คนร้ายยิงหญิงม่ายเสียชีวิต 1 ราย ที่ระแงะ นราธิวาส

มาตาฮารี อิสมาแอ และ มารียัม อัฮหมัด
2018.01.19
นราธิวาสและปัตตานี
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
180119-TH-violence-1000.jpg น.ส.อามีเนาะ ยูโซ๊ะ เสียชีวิตบนถนนถนนสายรือเสาะ-ยี่งอ ในพื้นที่อำเภอระแงะ นราธิวาส วันที่ 19 มกราคม 2561
มาตาฮารี อิสมาแอ/เบนาร์นิวส์

เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ สภ.ระแงะ จังหวัดนราธิวาส เปิดเผยในวันศุกร์นี้ว่า ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกขบวนการก่อเหตุรุนแรง ยิงภรรยาของอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไทยสุข เสียชีวิต ในพื้นที่บ้านอาปา ตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ นราธิวาส นับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 7 ในปี 2561 นี้ หลังจากเกิดเหตุแล้ว 10 ครั้ง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน

พ.ต.ท.วรวรรธ จันทร์คูเมือง สารวัตร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิต คือ น.ส.อามีเนาะ ยูโซ๊ะ อายุ 51 ปี ลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน เป็นภรรยาของอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไทยสุข ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เหตุเกิดขึ้นบนถนนสายรือเสาะ-ยี่งอ จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมชุดเก็บกู้ระเบิดไปตรวจในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเก็บหลักฐานหาตัวผู้กระทำผิด

“ผู้เสียชีวิต คือ น.ส.อามีเนาะ ยูโซ๊ะ อายุ 51 ปี ลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน อ.ระแงะ เนื่องจากสามีซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไทยสุข ม.8 ต.ลาโละ อ.รือเสาะ ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อ ปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา นอนจมกองเลือดอยู่ริมถนน ข้างตัวมีรถจักรยานยนต์ล้มตะแคงอยู่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ที่บริเวณชายโครงขวาและกลางหลัง จำนวน 2 นัด” พ.ต.ท.วรวรรธกล่าว

“ก่อนเกิดเหตุ น.ส.อามีเนาะ ได้ขี่จักรยานยนต์ ออกจากบ้านพักในพื้นที่ ต.ลาโละ อ.รือเสาะ เพื่อเดินทางไปทำงานที่ อ.ระแงะ ตามปกติทุกวัน ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย 2 คน ขี่จักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ สี และแผ่นป้ายทะเบียน ประกบไล่หลังมา คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนยิง น.ส.อามีเนาะ 3 นัด เมื่อถูกกระสุนปืน น.ส.อามีเนาะ ได้พยายามฝืนใจขี่รถ เพื่อไปขอความช่วยเหลือชาวบ้านห่างจากจุดเกิดเหตุ 100 เมตร แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว รถล้มคว่ำเสียชีวิต” พ.ต.ท.วรวรรธ กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ ผกก.สภ.ระแงะ คาดว่า การกระทำครั้งนี้ เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มก่อความไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารชาวบ้านผู้บริสุทธิ์รายวัน

น.ส.นาซีเตาะ สะอะ เจ้าหน้าที่เยียวยา อำเภอระแงะ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ว่า หลังจากที่สามีถูกยิงเสียชีวิต เมื่อสามปีก่อน น.ส.อามีเนาะ ก็ได้มาทำงานที่ศูนย์เยียวยา เพื่อนำเงินไปเลี้ยงดูบุตรและหลาน การเสียชีวิตของ น.ส.อามีเนาะ จึงอาจสร้างความลำบากให้กับครอบครัว

“เขามีลูก 4 คน และเขาเลี้ยงหลานวัย 2 ขวบด้วย ลูกชายคนแรกแต่งงาน และมีครอบครัว แล้วเอาลูกมาให้อามีเนาะเลี้ยง คนที่ 3 ชื่อ น.ส.สาวิณี วานิ อายุ 23 ปี กำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่นครศรีธรรมราช ปี 3 ส่วนคนที่ 2 นางสาวกัลยาอายุ 18 ปี และคนสุดท้อง นายไอมารอายุ 16 ปี เรียนที่โรงเรียนปอเนาะในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส” น.ส.นาซีเตาะกล่าว

“ที่ผ่านมาอามีเนาะเป็นคนขยัน ทำงานอย่างลำบาก ดูแลครอบครัวเป็นอย่างดีมาตลอด เป็นคนสู้ชีวิต เลี้ยงลูกและหลานคนเดียว ไม่น่าไปทำเขาเลย หลังจากนี้ เด็กจะอยู่กับพ่อและแม่ของอามีเนาะ ซึ่งพ่อแม่ของอามีเนาะก็ชราแล้ว แม้ทางเยียวยาจะมีกองทุนการศึกษาให้ แต่พวกเขาก็ควรได้รับการดูแลจากครอบครัว” น.ส.นาซีเตาะกล่าวเพิ่มเติม

ตลอด 14 ปีของเหตุรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รวบรวมว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบมาแล้ว 15,164 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 3,949 คน ได้รับบาดเจ็บ 10,501 คน ทำให้มีเด็กกำพร้ากว่า 8,000 คน และมีหญิงหม้ายกว่า 3,000 คน

เฉพาะปี 2561 เกิดเหตุแล้ว 10 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 7 คน ได้รับบาดเจ็บ 8 คน ตามตัวเลขที่เบนาร์นิวส์ได้รวบรวมข้อมูลไว้

ตำรวจยึดอุปกรณ์ประกอบระเบิดที่สุไหงปาดี แต่คนร้ายวัยรุ่นหนีไปได้

พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ยึดอุปกรณ์ประกอบระเบิดและยาเสพติดจากวัยรุ่นสองรายที่ทิ้งไว้ก่อนหลบหนี เหตุเกิดขึ้นบนถนนจารุเสถียร สายเจาะไอร้อง–สุไหงปาดี ในเช้าวันศุกร์นี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังมาดักซุ่มที่บริเวณริมถนนบ้านตลิ่งสูง ม.9 ต.สุไหงปาดี เพราะมีสายข่าวแจ้งว่าจะมีการลักลอบขนส่งยาเสพติด

“09.30 น. วัยรุ่น 2 คน ขี่จักรยานยนต์มาบนถนน แต่ก่อนถึงด่าน 500 เมตร เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ วัยรุ่นทั้ง 2 คน ได้ขว้างทิ้งถุงพลาสติกสีดำที่นำมาด้วยทิ้งลงข้างทาง และเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบเพราะคาดว่าเป็นยาเสพติด แต่พบว่ามีสายไฟฟ้าสีขาว-แดง พร้อมด้วยวัสดุเป็นแท่งทรงกลมจำนวนหนึ่งบรรจุอยู่ภายใน จึงประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดให้ตรวจสอบ” พ.ต.อ.ภักดีกล่าวแก่ผู้สื่อข่าว

“ร.ต.อ.สถาบัน สุวรรณการณ์ หัวหน้าชุดเก็บกู้ และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.447 พร้อมเจ้าหน้าที่ 4 นาย มาทำการพิสูจน์ทราบ โดยเปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และวิทยุสื่อสาร ก่อนที่จะใช้เครื่องตรวจจับโลหะในการตรวจสอบ และพบอุปกรณ์ในการประกอบระเบิดแสวงเครื่อง อาทิ ดินระเบิดแรงสูงเพนโทไลท์ จำนวน 4 แท่ง เชื้อปะทุไฟฟ้า จำนวน 3 ดอก” พ.ต.อ.ภักดี กล่าวเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ขั้นตอนต่อไปจะทำการตรวจคราบลายนิ้วมือแฝง เพื่อเชื่อมโยงไปยังกลุ่มคนร้าย ซึ่งคาดว่า จะนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปใช้ เพื่อประกอบระเบิดในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี ก่อนที่จะนำมาก่อเหตุ

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง