ทนายสมชายหาย 14 ปี: กฎหมายไม่คืบหน้า ยังมีผู้ถูกอุ้มและทรมาน

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2018-03-12
Share
180312-TH-somchai-1000.jpg ภาพวาดของทนายสมชาย นีละไพจิตร ถูกวางหน้างานรำลึกถึงการหายตัวไป 14 ปี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 12 มีนาคม 2561
นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์

ในวันครบรอบ 14 ปี ของการที่ทนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความสิทธิมนุษยชน ได้ถูกบังคับให้สูญหายไป ภรรยาของทนายสมชาย กล่าวว่า ทางครอบครัวยังไม่เคยได้รับความยุติธรรม และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบังคับสูญหายไม่ถูกลงโทษ รวมทั้ง ยังมีประชาชนที่ถูกบังคับสูญหายหรือถูกทรมานอยู่ ในขณะที่ยังไม่มีการประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภรรยาของทนายสมชาย กล่าวในงาน 14 ปีสมชายหายสังคมไทยได้อะไร ซึ่งจัดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยสหประชาชาติ องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และองค์กรสิทธิมนุษยชนอื่นว่า ครอบครัวนีละไพจิตร ต้องการให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทนายสมชาย กล้าที่จะพูดความจริง และหวังอย่างยิ่งว่าการต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมของตนเอง จะทำให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องสิทธิเสรีภาพ

“สิ่งที่รัฐจำเป็นต้องทำก็คือ ปกป้องเหยื่อไม่ให้เหยื่อเกิดความหวาดกลัว ไม่ให้เจ้าหน้าที่ลุแก่อำนาจ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ เห็นว่าผ่านมา 14 ปี เราน่าจะต้องแสดงความจริงใจต่อกัน พูดความจริงต่อกัน” นางอังคณากล่าว

“สำหรับดิฉันก็คงเหมือนเหยื่อรายอื่นๆ ที่จนชั่วชีวิตก็ไม่อาจได้พบความยุติธรรม แต่เชื่อมั่นว่าตลอด 14 ปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ จะทำให้คนรุ่นใหม่เห็นความสำคัญ และเห็นคุณค่าของการปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทุกคน เชื่อมั่นว่าจะมีคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมทางกับเรามากขึ้น เพื่อบอกกับรัฐว่าจะต้องไม่ใช้อำนาจตามอำเภอใจอีกต่อไป หวังว่ากรณีคนหายทุกกรณีจะได้รับการใส่ใจ” นางอังคณากล่าวเพิ่มเติม

แม้ว่าสื่อมวลชน ได้ติดตามรายงานข่าวการถูกบังคับให้สูญหายของทนายสมชาย นีละไพจิตร อย่างใกล้ขิด แต่ตลอดหลายปีๆ ที่ผ่านมา ยังพบว่ามีนักเคลื่อนไหวทางสังคม หรือประชาชน ถูกบังคับให้สูญหายอีกหลายคน นางอังคณากล่าว

ทนายสมชาย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวขึ้นรถบนถนนรามคำแหง เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2547 ในขณะที่เขาเป็นทนายความให้กลุ่มผู้ต้องหาในคดีความไม่สงบ จนกระทั่งปี 2558 ศาลฎีกายกฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวทนายสมชาย เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ

สิบปีถัดมา เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ผู้นำกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หายตัวไประหว่างที่กำลังรวบรวมข้อมูล เพื่อเตรียมขึ้นเป็นพยานในศาลคดีที่ชาวกะเหรี่ยงฟ้องร้องเอาผิดกรมอุทยานแห่งชาติ จากการเผาไล่ที่บ้านชาวกะเหรี่ยงในปี 2554 และศาลจังหวัดเพชรบุรี ยกฟ้องคดีที่ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของนายพอละจี ฟ้องร้องเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้นายพอละจีหายตัวไป

ในวันที่ 16 เมษายน 2559 นายเด่น คำแหล้ หายตัวไป หลังจากออกไปหาของป่าใกล้บ้านพักใน อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ หลังจากเมื่อหลายปีก่อนหน้านั้น พยายามเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้ปกป้องสิทธิที่ดินให้กับตนเองและคนในชุมชน

ในส่วนการซ้อมทรมานประชาชนโดยเจ้าหน้าที่รัฐนั้น ยังมีผู้กล่าวพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาลอยู่เช่นกัน โดยนายอิสมาแอ เต๊ะ ผู้ซึ่งเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ตนเองถูกซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่ทหารระหว่างถูกควบคุมตัวในปี 2551

นายอิสมาแอ เต๊ะ ซึ่งได้มาร่วมงานในวันนี้ เปิดเผยแก่เบนาร์นิวส์ว่า ในฐานะเหยื่อและภาคประชาชนที่ทำงานเพื่อต่อต้านการซ้อมทรมาน อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐเปิดโอกาสให้ประชาชน ได้นำเสนอข้อมูลเรื่องการซ้อมทรมาน เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง

“จากข้อมูลที่รู้การซ้อมทรมานยังมีเกิดขึ้น ไม่ใช่จะยุติ อย่างน้อยๆ รัฐต้องรับฟังความจริงมีอยู่ในพื้นที่ การซ้อมทรมานเนี่ย เพราะรัฐใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ ก็อาจเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน เมื่อชาวบ้านถูกควบคุมตัว แต่ชาวบ้านไม่กล้าจะพูด แม้แต่คนทำงานอย่างผมก็ถูกฟ้อง” นายอิสมาแอกล่าว

ภาคประชาสังคมได้เรียกร้องให้ประเทศไทยออกกฎหมาย เพื่อป้องกันการกระทำเหล่านี้ โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งกระทรวงยุติธรรม ได้ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย โดยจะกำหนดโทษสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเกี่ยวข้องกับการบังคับคนให้สูญหายและซ้อมทรมาน เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และในปี 2559 ครม. ได้ผ่านความเห็นชอบให้ออกกฎหมายดังกล่าว แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่ถูกบังคับใช้ ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องจากภาคประชาชนถึงความล่าช้า

นางนงภรณ์ รุ่งเพ็ชรวงศ์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยแก่เบนาร์นิวส์ว่า กฎหมายดังกล่าวมิได้ถูกชะลอ หรือหยุดการพิจารณา เพียงแต่ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

“ตอนนี้ กฎหมายอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวบรวมเสร็จก็เข้าเว็บไซต์ให้ประชาชนทั้งหมดแสดงความคิดเห็น ก็ส่งเข้า ครม. ในเดือนเมษายน แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า กฎหมายตัวเต็มจะเสร็จเมื่อไหร่ ระหว่างรอกฎหมายท่านนายกฯ ก็ให้ตั้งคณะกรรมการ เพื่อจัดการเรื่องการทรมานและอุ้มหาย ขณะที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ ก็เร่งทำกฎหมายกันไป” นางนงภรณ์กล่าว

จากการรวบรวมของ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่า นับตั้งแต่ปี 2538 ในประเทศไทยมีนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนถูกฆาตกรรม หรือทำให้สูญหายมาแล้วอย่างน้อย 36 ราย

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ