แกนนำ นปช. เผาศาลากลางจังหวัดอุบล ถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ทีมข่าวเบนาร์นิวส์
2015.12.15
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
TH-arson-1000 แกนนำกลุ่ม "เสื้อแดง" ประท้วงต่อต้านรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้จุดไฟเผาอาคารพาณิชย์ หลังจากที่ผู้นำของกลุ่มประกาศมอบตัว ในย่านใจกลางกรุงเทพฯ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553
เอเอฟพี

ในวันอังคาร (15 ธ.ค. 2558) นี้ ศาลฎีกา จังหวัดอุบลราชธานี ได้อ่านคำพิพากประหารชีวิต นายพิเชษฐ์ ทาบุดดา หรือดีเจต้อย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมืองอุบลฯ ในข้อหาเป็นแกนนำเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ส่วนจำเลยร่วมอีก 12 ราย มีปรับเพิ่ม-ลดโทษตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ

ในปี 2553 แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ที่นิยมอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ได้เป็นแกนนำคนเสื้อแดงขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนกระทั่งถูกสลายการชุมนุมในวันที่ 19 พฤษภาคม จนทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งที่เป็น ทหาร ตำรวจ และประชาชน จำนวน 108 ราย และได้เกิดเหตุการณ์เผาห้างเซ็นทรัลเวิร์ลด์และส่วนอื่นของกรุงเทพอีกด้วย

ในสี่จังหวัดของภาคอิสาน ได้แก่ อุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น และมุกดาหาร ได้มีรวมตัวกันของคนเสื้อแดง เพื่อวางเพลิงสถานที่ราชการและศาลากลางจังหวัด จนนำมาสู่การดำเนินคดีคนเสื้อแดง

ในอุบลราชธานี ได้มีการจับกุมคนเสื้อแดง 48 ราย แต่สั่งฟ้องเพียง 21 ราย บางส่วนถูกยกฟ้องหรืออัยการโจทก์ไม่อุทธรณ์ จนถึงวันนี้ เหลือจำเลยรวม13 ราย และศาลฎีกาได้พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้ประหารชีวิตนายพิเชษฐ์ ทาบุดดา แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

นายพิเชษฐ์ กล่าวแก่หนังสือพิมพ์ประชาไทว่า “ไม่มีปัญหาหรอก อย่างน้อยคนอย่างเราก็ต้องทำใจ คดีเราก็ไม่ใช่ไปหาลักขโมยอะไรต่างๆ เป็นความภูมิใจเสียอีก ในประเทศไทยมีกี่คนที่ได้รับเกียรติแบบเรา ถ้าจะให้ดีเขาไม่น่าจะลดหนึ่งในสามหรอก ประหารชีวิตก็ประหารเลยพรุ่งนี้”

หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายงานในวันนี้ว่า นายวัฒนา จันทศิลป์ ทนายจำเลย ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ศาลได้มีการกลับคำพิพากษาจำเลยเป็นรายบุคคล ประกอบด้วย 1.นายพิเชษฐ์ ทาบุดดา หรือดีเจต้อย แกนนำ นปช.อุบลราชธานี จากเดิมจำคุก 1 ปี เป็นประหารชีวิต แต่ลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต 2. นายชัชวาลย์ ศรีจันดา ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง แต่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต 3. นางอรอนงค์ บรรพชาติ ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 2 ปี ศาลฎีกาพิพากษาเป็นจำคุก 33 ปี 4 เดือน 4. นายลิขิต สุทธิพันธ์ จากจำคุก 2 ปี พิพากษาแก้เป็นจำคุก 33 ปี 4 เดือน 5. นางสุมาลี ศรีจินดา 6. นายประดิษฐ์ บุญสุข 7. นายไชยา ดีแสง 8. นายพิสิษฐ์ บุตรอำคา ศาลฎีกายื่นตามศาลอุทธรณ์คือ จำคุก 2 ปีเช่นเดิม 9. จ.ส.อ.สมจิต สุทธิพันธ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง พิพากษาแก้เป็นจำคุก 1 ปี 10. น.ส.ปัทมา มูลนิล 11. นายธีรวัฒน์ สัจสุวรรณ 12. นายสนอง เกตุสุวรรณ์ และ 13. นายสมศักดิ์ ประสานทรัพย์ ซึ่งทั้ง 4 คน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษา จำคุก 33 ปี 12 เดือน ศาลฎีกาพิพากษาลดให้เหลือจำคุก 33 ปี 4 เดือน โดยลดโทษให้คนละ 8 เดือน

นายวัฒนากล่าวว่า การอ่านคำพิพากษาลงโทษจำเลยบางรายที่เคยถูกยกฟ้อง หรือได้รับโทษไม่มาก เพราะศาลฎีกาเชื่อตามพยานหลักฐาน และคำเบิกความของพยานว่า ทุกคนมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด โดยเฉพาะนายพิเชษฐ์ ทาบุดดา ศาลเชื่อว่าเป็นผู้บงการให้มีการเผาศาลากลางจังหวัดตามที่อัยการยื่นฟ้องจริง

ทั้งนี้ หลังจากศาลมีคำพิพากษา ทางเรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานีก็จะมารับตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปคุมขังตามคำพิพากษาในช่วงเย็นวันเดียวกัน มีเพียง จ.ส.อ.สมจิตร สุทธิพันธ์ ที่จะได้รับการปล่อยตัว เพราะได้ถูกคุมขังมาเกินกว่าโทษที่ศาลได้ตัดสินแล้ว

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง