ประธาน กก.อิสลามปัตตานี: ศูนย์ประสานงานฯ พูดคุยเพื่อสันติสุขพร้อมแล้ว

มารียัม อัฮหมัด
ปัตตานี
2018-04-24
Share
180424-TH-safehouse-620.jpg อาคารของสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ที่จะเป็นที่ตั้งของศูนย์พูดคุยเพื่อสันติสุข และเซฟเฮ้าส์ วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์

นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ ในวันอังคารนี้ว่า ทางคณะกรรมการฯ ได้จัดความพร้อมของอาคารสองแห่ง ที่จะใช้เป็นศูนย์ประสานงานการพูดคุยเพื่อสันติสุข และเป็นที่พักสำหรับผู้ร่วมพูดคุยในการผลักดันการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย ตามที่ทางคณะพูดคุยฯ ฝ่ายไทย ได้มาขออนุญาตใช้พื้นที่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายแวดือราแม กล่าวว่า อาคารทั้งสองแห่ง ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 63 บ้านทุ่งนเรนทร์ หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ติดกับศูนย์เสริมสร้างสมรรถนะอีหม่ามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะใช้ห้องประชุมในอาคารหลังหนึ่ง สำหรับเป็นศูนย์ประสานงานพูดคุยเพื่อสันติสุข ของฝ่ายรัฐบาลหรือปาร์ตี้-เอ กับฝ่ายมาราปาตานี หรือปาร์ตี้-บี โดยมีภาคประชาชนเข้าร่วม ส่วนอาคารอีกหลังหนึ่ง จะใช้เป็นที่พักของฝ่ายผู้เข้าร่วมพูดคุย

“เขาจะใช้ทั้ง 8 ห้อง ที่อยู่ชั้น 3 ของตึกสีครีม ที่ตั้งอยู่ติดกับศูนย์เสริมสร้างสมรรถนะอีหม่ามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี เป็นเซฟเฮ้าส์ นอกจากนั้น ถัดมาประมาณ 50 เมตร จะเป็นศูนย์พูดคุยสันติสุข 1 ห้อง ที่อาคารสีส้ม... ตอนนี้ ทางคณะพูดคุยทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายปาร์ตี้-เอ และ ปาร์ตี้-บี ก็พร้อม เราในฐานะผู้อำนวยการก็พร้อม ทางคณะพูดคุยฯ ได้รับกุญแจเซฟเฮ้าส์ไปแล้ว” นายแวดือราแม กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

นายแวดือราแม กล่าวว่า ในเซฟเฮ้าส์ ผู้ที่มีคดีความมั่นคง จำนวน 3 ราย ที่จะได้การพักโทษ โดย 2 ราย มาจากนราธิวาส และอีก 1 ราย มาจากจังหวัดยะลา โดยจะพักประมาณ 7-8 เดือน

เบนาร์นิวส์ ไม่สามารถสอบถามความคืบหน้าในเรื่องนี้จาก พลเอกอักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข หรือ พลตรีสิทธิ ตระกูลวงศ์ได้

นายแวดือราแม ระบุว่า คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ทำหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกตามที่ทางคณะพูดคุยฯ ต้องการ โดยมีทีมงานที่แต่งตั้งขึ้นมาประมาณ 10 คน ในการเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทางราชการ  ส่วนความคืบหน้าของการพูดคุยนั้น ทางคณะกรรมการอิสลามไม่ทราบข้อมูล

มาราปาตานี ยังไม่ได้ตอบตกลงในพื้นที่ปลอดภัย

นับตั้งแต่การปล้นปืนค่ายปิเหล็งเมื่อกว่า 14 ปีก่อน อันเป็นที่มาของเหตุการณ์รุนแรงในสามจังหวัดชายแดนใต้ระลอกปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิตจากความรุนแรงประมาณ 7,000 คน  รัฐบาลไทยได้รับความช่วยเหลือจากมาเลเซียในการจัดการพูดคุย เพื่อหาหนทางยุติความขัดแย้งโดยสันติวิธีกับกลุ่มผู้ที่รัฐบาลเรียกว่า กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ ที่รวมกลุ่มกันภายใต้ชื่อ องค์กรมาราปาตานี ที่เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2558

เมื่อเดือนมกราคม ปีนี้ พลเอกอักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฝ่ายไทย กล่าวว่า ทางคณะทำงานทางเทคนิคของไทยและของมาราปาตานี สามารถตกลงกันได้ในเบื้องต้นในการเลือกหนึ่งอำเภอ เพื่อจะจัดตั้งเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่ยังไม่ได้เปิดเผยชื่อในขณะนั้น เพราะเกรงการโดนโจมตีจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจากการพูดคุย รวมทั้ง การที่ยังต้องดำเนินขั้นตอนพิจารณาและอนุมัติร่วมกัน โดยคณะพูดคุยชุดใหญ่ของทั้งสองฝ่ายในเรื่องพื้นที่ปลอดภัยที่จะเลือก

ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เปิดเผยว่า จะมีการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยใน อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส แต่ทางมาราปาตานี โดยนายอาบู ฮาฟิซ อัล-ฮากิม กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ประชุมลงความเห็นร่วมกันในการเลือกอำเภอใดๆ

“ทางเรามีการประชุมกับหลายฝ่ายและมีการลงมติตกลงให้ใช้พื้นที่ จากนั้น คณะพูดคุยฯ รวมถึง พล.อ.อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้เดินทางมาดูสถานที่... ตอนนี้ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า จะใช้จุดนี้ ของสำนักงานคณะกรรมการอิสลาม” นายแวดือราแม กล่าวเพิ่มเติม

“ทางคณะผู้พูดคุยสองฝ่าย จะเข้ามาพักที่เซฟเฮ้าส์ก่อนเดือนรอมฎอนนี้ ประมาณกลางเดือนหน้านี้ ส่วนศูนย์พูดคุยสันติสุข น่าจะเปิดเป็นทางการตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศ” นายแวดือราแม กล่าว

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ