Follow us

ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องกกต. ปมสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2019-04-24
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งในเขตพญาไท กรุงเทพ แสดงหนังสือข้อห้ามในการเลือกตั้ง ให้สื่อมวลชนดู วันที่ 24 มีนาคม 2562
เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งในเขตพญาไท กรุงเทพ แสดงหนังสือข้อห้ามในการเลือกตั้ง ให้สื่อมวลชนดู วันที่ 24 มีนาคม 2562
ภิมุข รักขนาม/เบนาร์นิวส์

ในวันพุธนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติไม่รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้วินิจฉัยสูตรการคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ โดยชี้ศาลชี้ว่า กกต. ยังไม่ได้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในการคำนวณจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถร้องขอคำวินิจฉัยได้โดยตรงตามมาตรา 210 ของรัฐธรรมนูญ

โดยเมื่อต้นเดือนเมษายนนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด กรณีสูตรการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ตามมาตรา 91 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญ ประกอบมาตรา 128 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่อาจทำให้พรรคการเมืองบางพรรคที่มีจำนวน ส.ส.ที่จะพึงมีได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน ได้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ทำได้หรือไม่ และชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

ในวันนี้ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารมติที่ประชุมไม่รับคำร้องดังกล่าว ระบุว่า กกต. ไม่สามารถใช้สิทธิ์ยื่นเรื่องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ และการดำเนินการคำนวณหาจำนวน สส. แบบบัญชีรายชื่อเป็นหน้าที่ของ กกต.

“ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (7 ต่อ 2) ว่า กรณีดังกล่าวเป็นหน้าที่และอำนาจของผู้ร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 128 ซึ่งต้องกระทำหลังจาก การประกาศผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตแล้ว และข้อเท็จจริงตามคำร้องยังไม่ปรากฏว่า ผู้ร้องได้ใช้หน้าที่และอำนาจตามหน้าที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติ กรณีนี้ จึงยังไม่ถือว่ามีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของผู้ร้องเกิดขึ้นแล้ว คำร้องนี้จึงไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 44 ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณาได้” เอกสารมติที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญระบุ

นายฐิติพล ภักดีวานิช คณบดี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ว่า การที่ กกต. ใช้สูตรคำนวณ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อให้พรรคเล็กสามารถมี ส.ส. ได้ จะเป็นประโยชน์ต่อพรรคพลังประชารัฐที่พยายามจะตั้งรัฐบาล

“ผมว่าการตีกลับมา ไม่น่าจะเปลี่ยนจุดยืนของ กกต. ในการที่จะให้คะแนนแก่พรรคเล็ก วิธีคิดของ กกต. เป็นสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐ และรัฐบาลต้องการ แต่เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เป็นการอ้างหลักโดยไม่ได้ยึดหลักการที่แท้จริงของประชาธิปไตย พรรคที่ควรจะได้ ที่นั่ง ส.ส. ต้องตามที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ คือ ประมาณ 7.1 หมื่นเสียง” นายฐิติพลกล่าว

“ที่ผ่านมา มีการแสดงให้เห็นการเอื้อพรรคพลังประชารัฐมากกว่า เพราะมันมีความเป็นไปได้สูงว่า พรรคเล็กจะไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ จัดตั้งรัฐบาล และพลเอกประยุทธ์ จะเป็นนายกฯ ต่อไป” นายฐิติพลกล่าวเพิ่มเติม

กกต. ยกเลิกการเลือกตั้งที่เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่

ในวันเดียวกัน ที่ประชุม กกต. มีมติให้ยกเลิกการเลือกตั้งที่เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ และให้มีการเลือกตั้งใหม่พร้อมสั่งระงับสิทธิ์รับสมัครรับเลือกตั้งของนายสุรพล เกียรติไชยากร ว่าที่ ส.ส.เขต 8 พรรคเพื่อไทย ไว้เป็นการชั่วคราว เป็นระยะเวลาหนึ่งปี หลังพบว่านายสุรพล มีพฤติการณ์เข้าข่ายผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73(2) ว่าให้เสนอ ให้สัญญาว่าจะให้เงิน หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม แก่ชุมชน เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง

สำหรับผลการเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 24 มี.ค. เขต 8 เชียงใหม่ นายสุรพล ชนะเลือกตั้งด้วยคะแนน 52,165 คะแนน  ตามมาด้วยนายนเรศ ธำรงค์ทิพยกุล พรรคพลังประชารัฐ ได้ 39,221 คะแนน น.ส.ศรีนวล บุญลือ พรรคอนาคตใหม่ ได้ 29,556 คะแนน น.ส.วรณัน อ้นท้วม พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 2,508 คะแนน

ทั้งนี้ การเลือกตั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้น ตามกฎหมายยังคงใช้ผู้สมัครชุดเดิม แต่นายสุรพล จะไม่สามารถลงแข่งขันได้ และจำนวนคะแนนของนายสุรพล จะไม่ถูกนำมาคำนวณเพื่อจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อให้กับพรรคเพื่อไทย

ด้านนายสุรพล เกียรติไชยากร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายหลัง กกต. มีมติแจกใบส้มว่า ก่อนหน้านี้ มีกลุ่มคนขอให้ตรวจสอบตนกรณีการทอดผ้าป่าในพื้นที่ที่อาจเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องและได้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดต่อ กกต.แล้ว

“คาดไม่ถึงที่ กกต. จะมีมติเช่นนี้ ทั้งที่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้ว และแปลกใจที่ กกต. ตั้งเป้าพิจารณาข้อร้องเรียนเฉพาะพรรคการเมืองบางพรรค แต่เมื่อ กกต. มีมติออกมาแบบนี้ก็ต้องยอมรับกับกติกา” นายสุรพล ระบุ

นอกจากนี้ เมื่อวานนี้ กกต. ยังได้ชี้มูลว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือครองหุ้นสื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย ซึ่งพบการโอนย้ายใกล้ช่วงก่อนเลือกตั้งนั้น และอาจจะเป็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอีกด้วย ซึ่ง กกต. ให้นายธนาธร ชี้แจงภายใน 7 วัน ในขณะที่นายธนาธรกล่าวว่า เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ