Follow us

จีนซื้อใจชาติอาเซียนผ่าน "การทูตหน้ากากอนามัย" ในวิกฤตโควิด-19

อิมราน วิตตาชิ
วอชิงตัน
2020-03-26
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
พนักงานท่าอากาศยานนานาชาติเอเธนส์ขนกล่องบรรจุหน้ากากอนามัยจำนวน 500,000 ชิ้น ลงจากเครื่องบินของสายการบินแอร์ไชนา ซึ่งรัฐบาลจีนส่งไปช่วยประเทศกรีซ และประเทศอื่นในยุโรปที่กำลังมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 วันที่ 21 มีนาคม 2563
พนักงานท่าอากาศยานนานาชาติเอเธนส์ขนกล่องบรรจุหน้ากากอนามัยจำนวน 500,000 ชิ้น ลงจากเครื่องบินของสายการบินแอร์ไชนา ซึ่งรัฐบาลจีนส่งไปช่วยประเทศกรีซ และประเทศอื่นในยุโรปที่กำลังมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 วันที่ 21 มีนาคม 2563
เอเอฟพี

จีนซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสโคโรนา กำลังพยายามปรับปรุงภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่ โดยรีบบริจาคอุปกรณ์การแพทย์และทรัพยากรอื่น ๆ แก่ประเทศที่กำลังมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19

หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้กำลังได้รับอุปกรณ์การแพทย์ อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ชุดตรวจหาเชื้อไวรัส และแม้กระทั่งคำแนะนำด้านการแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาผู้ป่วยโควิด-19 จากจีน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสนี้ทั่วโลก

ในมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้มีผู้ติดเชื้อ 2,000 กว่ารายแล้ว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้จัดการประชุมทางไกลกับผู้เชี่ยวชาญของจีนในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือถึงวิธีชะลออัตราการติดเชื้อ ซึ่งได้พุ่งสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายนูร์ ฮิชาม อับดุลลาห์ อธิบดีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

“เราต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อช่วยเราสู้กับโควิด-19.. มียาใหม่ ๆ จากจีน ..” เขาบอกแก่ผู้สื่อข่าว โดยเสริมว่ายาบางตัวอาจยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในมาเลเซีย และยังจำเป็นต้องศึกษาผลข้างเคียงของยาเหล่านั้น

จีนได้จัดส่งอุปกรณ์ป้องกัน เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และวัสดุอย่างอื่น เพื่อสู้กับไวรัสโคโรนาให้แก่มาเลเซียแล้ว เขากล่าว

เขากล่าวด้วยว่า จีนถึงกับเสนอที่จะส่งแพทย์มายังมาเลเซีย “แต่โชคดีที่เรามีแพทย์จำนวนเพียงพอ”

เราจะตอบแทนความมีน้ำใจของประเทศที่ช่วยเหลือเรา

นอกจากมาเลเซียแล้ว สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนยังได้บริจาคอุปกรณ์การแพทย์จำนวนมาก รวมทั้งหน้ากาก N95 หน้ากากอนามัย แว่นตานิรภัย ชุดป้องกัน ชุดตรวจโควิด-19 และอุปกรณ์อย่างอื่น ให้แก่ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และไทยด้วย ตามรายงานจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลของประเทศเหล่านั้น

บางคนแย้งว่า จีนกำลังพยายามควบคุมความเสียหายที่มีต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ปกปิดวิกฤตนี้ ในระยะแรก เมื่อไวรัสตัวนี้เริ่มปรากฏขึ้นในตอนกลางของประเทศที่เมืองอู่ฮั่น เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว จีนยังถูกตำหนิด้วยว่าไม่ให้เวลานานพอในการเตือนให้โลกรู้ล่วงหน้า

“หนึ่งในบรรดาความผิดพลาดอย่างรุนแรงของจีน ในช่วงต้นของการแพร่ระบาด ในเมืองอู่ฮั่น ก็คือ ความล้มเหลวของจีนในการสื่อสาร” รายงานของสภาวิเทศสัมพันธ์ (Council on Foreign Relations) ที่ตั้งอยู่ในนิวยอร์ก กล่าวในสัปดาห์นี้ “ทางการในท้องถิ่นปกปิดข้อมูล ไม่ให้ประชาชนและรัฐบาลกลางทราบเกี่ยวกับไวรัสนี้ และปิดปากแพทย์ที่ออกมาเตือนเรื่องเชื้อไวรัสตัวนี้”

ตามคำกล่าวของ นายรอมเมล แบนลอย ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับจีน ประจำฟิลิปปินส์ กล่าวว่า จีนส่งความช่วยเหลือไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในระหว่างการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา “เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นมหาอำนาจที่เป็นมิตรและรับผิดชอบ”

“จีนยังต้องการที่จะหักล้างคำวิพากษ์วิจารณ์ของโลกตะวันตก ที่ว่า จีนใช้มาตรการเด็ดขาดมากในการรับมือการระบาดใหญ่ ตอนนี้จีนกำลังฟื้นตัวจากผลที่รุนแรงของการระบาดใหญ่นี้แล้ว ดังนั้น จึงต้องการบอกประเทศอื่นว่า จีนสามารถแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเองที่ได้เรียนรู้จากการแพร่ระบาดนี้” นายรอมเมล แบนลอย ประธานสถาบันค้นคว้าวิจัยเรื่องสันติภาพ ความรุนแรง และการก่อการร้าย ในประเทศฟิลิปปินส์ บอกแก่เบนาร์นิวส์

ความช่วยเหลือของรัฐบาลจีน บริษัทจีนที่บริหารโดยรัฐบาลจีน และนายแจ็ก หม่า มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีน ไม่ได้หยิบยื่นให้แก่เพียงประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียเท่านั้น แต่ยังส่งไปถึงประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกาและยุโรปด้วย รวมทั้งอิตาลีและสเปน ซึ่งขณะนี้ มียอดผู้เสียชีวิตสูงกว่าในจีนแล้ว

“สำหรับประเทศที่ได้ให้ความช่วยเหลือแก่จีนในยามต่อสู้กับการระบาดใหญ่ของไวรัสนี้ เราจะตอบแทนความมีน้ำใจของประเทศเหล่านี้โดยไม่ลังเลแต่อย่างใด หากประเทศเหล่านั้นต้องการ” นายเกิ่ง ฉวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าว

“เราจะให้ความช่วยเหลือเท่าที่เราจะทำได้แก่มิตรประเทศต่าง ๆ ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่รุนแรง และขาด … วัสดุการป้องกันและควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา ตลอดจนองค์กรส่วนภูมิภาคต่าง ๆ เช่น สหภาพแอฟริกา

ในขณะเดียวกัน ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่า สหรัฐฯจะเพิ่มเงินช่วยเหลืออีก 274 ล้านเหรียญ เพื่อช่วยเหลือประเทศอื่น ๆ ในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดโควิด-19

ประเทศมหาอำนาจจะให้เงินช่วยเหลือแก่ “64 ประเทศ ที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในโลก เพื่อต่อสู้กับโรคระบาดใหญ่” และช่วยให้หน่วยงานผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติสามารถ “ช่วยเหลือประชากรที่เป็นกลุ่มเปราะบางและเสี่ยงที่สุดของโลก” นายปอมเปโอ กล่าว

นายปอมเปโอ กล่าวแจงว่า เงินช่วยเหลือที่จัดสรรใหม่จำนวน 100 ล้านเหรียญ จะให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินด้านสุขภาพ และอีก 110 ล้านเหรียญ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติที่อุบัติใหม่ ของภัยพิบัติระหว่างประเทศ

โดย นายปอมเปโอ ระบุว่า เงินช่วยเหลือ 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐนี้ เป็นเงินงบประมาณใหม่ โดยแยกจากงบช่วยเหลือต่างประเทศประจำปีของสหรัฐฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ในการรับมือการระบาดใหญ่ ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในกฎหมาย เมื่อต้นเดือนมีนาคม

“สหรัฐฯจะยังคงดำเนินการต่อไปเพื่อรับมือการระบาดใหญ่เชื้อโควิด-19 การระดมทุนครั้งนี้ เป็นเงินทุนเริ่มแรก นอกเหนือจากเงินทุนที่จัดสรรอย่างต่อเนื่อง ให้แก่องค์กรพหุภาคีระหว่างประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก และองค์การยูนิเซฟแล้ว” นาย ปอมเปโอ กล่าว

“เรายังยินดีที่จะได้รับเงินช่วยเหลือจากผู้ประสงค์สมทบทุนรายอื่น ๆ เพื่อก่อแรงกระตุ้นทั่วโลกต่อความพยายามในการรับมือโรคระบาดต่อไป” รมว. ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว

จีนส่งความช่วยเหลือ แก่ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชีย

นายหวัง อี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของจีน ซึ่งอยู่ในกรุงจาการ์ตาสัปดาห์นี้ กล่าวว่า ขณะนี้ ถึงเวลาที่จีนจะตอบแทนความช่วยเหลือที่อินโดนีเซียให้แก่จีน เมื่อจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลกนี้ได้เผชิญกับวิกฤตไวรัสโคโรนา หลังจากที่เริ่มมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในเมืองอู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย

“อุปกรณ์และเวชภัณฑ์ของจีนได้ถูกส่งไปยังอินโดนีเซียแล้ววันนี้ และเราจะอำนวยความสะดวกแก่อินโดนีเซียในการซื้อสิ่งอุปกรณ์ตอบสนองการระบาดใหญ่จากจีน” เขากล่าวเมื่อวันพุธ

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ เครื่องบินขนส่งของกองทัพอินโดนีเซียลำหนึ่ง ได้นำเวชภัณฑ์หนักเก้าตัน จากจีนมายังอินโดนีเซีย ทางการอินโดนีเซียกล่าวว่า อุปกรณ์การแพทย์และเวชภัณฑ์อีกจำนวน 20 ตัน มาถึงอินโดนีเซีย วันศุกร์นี้ เพื่อรับมือการแพร่ระบาดไวรัสโควิด และชุดสุขภาพอีก 20 ตัน จากจีนจะมาถึงในวันรุ่งขึ้น

เวชภัณฑ์บางส่วนเหล่านั้น ได้รับการบริจาคมาจากชาวอินโดนีเซียที่อาศัยอยู่ในประเทศจีน นายซันโต ดาร์โมซูมาร์โต เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าว

สำนักข่าวบีเอสเอสของรัฐ ในบังกลาเทศ รายงานว่า เครื่องบินของจีนลำหนึ่งได้ขน ชุดตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาจำนวน 40,000 ชุด และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จีนบริจาคให้แก่บังกลาเทศ ไปลงที่กรุงธากา ซึ่งสามในสี่ของชุดตรวจหาเชื้อไวรัสที่ส่งมอบให้กับบังกลาเทศในสัปดาห์นี้นั้น ได้รับบริจาคจากองค์กรการกุศลที่ข้องเกี่ยวกับ นายแจ๊ก หม่า

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขของไทยประกาศว่า ได้รับมอบชุดตรวจหาเชื้อไวรัสหลายหมื่นชุด หน้ากากอนามัย และชุดป้องกันจำนวนมาก ซึ่งได้รับบริจาคมาจากบรรดามูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับนายแจ็ก หม่า และในต้นสัปดาห์นี้ ก็ได้รับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่รัฐบาลจีนบริจาคให้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ประกาศว่า ฟิลิปปินส์ได้รับบริจาคเวชภัณฑ์จากจีน รวมทั้งหน้ากากอนามัย อุปกรณ์ป้องกัน และชุดตรวจเชื้อไวรัส

บกพร่องหรือเปล่า?

ไม่มีรายงานด้านลบเกี่ยวกับความช่วยเหลือของจีนในเอเชีย ไม่เหมือนกับในยุโรป

ตามรายงานข่าวที่ตีพิมพ์เมื่อวันพุธ ร้อยละ 80 ของชุดตรวจหาเชื้อไวรัสที่สาธารณรัฐเช็กได้มาจากจีนเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำงานบกพร่อง และให้ผลที่ผิดพลาดในการตรวจหาเชื้อกับชาวเช็ก สำนักข่าวไต้หวัน อ้างคำกล่าวของทางการสาธารณรัฐเช็ก

ในวอชิงตัน สมาชิกสภานิติบัญญัติ และสมาชิกอาวุโส ในคณะกรรมการวิเทศสัมพันธ์ของสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ คนหนึ่ง กล่าวโจมตีว่า มีหลายรายงานบอกว่า จีนได้ขายอุปกรณ์การแพทย์ที่บกพร่อง ให้แก่ประเทศต่าง ๆ ที่กำลังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอย่างหนัก เช่น สาธารณรัฐเช็ก และสเปน

“ขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังพยายามอย่างหนักที่จะผลักความรับผิดชอบ โดยทำตัวเป็นผู้ปกป้องสาธารณสุขโลก เบื้องหลังการโฆษณาชวนเชื่อที่จีนกำลังผลักดันนั้น ขณะนี้ความจริงกำลังเผยออกมาแล้ว” นายไมเคิล แมคคอล ผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ฉบับหนึ่ง

ในกรุงปักกิ่ง มีอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับของบริจาคจากจีน เมื่อสถานทูตไทยในกรุงปักกิ่งได้ออกข่าวสารวิเทศ เพื่อตอบคำกล่าวหาของสื่อจีน ที่ว่าไทยรับความช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์จากจีน ขณะเดียวกันกลับส่งออกหน้ากากอนามัยของตน ไปยังสหรัฐอเมริกา

“สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่ง ขอชี้แจงว่า ไทยรับความช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์จากจีน บนพื้นฐานของความพร้อมของฝ่ายจีน ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักของไวรัสโคโรนาในจีน ไทยได้บริจาคเงิน เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงหน้ากากอนามัยแก่จีน หน้ากากอนามัยจำนวนมาก ได้รับการผลิตโดยโรงงานของต่างประเทศหลายแห่งที่จดทะเบียนกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทย โดยมีข้อกำหนดหนึ่งที่ระบุว่าหน้ากากอนามัยเหล่านั้นผลิตขึ้นเพื่อส่งออกเท่านั้น” แถลงการณ์ฉบับนั้นกล่าว

นักวิเคราะห์: สร้างภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับจีน

การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจีนในเอเชีย ยังช่วยบรรเทาความกังวลที่มีมานานในภูมิภาคนี้เกี่ยวกับโครงการ Belt and Road Initiative ซึ่งมีเป้าหมายที่การลงทุนและสร้างโครงสร้างพื้นฐานอภิมหาโครงการ

แม้เจ้าหน้าที่รัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญบางคนในภูมิภาคนี้จะยอมรับว่า โครงการนี้จะกระตุ้นการค้าและเศรษฐกิจสำหรับประเทศต่าง ๆ แต่ก็เกรงกลัวกันว่า โครงการที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลเหล่านี้ อาจทำให้ประเทศที่กู้ยืมเงินจากจีนต้องติดกับดักหนี้

การที่จีนบริจาคหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ต่าง ๆ จำนวนมากแก่ประเทศต่าง ๆ ในช่วงวิกฤตไวรัสโคโรนานี้ “เป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่มานานและที่น่าอับอายเมื่อเร็ว ๆ นี้ในบางพื้นที่” นายไบรอัน หว่อง นักรัฐศาสตร์และนักศึกษาปริญญาโทสาขาปรัชญาที่มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด กล่าวไว้ในบทความตีพิมพ์ในเว็บไซต์ The Diplomat สัปดาห์นี้

“การให้ความช่วยเหลือในยามวิกฤต เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติและวิกฤตสาธารณสุข.. จะทำให้จีนเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งภายในประเทศที่เปิดรับความช่วยเหลือของจีนได้มาก และดีกว่าชาติอื่น ๆ” เขากล่าว

ภิมุข รักขนาม ในกรุงเทพฯ โนอาห์ ลี และนิชา เดวิด ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ อาห์หมัด ไซยัมซูดิน ในกรุงจาการ์ตา และเจสัน กูเตียร์เรซ ในกรุงมะนิลา มีส่วนร่วมในการรายงาน

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ