ตำรวจแถลงจับยาบ้า 10 ล้านเม็ด และยาไอซ์ร่วม 400 กก.

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
2018.05.11
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
180511-TH-drugs-800.jpg พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ตรวจสอบยาบ้าและยาไอซ์ที่ยึดเป็นของกลาง ในการแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 11 พฤษภาคม 2561
ภาพโดย Police Thailand News

ในวันศุกร์นี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด 6 คน พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 10 ล้านเม็ด และยาไอซ์น้ำหนัก 398 กิโลกรัม ที่จับได้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยระบุว่า ปัจจุบัน เครือข่ายยาเสพติดมักใช้จังหวัดภาคกลางเป็นที่พักยา ก่อนส่งต่อสู่ภาคใต้ และประเทศเพื่อนบ้าน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เปิดเผยในการแถลงข่าวที่จัดขึ้น ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า เครือข่ายยาเสพติดที่จับได้ คือ กลุ่มจอมทอง โดยการจับกุมครั้งนี้ เป็นผลงานของตำรวจสืบสวนนครบาล และสืบสวนกองบังคับการ ตำรวจนครบาล 8 ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในย่านอินทามระ และยังยึดรถกระบะได้ 4 คัน พร้อมปืน 2 กระบอก

“การจับกุมครั้งนี้เป็นการจับกุมครั้งใหญ่ ใหญ่มาก... การจับกุม 6 ผู้ต้องหา แม้ว่าจะเป็นเพียงคนขนลำเลียงยา แต่เจ้าหน้าที่มีข้อมูลของคนสั่งการทั้งหมดแล้ว พบว่าเป็นคนไทย รายละเอียดอื่นๆ ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้” พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว

“พื้นที่ภาคกลาง ลพบุรี อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี โดยเฉพาะอยุธยาเป็นพื้นที่พักยา เรามีมาตรการป้องกัน ปราบปราม คือตั้งด่าน พวกนี้ เขาใช้เวลาเราเลิกด่าน แต่เรามีการสืบสวนเชิงลึกอยู่แล้ว” พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวเพิ่มเติม

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ทำหน้าที่ลำเลียง ได้รับค่าจ้าง 60,000-300,000 บาท ใช้รถยนต์จำนวน 4 คัน ขนส่งยาเสพติดทั้งหมด ขับจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนเลี้ยวเข้าสู่ซอยอินทามระ 36 และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมไว้ได้พร้อมของกลาง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, ครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) กล่าวว่า สำหรับของกลางที่สามารถยึดได้นั้น จะได้ทำการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ทราบแหล่งผลิต และขยายผลจับกุมต่อไปในอนาคต

“หลังจากนี้ ส่งของไปที่กองพิสูจน์หลักฐาน จะมีการชั่งน้ำหนัก แล้วก็ดูว่ามีตัวเมทแอมเฟตามีนเท่าไหร่ แล้วก็จะรายงานไปยังพนักงานสอบสวน ตอนนี้ เบื้องต้นพบว่าเป็นยาบ้า แต่การจะบอกว่า เปอร์เซ็นต์มากแค่ไหน ต้องใช้เครื่องตรวจวิเคราะห์ และเก็บข้อมูล เพื่อดูว่าส่วนผสมแตกต่างกัน ก็จะรู้ที่มาของแต่ละที่” พล.ต.ต.ธวัชชัยกล่าว

สำหรับ สถิติการจับกุมในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมาเทียบกับปัจจุบัน พบว่ามีการจับกุมสูงขึ้นเป็น 1,019 คดี สามารถยึดยาเสพติดประเภทไอซ์ 1,019 กิโลกรัม เฮโรอีน 415 กิโลกรัม และกัญชาแห้ง 6,217 กิโลกรัม ส่วนยาบ้าจับกุมได้ประมาณ 16 ล้านเม็ด ทั้งนี้ จากข้อมูลสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบัน พบมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งคนไทยพื้นที่ราบและกลุ่มชาวเขา ใช้เส้นทางลักลอบลำเลียงยาเสพติด ผ่านภาคกลางลงภาคใต้ลักลอบนำออกนอกประเทศเพื่อนบ้านเพื่อส่งขายไปยังประเทศที่สาม

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผย สถิติการจับกุมยาเสพติด ในปีงบประมาณ 2559 สามารถจับกุมได้ 456 คดี ยึดทรัพย์ได้  346.67 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2560 จับกุมได้ 453 คดี ยึดทรัพย์ได้ 345.65 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2561 (1 ต.ค. 60–12 มี.ค. 61) จับกุมได้ 900 คดี ยึดทรัพย์สินได้ 39.50 ล้านบาท ไม่นับรวมมูลค่ายาเสพติดของกลางที่ บช.ปส. ยึดได้ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.60–12 มี.ค.61 อีก 3,270,298,900 ล้านบาท

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง