกำลังของมาเลเซียและจีนในช่องแคบมะละกานอกชายฝั่งมาเลเซีย เป็นเวลา 10 วัน นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศทั้งสามจะฝึกซ้อมร่วมกัน ณ บริเวณประตูสู่มหาสมุทรอินเดีย

จีนและมาเลเซียเริ่มต้นโครงการ “สันติภาพและมิตรภาพ” ในรูปการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะเมื่อปี 2557 และในปีถัดมา ได้ขยายไปเป็นการฝึกซ้อมทางทะเลโดยมีกองทหารจากประเทศทั้งสองเข้าร่วม

เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยกล่าวว่า ไทยได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมหลังจากที่มีการเจรจาทางทหารกับมาเลเซียในเดือนกันยายน ทางกรุงเทพฯ จะส่งทหาร 53 นายและนายทหารชั้นผู้ใหญ่ 3 นายจากกองทัพเรือเข้าร่วมการฝึกซ้อมครั้งนี้ ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในวันเสาร์

รศ.ไล ยิว หมิง นักวิเคราะห์ด้านทะเลจีนใต้ที่มหาวิทยาลัยมาเลเซีย วิทยาเขตซาบาห์กล่าวกับเบนาร์นิวส์ว่า “การซ้อมรบแบบไตรภาคีครั้งนี้เป็นครั้งแรกระหว่างจีนกับประเทศในกลุ่มอาเซียน” และ  “เราไม่ควรมองดูการฝึกซ้อมทางทหารแบบไตรภาคีของจีนจากมุมมองใหม่ แต่ควรคาดว่าเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่”

จีนได้ประกาศว่าจะส่งทหารจำนวน 692 นาย พร้อมด้วยเรือรบ 3 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ เครื่องบิน 3 ลำ และยานพาหนะอีก 4 คันเข้าร่วมในการซ้อมรบ

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีนแถลงไว้ว่า “การฝึกซ้อมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสาธิตให้ประจักษ์ชัดยิ่งขึ้นว่า กองทัพของประเทศทั้งสามมีเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะธำรงรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ พร้อมทั้งเพื่อยกระดับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือในทางปฏิบัติ รวมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถที่จะร่วมกันรับมือกับภัยคุกคามนานาชนิดที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง”

“แต่ไม่มีเป้าหมายที่ประเทศใดโดยเฉพาะ”

ช่องแคบมะละกาไม่ได้ตั้งอยู่ในทะเลจีนใต้ แต่เป็นจุดสกัดกั้นระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้กับมหาสมุทรอินเดีย

แต่ทั้งนี้ มาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศเจ้าภาพ ยังไม่ประกาศให้ทราบถึงจำนวนทหาร หรือเรือรบที่จะส่งเข้าร่วมในการฝึกซ้อมที่กำหนดแผนไว้สำหรับท่าเรือดิกสันและแคลงใกล้กรุงกัวลาลัมเปอร์

เจ้าหน้าที่ทางการทหารของมาเลเซียกล่าวกับเบนาร์นิวส์ว่า ทางจีนจะเป็นฝ่ายออกคำประกาศเกี่ยวกับการฝึกซ้อมครั้งนี้แต่ผู้เดียว

ประชันต์ ปรเมศวรัน นักวิชาการจากศูนย์นักวิชาการนานาชาติวูดโรว์ วิลสันที่กรุงวอชิงตันให้ความเห็นว่า การซ้อมรบแบบไตรภาคีนี้ช่วยให้จีนสร้างสานความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค

นายประชันต์กล่าวกับเบนาร์นิวส์ต่อไปว่า “จีนมีความพยายามที่จะต่อยอดความสัมพันธ์เพื่อเพิ่มความมั่นคงกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาเป็นเวลานาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จีนมีต่อเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ ซึ่งรวมถึงในทะเลจีนใต้ด้วย แม้ว่าการดำเนินการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องถูกมองว่าเป็นการบั่นทอนเสถียรภาพดังกล่าวนั้นก็ตาม”

และเสริมว่า “การเชิญประเทศไทยให้เข้าร่วมไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ – จีนพยายามกระชับความสัมพันธ์เพื่อเพิ่มความมั่นคงกับประเทศไทยมาตลอดช่วงเวลาสองสามปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการซ้อมรบใหม่ ๆ และนั่นถือเป็นชัยชนะที่น่าประทับใจกว่า เพราะประเทศไทยเป็นพันธมิตรร่วมสนธิสัญญากับสหรัฐฯ”

เบนาร์นิวส์

 

ปฏิกิริยาจากอินโดนีเซีย

การซ้อมรบครั้งนี้หาได้รอดพ้นจากสายตาของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านเจ้าของเกาะสุมาตราที่เป็นกรอบด้านหนึ่งของช่องแคบมะละกา

“นี่เป็นกิจกรรมที่ประเทศต่าง ๆ ดำเนินการในน่านน้ำของตนเป็นประจำอยู่แล้ว” นายอาร์มานาธา นาเซียร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย กล่าวกับเบนาร์นิวส์ “เราจะคอยจับตาดูอย่างต่อเนื่อง”

ในเดือนพฤษภาคม อินโดนีเซียและอินเดีย ซึ่งเป็นคู่แข่งรายใหญ่ที่สุดของจีนในเอเชีย ได้ประกาศแผนที่จะจัดตั้งท่าเรือที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลตรงปากทางเข้าช่องแคบมะละกา นายอาร์มานาธากล่าวว่าเขาไม่มีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับท่าเรือดังกล่าวแต่อย่างใด

นายอนิล วัธวะ นักการทูตชาวอินเดีย ซึ่งดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย กล่าวว่า การซ้อมรบครั้งนี้ไม่ใช่ภัยคุกคามต่อประเทศอินเดีย แต่เป็นสัญญาณว่ามาเลเซียและไทยยินดีที่จะดำเนินการร่วมกับจีนเพื่อส่งเสริมความมั่นคงในภูมิภาคนี้

นายอนิลยังกล่าวกับเบนาร์นิวส์ต่อไปว่า “นอกจากนี้ การซ้อมรบในช่องแคบมะละกายังมีนัยที่สำคัญอีกด้วย เพราะบริเวณนี้เป็นจุดสกัดกั้นที่สำคัญของเส้นทางเดินเรือจากมหาสมุทรอินเดียสู่มหาสมุทรแปซิฟิก”

จีนจะเป็นเจ้าภาพต้อนรับกองทัพเรืออาเซียน

การซ้อมรบครั้งนี้ จะเริ่มต้นขึ้นสองวันก่อนที่จีนจะเป็นเจ้าภาพรับรอง ประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในการร่วมซ้อมรบทางทะเลที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ท่ามกลางข้อขัดแย้งเรื่องดินแดนในทะเลจีนใต้ที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง

การซ้อมรบจะใช้เวลาตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 29 ตุลาคม โดยจะปฏิบัติตามแผนซ้อมรบแบบจำลองสถานการณ์ด้วยคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์เมื่อเดือนสิงหาคม

ทั้งฝ่ายจีนและกลุ่มประเทศในภูมิภาคเห็นชอบร่วมกันว่าการฝึกซ้อมครั้งถัดไป จะเกิดขึ้นที่จ้านเจียง ในทะเลจีนใต้

ทะเลในบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจคู่แข่ง คือสหรัฐฯ และจีน ทั้งยังเป็นกรณีพิพาทเรื่องดินแดนที่คุกรุ่นเป็นแรมปีระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน 4 ประเทศกับปักกิ่ง จีนได้ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนโฉมแนวปะการัง 7 แห่งที่เป็นข้อพิพาทในทะเลที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ เพื่อให้เป็นเกาะเทียมที่รองรับฐานยิงขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานพร้อมทางวิ่งเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว

แซม ยูซา ในกัวลาลัมเปอร์ อะหมัด ไซอัมสุดิน ในจาการ์ตา ภิมุข รักขนาม ในกรุงเทพฯ และ ไจชรี บาลาสุบรามาเนียน ในนิวเดลี มีส่วนร่วมในรายงานฉบับนี้

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ