Follow us

ตำรวจจับยาไอซ์ 508 ก.ก. ล็อตใหญ่สุดในรอบปี มูลค่า 1 หมื่นล้านบาทในตลาดต่างประเทศ

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2017-10-17
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. แสดงยาเสพติดที่ยึดจากพ่อค้ายา เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2560 - ภาพจากแฟ้มข่าว
เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. แสดงยาเสพติดที่ยึดจากพ่อค้ายา เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2560 - ภาพจากแฟ้มข่าว
เบนาร์นิวส์

ในวันอังคาร (17 ตุลาคม 2560) นี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานแถลงข่าวการจับกุมขบวนการขนส่งยาเสพติดใน จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยของกลางเป็นยาไอซ์ ล็อตใหญ่ที่สุดของปี มีน้ำหนักรวม 508 กิโลกรัม มีราคาประเมินมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ในตลาดต่างประเทศ

“เป็นปีแห่งการกวาดล้างยาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติ เราพยายามป้องกันเต็มที่อยู่แล้ว แต่ผมเชื่อว่ากำลังผลิต กำลังสั่งยังมีอยู่ ประเทศเพื่อนบ้านก็ยังผลิตอยู่ ซึ่งก็ทำให้เราทำการบ้านต่อไปว่าจะทำยังไงกับสิ่งเหล่านี้ กับยาเสพติดที่จะผ่านมายังประเทศเรา แล้วไปประเทศที่สาม ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ของภูธรภาค 3 เยอะสุดในรอบปี” พล.ต.จักรทิพย์กล่าว

“ของกลางจำนวนดังกล่าว ถ้าคิดเป็นเงินไทยเป็นเงินประมาณพันกว่าล้าน แต่ถ้าออกไปต่างประเทศ คิดเป็นเงินหมื่นกว่าล้าน…”

การจับกุมยาไอซ์ครั้งนี้ สืบเนื่องจากในช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา ได้ทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัดยาเสพติด และพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า แสดงท่าทีพิรุธไม่ยอมเข้าจุดตรวจ และกลับรถเพื่อทำการหลบหนีก่อนถึงจุดสกัด เจ้าหน้าที่พยายามติดตามแต่ด้วยความมืด รถยนต์คันดังกล่าว สามารถหลบหนีไปได้

แต่ในช่วงเที่ยงวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากประชาชนว่า พบรถยนต์ที่มีลักษณะเดียวกันกับที่ได้แจ้งข้อมูลไว้ ถูกจอดทิ้งที่ข้างวัดหนองเซียงโข่ ต.กุดจอก อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา จึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุม ทำให้สามารถยึดยาเสพติด ประเภทไอซ์ รูปแบบแท่งขนาด 1 กิโลกรัม 508 แท่ง บรรจุอยู่ในกระสอบถุงปุ๋ย 11 กระสอบ และได้ควบคุมตัวนายทินกร ค่อมสิงห์ อายุ 30 ปี ชาวนครพนม ซึ่งหลบอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับรถได้ ต่อมานายทินกรสารภาพว่า รับจ้างขนยาไอซ์ครั้งนี้ด้วยค่าจ้างพร้อมค่าน้ำมันเป็นเงิน 2.2 แสนบาท โดยผู้ว่าจ้างให้นำไปส่งในภาคกลาง แต่ยังไม่ทราบที่หมายที่ชัดเจน

ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากข้อมูลทำให้เชื่อว่ากลุ่มผู้ผลิตยาเสพติดยังเป็นกลุ่มเดิมคือ กลุ่มว้า แต่ได้ย้ายเส้นทางขนส่งจากภาคเหนือสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากช่วงที่ผ่าน เจ้าหน้าที่ได้ทำการสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงในภาคเหนืออย่างหนัก

“ตำรวจปิดกั้นเขตแนวแดนประเทศเพื่อนบ้านเพื่อไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาทางภาคเหนือ แทนที่จะเข้ามาภาคเหนือ ก็เลยเข้ามาทางอีกฝั่งหนึ่งคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านเข้ามาภาคกลางไปต่างประเทศ ไปมาเลเซีย ออเสเตรเลีย หรือไต้หวันเป็นหลัก จุดที่ทำเป็นภาคเหนือเป็นหลัก กลุ่มผู้ผลิตยังเป็นกลุ่มเดิมคือ กลุ่มของว้าเหนือ ว้าใต้” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าว

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เปิดเผยสถิติการจับกุมคดียาเสพติดตั้งแต่ ตุลาคม 2559 - กันยายน 2560 ว่า สามารถจับยาบ้าได้ 100,200,829 เม็ด ยาไอซ์ 4,342 ก.ก. รวมทรัพย์สินที่ยึดได้ประมาณ 7.6 พันล้านบาท

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ