ตำรวจเตรียมรื้อคดีบอส อยู่วิทยา

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
2020.08.13
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
200813-TH-crime-redbull-1000.jpg นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษก สำนักงานอัยการสูงสุด (ตำแหน่งในขณะนั้น) พูดกับผู้สื่อข่าว หลังการแถลงข่าว ที่กรุงเทพฯ ภาพเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560
เอเอฟพี

ในวันพฤหัสบดีนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เรื่องคดีขับรถชนของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทบริษัทกระทิงแดง เปิดเผยผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ระบุว่า พบความบกพร่องในการทำงานของตำรวจ 14 นาย เตรียมตั้งพนักงานสอบสวนคดีใหม่ หลังพบหลักฐานเกี่ยวกับยาเสพติด และความเร็ว

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยแก่สื่อมวลชนในการแถลงข่าว ผลการสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 ว่า ข้อบกพร่องที่พบทั้งหมดจะได้เสนอให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พิจารณาลงโทษทางวินัยต่อไป ขณะที่ ความบกพร่องเดิม สตช. ตรวจพบ และเคยส่งให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการชี้มูล

“พบความบกพร่องของ พนักงานสอบสวนทั้งชุดเก่าและชุดใหม่ รวมแล้วอีกอย่างน้อย 14 นาย ตั้งแต่ระดับรองผู้บัญชาการ ไปจนถึง ผู้กำกับ สน.ทองหล่อ และคณะพนักงานสอบสวน"

"ข้อบกพร่องที่เราพบเพิ่มเติม คือ ไม่ดำเนินการตรวจสอบสารเสพติดในปัสสาวะในทันที ไม่เก็บหลักฐานพยานไว้ตามระเบียบ ผู้ออกรายงานให้การไม่ตรงกับรายงาน ไม่ออกหมายจับตามคำสั่งพนักงานอัยการ.. ข้อบกพร่องเก่าคือ ไม่ทำการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำการตรวจบ้านผู้ต้องหา ไม่ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์” พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าว

“ไม่รวบรวมพยานหลักฐานทันที เป็นเหตุให้ขาดพยานหลักฐานในการฟ้อง ไม่สอบปากคำผู้ต้องหา ทำสัญญาประกันปล่อยตัวผู้ต้องหาบกพร่อง ใช้ดุลพินิจพนักงานสอบสวนสั่งไม่ฟ้องใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด ผลตรวจการสารเสพติด โคเคน (บกพร่อง) พนักงานสอบสวนไม่กำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ขอขยายเวลาการสอบสวนตามคำสั่งคณะพนักงานสืบสวน มีหลักฐานของอัยการ แต่ไม่รายงานผู้บังคับบัญชา และไม่ส่งตัวผู้ต้องหาให้ศาลออกหมายขัง ผู้กำกับไม่ได้กำกับการสอบสวนโดยใกล้ชิด” พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติม

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะเข้ามาดูแลคดีนี้ พิจารณาความเห็นของอัยการสูงสุดด้วยตัวเอง รวมทั้งจะได้ดำเนินการประสานขอตัวนายวรยุทธที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศกลับมาเข้าสู่กระบวนการ ขณะเดียวกันจะได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ใหม่ เนื่องจากพบหลักฐานใหม่เรื่อง สารเสพติด และความเร็วรถ

“เราพิจารณาแล้ว เราเห็นว่า เป็นพยานหลักฐานที่มีความสำคัญกับคดี ผบ.ตร. จึงจะส่งพยานหลักฐานไปดำเนินคดีใหม่” พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ระบุ

การตั้งคณะทำงานชุดนี้ขึ้นนั้น สืบเนื่องจากช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2563 สื่อหลายสำนักได้เปิดเผยเอกสาร ซึ่งลงนามโดย พ.ต.ท.ธนาวุฒิ สงวนสุข รองผู้กำกับการสอบสวน ปฏิบัติราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2563 แจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี ตามคดีอาญาระหว่าง พ.ต.ท.วีรดล ทับทิมดี ผู้กล่าวหา นายวรายุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาที่ 1 และ ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจาก การที่พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในคดีดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2555 เป็นผลให้คดีที่เกี่ยวกับการขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจของนายวรยุทธ ทั้งหมดเป็นอันสิ้นสุดลง

ต่อมาสำนักงานอัยการสูงสุด มีคำสั่งที่ พิเศษ/2563 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2563 แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบการพิจารณาสั่งคดี นายวรยุทธ ต่อมา วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 225/2563 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย โดยมีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุในวันพฤหัสบดีนี้ว่า การสอบสวนมีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่ง

“ข้อสรุปคดีบอส ก็มีความก้าวหน้า ทั้งด้านอัยการ ตำรวจ กรรมการของท่านวิชา ก็มีการพูดคุยกับผมเป็นประจำอยู่แล้ว ผมให้กรรมการตำรวจไปชี้แจงแก้ไข ถามว่าพอใจไหม ก็จะพอใจเมื่อมันสิ้นสุดไปในทางที่ดี ที่ประชาชนพอใจ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ในวันเดียวกัน คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้เชิญนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุดเข้าชี้แจง โดยนายเนตร ระบุว่า คดีสามารถกลับมาสอบสวนใหม่ได้ หากพบพยานหลักฐานเพิ่มเติม

“ผมพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมด การเฉี่ยวชนเกิดจากผู้ตายเปลี่ยนช่องทางเดินรถจากช่องซ้ายสุด มาขวาสุดกระทันหัน… ดุลพินิจเรื่องการฟ้องแต่ละคนไม่เหมือนกัน ในสำนวนนี้ ก็มีความเห็นเหมือนผมก็คือสั่งไม่ฟ้องสองท่าน… คดีนี้ ยังสอบสวนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญสามาตรา 147 ถ้าได้พยานหลักฐานใหม่ที่สามารถให้ศาลลงโทษได้ ก็ส่งมายังพนักงานอัยการได้อีก ก็กลับคำสั่งได้อีก บางคดีมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องไปแล้ว ส่งมาอัยการ อัยการก็กลับเป็นสั่งฟ้อง” นายเนตร กล่าว

สำหรับคดีที่นายวรยุทธ หลานชายของ นายเฉลียว อยู่วิทยา ผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตเครื่องดื่มกระทิงแดง ตกเป็นจำเลย ย้อนไปเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 เวลาประมาณ 05.30 น. เกิดเหตุรถยนต์สปอร์ตขับชนรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่ปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เสียชีวิต

กระทั่งวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องนายวรยุทธต่ออัยการใน 7 ข้อหา ซึ่งในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ต่อมาอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง นายวรยุทธ ในข้อหาขับรถโดยประมาททำให้มีผู้ถึงแก่ความตาย ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล และ ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามควรแก่ผู้ได้รับความเสียหาย

27 เมษายน 2560 อัยการสูงสุดออกหมายเรียกให้นายวรยุทธ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา แต่นายวรยุทธไม่ไปตามนัด จึงได้มีการออกหมายจับ.. ต่อมาคดีทั้งหมดของนายวรยุทธได้หมดอายุความลงระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นอัยการ เหลือเพียงข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีอายุความ 15 ปี และจะหมดอายุความ ในวันที่ 3 กันยายน 2570 เพียงข้อหาเดียว

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง