Follow us

ผู้นำชาติอาเซียนร่วมประชุมทางไกลจัดสรรกองทุนสู้โควิด-19

นนทรัฐ ไผ่เจริญ และ วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพ
2020-04-14
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
ผู้นำ 10 ประเทศอาเซียน (สมาชิกแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) และเลขาธิการอาเซียนหารือเรื่องการระบาดใหญ่โควิด-19 ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-พลัสทรี วันที่ 14 เมษายน 2563
ผู้นำ 10 ประเทศอาเซียน (สมาชิกแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) และเลขาธิการอาเซียนหารือเรื่องการระบาดใหญ่โควิด-19 ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-พลัสทรี วันที่ 14 เมษายน 2563
Photo: RFA

ผู้นำในสิบประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่าด้วยการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผ่านระบบการประชุมทางไกล ในวันอังคารนี้ เพื่อร่วมสร้างความมั่นใจว่า ประชาชนในภูมิภาคจะได้รับการคุ้มครองทางสังคมและสนับสนุนการจัดสรรเงินทุน เพื่อต่อสู้กับการระบาดใหญ่โควิด-19

นายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ประธานอาเซียนและประเทศเจ้าภาพการประชุมสุดยอดพิเศษอาเซียนปี 2020 กล่าวแถลงในการเปิดประชุมสุดยอดอาเซียนในวันอังคารนี้ ว่าสมาชิกทุกชาติล้วนกำลังพยายามอย่างหนัก เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบรุนแรงที่อาจมีต่อประชาชนของตน อันเกิดขึ้นจากมาตรการสกัดกั้นและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19

“ในเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ความสมานฉันทน์ของประชาคมอาเซียนจะช่วยชี้นำทาง” นายเหวียน กล่าว

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) สมัยพิเศษ และเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนอาเซียนเพื่อการต่อสู้โควิดร่วมกัน

“วันนี้ เราล้วนเห็นพ้องกันว่า โควิด-19 คือวิกฤติการณ์ของโลกในศตวรรษที่ 21 ที่สมควรอย่างยิ่งต่อทุกภาคส่วนในสังคม ด้านการสาธารณสุขเรามีผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 2 ล้านคน มีผู้เสียชีวิตกว่า แสนคน ในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 2,613 คน ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า เศรษฐกิจโลกปีนี้จะเข้าสู่ภาวะถดถอย... ขอเสนอให้พวกเราจัดตั้งกองทุนอาเซียน เพื่อรับมือกับโควิด-19 คือ การได้จัดสรรงบประมาณจากกองทุนความร่วมมือภายในอาเซียน กับประเทศบวกสามที่มีอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เสนอ 3 แนวทางหลักในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ซึ่งประกอบด้วย 1. จัดตั้งกองทุนอาเซียน เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 เพื่อรองรับผลกระทบ ทั้งในระยะสั้น ในการเป็นทุนสำหรับจัดซื้อชุดตรวจ อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังขาดแคลนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และในระยะยาว เพื่อสนับสนุนการศึกษาวิจัย เพื่อคิดค้นวัคซีน และยา

2. ใช้ประโยชน์จากกลไกความร่วมมืออาเซียนบวกสาม ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเสนอให้ใช้ประโยชน์จากกลไกความร่วมมือด้านสาธารณสุขที่มีอยู่แล้ว ร่วมกับการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการผลิตนวัตกรรมเพื่อป้องกันและรับมือการแพร่ระบาด และความท้าทายอื่นๆ ในอนาคต 3. ส่งเสริมทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในมิติต่าง ๆ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้นำอาเซียนบวกสามเห็นพ้องในปีที่ผ่านมา ทั้งการศึกษา การติดต่อสื่อสาร และการค้าการลงทุน พร้อมเร่งใช้เศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีใหม่ๆ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ MSMEs รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือเพื่อลดผลกระทบจากข่าวปลอม

ทั้งนี้ ตัวเลขผู้เสียชีวิตในอาเซียน มีรวมกันมากกว่า 900 คนแล้ว ในขณะที่มีผู้ได้รับเชื้อรวมกันมากกว่าสองหมื่นคน

ในการประชุมอาเซียนบวกสาม นายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยังได้เสนอให้ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติการต้านโรคติดต่อประจำภูมิภาคอีกด้วย

“ประเทศกลุ่มอาเซียนเห็นด้วยในการที่จะลงมือปฏิบัติตามข้อเสนอของญี่ปุ่น และจะพูดคุยถึงเรื่องนี้ต่อไป” นายเรตโน มาซูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอินโดนีเซียกล่าวแก่ผู้สื่อข่าว

ส่วน นายโรดรีโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์นั้น ได้เรียกร้องให้ทุกประเทศมีความร่วมมือใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น โดยได้กล่าวว่า  โควิด “เป็นอุบัติการณ์ของความหายนะที่มีความรุนแรงในวงกว้างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”

“เรามีความเป็นห่วงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ในช่วงการปิดพื้นที่ สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือ การจัดหาอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนของเรา อาเซียนต้องเปิดการค้าขาย เพื่อให้ซัพพลายเชนไม่สะดุด และมีอาหารส่งเข้าออกในภูมิภาค” นายโรดรีโก กล่าวในการประชุม “วิกฤตหรือไม่วิกฤต ไม่มีประเทศใดจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้”

นอกจากนั้น ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ยังได้เรียกร้องให้อาเซียนพัฒนากลไกของการรวมกลุ่มให้ขยายครอบคลุมเรื่องความฉุกเฉินด้านการสาธารณสุข

ประธานกลุ่มรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้กล่าวนำต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียนในวันนี้

“ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำอาเซียนจะต้องร่วมมือกัน เพื่อรับมือการระบาดวิกฤตโควิด-19 ในระดับภูมิภาค” ชาร์ลส์ ซานติเอโก ประธานรัฐสภาเพื่อสิทธิมนุษยชนอาเซียน กล่าวในแถลงการณ์กลุ่มฯ

“ทั้งไวรัสและมาตรการการสกัดกั้นการระบาดใหญ่ครั้งนี้ มีผลกระทบไปทั่วโลก ภาวการณ์ปัจจุบันรวมถึงการจัดการผลกระทบระยะยาวนั้น ต้องอาศัยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในระดับภูมิภาคและแก้ปัญหาในระดับโลกร่วมกัน” นายชาร์ลส์กล่าว

ไทยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 34 ราย เสียชีวิต 1 ราย

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยประเทศไทย สามารถตรวจไปแล้ว 100,498 ตัวอย่าง

“ผู้ป่วยใหม่ที่รายงานวันนี้มาที่ 34 ราย หายกลับบ้านไปแล้ว 1,405 ราย ขอแสดงความดีใจกับครอบครัวทุกท่านด้วย ยังรักษาอยู่ 1,167 ราย สะสมคือ 2,613 ราย มีกลุ่มที่เรียกว่าเป็น สเต็ท ควอรันทีนก็คือ กลับมาจากต่างประเทศอินโดนิเซีย 1 ราย ใช้พื้นที่จังหวัดสตูล เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวม 41 ราย” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ ระบุว่า เส้นกราฟจำนวนผู้ติดเชื้อค่อย ๆ ขยับไปไม่ชัน และหวังว่าสถานการณ์จะดีกว่านี้

“อย่างนี้ดี ถ้าลงมาได้กว่านี้อีกยิ่งดี ไม่มีประเทศไหนที่เป็นอย่างเราอาจจะมี ฮ่องกงใกล้เคียงกับเรา ของเรากำลังดี การ์ดอย่าตก แล้วก็ทำคะแนนอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ผมก็บอกไม่ได้ว่า จะต้องยาวนานแค่ไหน ต้องใช้เวลาเป็นเดือน ซีลให้ดี ๆ อย่าให้มีเชื้อโรคเข้า” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันทำสถิติสูงสุดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม แล้วค่อยลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อวานนี้ มีผู้ป่วยรายใหม่ 28 ราย แล้วเพิ่มขึ้นเป็น 34 รายในวันนี้

นอกจากนั้น นพ.ทวีศิลป์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ทั่วประเทศมีเตียงผู้ป่วยทั้งหมด 4,820 เตียง ว่าง 3,800 เตียง ใช้งานอยู่ 1,020 เตียง เครื่องช่วยหายใจ ทั่วประเทศมี 10,184 เครื่อง ว่างและพร้อมใช้งาน 2,855 เครื่อง ซึ่งเฉพาะภาคใต้ มีเครื่องช่วยหายใจ 1,530 เครื่อง ว่างและพร้อมใช้งาน 568 เครื่อง

ทั่วโลกมีผู้ป่วยโควิด-19 รวม 1,978,793 คน มีผู้ติดเชื้ออย่างน้อยใน 185 ประเทศ มีผู้เสียชีวิต 125,196 คน รักษาหายแล้ว 470,747 คน ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด คือ อิตาลี สเปน ฝรั่งเศส และอังกฤษ เป็นต้น

ประเทศที่มีผู้ป่วยมากที่สุดในสี่อันดับต้น คือ สหรัฐอเมริกา สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส ตามลำดับ โดยองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ในขั้นโรคระบาดใหญ่ หรือ Pandemic แล้ว

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ