Follow us

ครม. เห็นชอบ 'ช้อปดีมีคืน' ลดหย่อนภาษี กระตุ้นเศรษฐกิจ

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช และมารียัม อัฮหมัด
กรุงเทพฯ
2020-10-12
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
ประชาชนเดินผ่านตู้แสดงเสื้อผ้าแฟชั่นในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 เมื่อรัฐประกาศให้เปิดกิจการอีกครั้ง หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด -19
ประชาชนเดินผ่านตู้แสดงเสื้อผ้าแฟชั่นในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 เมื่อรัฐประกาศให้เปิดกิจการอีกครั้ง หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด -19
เอเอฟพี

ในวันจันทร์นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบหลักการ โครงการ 'ช้อปดีมีคืน' ให้ประชาชนซื้อสินค้าในวงเงิน 3 หมื่นบาท เพื่อนำใบเสร็จไปยื่นขอลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคล โดยหวังว่าโครงการนี้จะช่วยทำให้ประเทศมีเงินหมุนเวียนในระบบราว 1.11 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการระบาดของโควิด-19

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยต่อสื่อมวลชนหลังการประชุม คณะรัฐมนตรีว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโครงการใหม่นี้ ประชาชนจะสามารถใช้จริงได้ ในวันที่ 23 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2563

“จะให้ผู้มีรายได้ไปซื้อของในวงเงิน 3 หมื่นบาท แล้วนำใบเสร็จรับเงินเต็มรูปแบบไปลดหย่อนภาษีได้ในปีที่จะยื่นภาษี ผู้มีเงินได้ที่จะใช้สิทธิ์ ไม่ใช่ผู้ใช้สิทธิ์ในโครงการ 'คนละครึ่ง' หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สินค้าหรือค่าบริการ จะไม่รวม ค่าสุรา เบียร์ และไวน์ ค่ายาสูบ ค่าน้ำมันและแก๊สสำหรับเติมยานพาหนะ ค่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ ค่าหนังสือพิมพ์ และนิตยสาร ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้กับผู้ประกอบการธุรกิจ ค่าที่พักในโรงแรม เพราะอยู่ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันอยู่แล้ว” นายอนุชา กล่าว

“จากฐานข้อมูลของผู้ที่เสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2561 คาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ์ประมาณ 3.7 ล้านคน ซึ่งจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้บุคคลธรรมดาประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท แต่สามารถจะมีเม็ดเงินเข้ามาให้เกิดกำลังซื้อได้ประมาณ 1.11 แสนล้านบาท โดยจะทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2563 คาดว่า จีดีพีจะเพิ่มได้ร้อยละ 0.03” นายอนุชา กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงหลังโควิด-19 ของภาครัฐว่า โครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลดำเนินการนั้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเน้นช่วยเหลือคนรายได้น้อยให้มีรายได้ และกระตุ้นให้คนมีรายได้มาก กล้าที่จะใช้จ่ายเงิน

“1. มาตรการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ประชาชน 14 ล้านคน คนละ 1.5 พันบาท อยู่ในขั้นตอนดำเนินการอยู่ 2. มาตรการคนละครึ่ง กระตุ้นค่าใช้จ่ายโดยประชาชนจ่ายครึ่งหนึ่ง รัฐบาลช่วยออกอีกครึ่งหนึ่ง ช่วยผู้มีรายได้น้อย ร้านค้าปลีก 3. มาตรการชอปดีมีคืน 3 หมื่นบาท จะให้ช่วยซื้อสินค้าคงทน เพื่อให้นำเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ” พล.อ.ประยุทธ์

อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กับ คนละครึ่งนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการ ขณะที่ ช้อปดีมีคืน ผ่านความเห็นชอบแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยต่อสื่อมวลชนหลังประชุมร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยว่า คาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2563 จะมีจีดีพีติดลบประมาณ 7-9 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบติดลบ 1-1.5 เปอร์เซ็นต์

โดยเสนอให้ รัฐบาลต่ออายุมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ อาทิ มาตรการชะลอการคืนเงินกู้ โดยขอให้ครอบคลุมตามความเหมาะสมของผู้ประกอบการแต่ละประเภท, มาตรการค่าน้ำ ค่าไฟ, การลดเก็บภาษีน้ำมันเครื่องบิน และเร่งรัดการกู้ดอกเบี้ยต่ำของสายการบิน และดำเนินมาตรการเร่งด่วน เช่น รักษาการจ้างงานเดิมของสถานประกอบกิจการโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยวทั่วประเทศ, ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขและแนวทางการดำเนินการของโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน, การปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการสำหรับการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย ตามมาตรการที่รัฐบาลได้อนุมัติออกมาแล้วให้สะดวกขึ้น แต่ยังคงปลอดภัย

จับเมียนมา 4 ราย หนีโควิด-19 ลักลอบเข้าชายแดนแม่สอด

ร.อ.ศาศวัต สัตยพงษ์ ผู้บังคับกองร้อยเครื่องยิงหนัก หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ พร้อมด้วยฝ่ายปกครองสามารถจับกุมชาวเมียนมา 4 คน จากบริเวณพื้นที่ หมู่ 6 บ.ดอนไชย ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก หลังพบว่า พยายามลักลอบเข้าประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย

“สามารถจับกุมเมียนมา 4 คน ที่ได้ลักลอบข้ามแม่น้ำเมยมาจากฝั่งจังหวัดเมียวดี สหภาพเมียนมา เป็นคนไม่มีหนังสือ หรือเอกสารใด ๆ แสดง จึงทำการควบคุมตัวมาทำการสอบสวน ทราบชื่อ 4 ราย ประกอบด้วย นายอองกู อายุ 29 ปี, นายทะนา อายุ 24 ปี, นายอะจอ อายุ 55 ปี และนายอะทู อายุ 50 ปี จากการตรวจสอบ นายอะจอ และนายอะทู มีสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้น ทั้งหมดจะถูกตั้งข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายต่อไป ส่วนนายอะจอ และนายอะทู จะถูกข้อหายาเสพติดด้วย” ร.อ.ศาศวัต กล่าว

ขณะเดียวที่ นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด เปิดเผยว่า แม่สอดได้สั่งปิดโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนคร 11 แห่ง และโรงเรียนนอกสังกัด 5 แห่ง รวมเป็น 16 แห่งแล้วเป็นเวลา 1 วันคือ วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2563 หลังจากเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า คนขับรถขนส่งสินค้าชาวเมียนมา 3 ราย ที่ขับรถเข้ามาในประเทศไทย มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก อย่างไรก็ตาม ทั้งสามรายถูกส่งตัวกลับประเทศเมียนมาทันทีแล้ว และยังไม่มีรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อใน อ.แม่สอด โดยโรงเรียนจะกลับมาเปิดเรียนตามปกติอีกครั้ง ในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 (13 ตุลาคม 2563 เป็นวันหยุดราชการ)

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ