Follow us

คนร้ายวางระเบิดโจมตีรถทหาร บาดเจ็บ 3 นาย ที่บาเจาะ

มาตาฮารี อิสมาแอ และ มารียัม อัฮหมัด
นราธิวาส และ ปัตตานี
2019-07-15
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
เจ้าหน้าที่ขณะตรวจจุดวางระเบิดโจมตีรถหุ้มเกราะทหารพราน ที่อำเภอบาเจาะ นราธิวาส วันที่ 15 กรกฎาคม 2562
เจ้าหน้าที่ขณะตรวจจุดวางระเบิดโจมตีรถหุ้มเกราะทหารพราน ที่อำเภอบาเจาะ นราธิวาส วันที่ 15 กรกฎาคม 2562
มาตาฮารี อิสมาแอ/เบนาร์นิวส์

ในวันจันทร์นี้ ได้เกิดเหตุกลุ่มก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดดักโจมตีรถยนต์หุ้มเกราะของเจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธิน บนถนนสายบาเจาะ–บ้านทอน ในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย นอกจากรถยนต์ทหารแล้ว แรงระเบิดยังทำบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงเสียหายอีกด้วย เป็นเหตุลอบวางระเบิดโจมตีเจ้าหน้าที่ครั้งที่สี่ ในรอบกว่าสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ร.ต.อ.วิโรจน์ บุญแข รองสารวัตรสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 06.30 น. ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดโจมตีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธินทหารเรือ ชุดปฏิบัติการณ์เฉพาะกิจ (ฉก.ทพ.นย.ทร.) บนถนนสายบาเจาะ-บ้านทอน หมู่ 2 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จึงประสานไปยังผู้บังคับบัญชา และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

“ที่เกิดเหตุ พบหลุมกว้าง 1 เมตร ลึก 50 เซนติเมตร สะเก็ดระเบิดกระจายทั่วถนน เป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส น้ำหนัก 30 ก.ก. วางไว้ใต้กอหญ้าข้างทาง จุดฉนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ เมื่อรถยนต์หุ้มเกราะของเจ้าหน้าที่ผ่านมา เพื่อมุ่งหน้าไปยังค่ายจุฬาภรณ์ คนร้ายได้กดระเบิด สิ้นเสียงระเบิดพบว่า เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ” ร.ต.อ.วิโรจน์ กล่าวแก่ผู้สื่อข่าว

ร.ต.อ.วิโรจน์ ระบุว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย 1. อส.ทพ.ธีระวัฒน์ ศรีสุข 2. พ.จ.อ.เชิดชัย อินต๊ะวิกุด และ 3. อส.ทพ.วิทยา มีอาการหูอื้อ ทั้งหมดโดนแรงอัดหน้าอก และมีอาการหูอื้อ

ส่วนรถกระบะแบบหุ้มเกราะ ยี่ห้อโตโยต้าสีเทา ทะเบียน บต 1161 นราธิวาส ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าบริเวณข้างขวาเป็นรูพรุน และบ้านพักของนางซาตีย๊ะ ซาแมงอ อายุ 50 ปี เลขที่ 40 ม.5 ต.บาเจาะ ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายบริเวณกระจกประตู และฝ้าเพดาน

“เหตุเกิดขณะเจ้าหน้าที่จัดกำลังพล 1 ชุด เดินทางด้วยรถยนต์ 6 ล้อ 1 คัน และรถกระบะหุ้มเกราะ 1 คัน เพื่อไปรับทหารพรานหญิงที่ค่ายจุฬาภรณ์ ไปร่วมงานทำบุญที่วัดไม้แก่น อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี หลังคนร้ายกดระเบิดเสียงดังสนั่น ชาวบ้านที่กำลังขายอาหารและร้านน้ำชาใกล้ที่เกิดเหตุ ต่างตกใจแตกตื่นวิ่งหนีหาที่กำบัง เพื่อความปลอดภัย” ร.ต.อ.วิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติม

ร.ต.อ.วิโรจน์ ระบุว่า หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ดุษฏี ชูสังกิจ ผบก.ภจว.นราธิวาส ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และสืบสวนติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว

“คาดว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ มีนายมะรอมือ กาแจกาซอ เป็นหัวหน้ากลุ่มแกนนำสั่งการ” เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรายหนึ่งกล่าวแก่เบนาร์นิวส์

ปืนที่ใช้ยิงสองสามีภรรยาเมื่อสัปดาห์ก่อน ใช้ก่อเหตุมาแล้ว 6 ครั้ง

ในวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงในพื้นที่ (สงวนชื่อและนามสกุล) ระบุว่า จากการพิสูจน์หลักฐานกระสุนที่ใช้ยิง นายรัชวุฒิ แก้วศรี และ น.ส.สุภัสสร ปัจฉิมานนท์ ภรรยา ซึ่งพิการทางการได้ยิน ใน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 มีประวัติเคยใช้ก่อเหตุแล้ว 6 คดี ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน

“เจ้าหน้าที่ สพฐ.10 ยะลา รายงานผลตรวจกระสุนปืนที่ใช้ยิง น.ส.สุภัสสร และนายรัชวุฒิ เสียชีวิต ที่ อ.ยะหริ่ง เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 พบว่า คนร้ายเคยนำไปใช้ยิงเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่มาแล้ว 6 คดี ชัดเจนว่า ปืนกระบอกดังกล่าวถูกเวียนนำมาใช้ก่อเหตุในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ ปืน 9 ม.ม. กระบอกดังกล่าว เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังอยู่ในพื้นที่ และคาดว่ากลุ่มคนร้ายใช้เวียนกันก่อเหตุใน อ.ปะนาเระ และ อ.มายอ ปัตตานี” เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุ

ทั้งนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังตรวจสอบ พื้นที่ บ.ท่าด่าน ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี แล้ว หลังรับแจ้งจากประชาชนว่า คนร้ายที่ก่อเหตุยิงสามี-ภรรยา และปะทะกับเจ้าหน้าที่ ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 อาจได้รับบาดเจ็บ และหลบซ่อนอยู่ในบริเวณนี้

“การเข้าตรวจสอบ พบบุคคลต้องสงสัย ไม่มีหลักฐานการแสดงตน และเป็นบุคคลภายนอกที่เข้าพักในบ้านอดีตอิหม่าม จึงได้เชิญให้มารายงานตัวเพื่อซักถามและจัดทำประวัติ ณ ทก.ยุทธวิธี ฉก.ทพ.42 และได้ปล่อยตัวทั้ง 5 คน กลับภูมิลำเนาเรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2562” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว

“มีเพจที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวทั้ง 5 คนไปโดยไม่รู้ชะตากรรม ยืนยันว่า การเชิญตัวดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอน แจ้งญาติทราบและมิได้เชิญตัวอดีตอิหม่ามด้วยตามที่กล่าวอ้าง จึงขอให้กลุ่มแอบอ้างดังกล่าว ยุติพฤติกรรมชี้นำ และสร้างความสับสนให้กับสังคม” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 นายรัชวุฒิ และ น.ส.สุภัสสร ถูกคนร้าย 4 คน ใช้อาวุธปืนยิงขณะขี่จักรยานยนต์บนถนนทางหลวง สาย 42 ม.1 บ.ตอหลัง ต.ตอหลัง อ.ยะหริ่ง โดยหลังก่อเหตุคนร้ายทั้งสี่ใช้จักรยานยนต์ 2 คัน เป็นพาหนะ ขับหลบหนีมุ่งหน้าไปทาง ต.ตอหลัง และพบกับตำรวจชุดปฏิบัติการสืบสวน สภ.ยะหริ่ง ซึ่งกำลังติดตามบุคคลเป้าหมายที่เป็นผู้ค้ายาเสพติด เมื่อคนร้ายเห็นตำรวจได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ เพื่อเปิดทางหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยิงตอบโต้ และปะทะ จนคนร้ายทิ้งจักรยานยนต์หลบหนีวิ่งเข้าไปในป่าข้างทาง ภายหลังเจ้าหน้าที่พบว่า คนร้าย 1 ราย ถูกยิงและเสียชีวิตแล้ว เชื่อว่าคนร้าย 3 ราย ที่เหลือยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ