Follow us

ประยุทธ์: ไม่ยืนยันว่าจะได้เป็นนายกฯ อีกสมัย

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2019-05-17
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดคุยกับนักข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 17 พฤษภาคม 2562
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดคุยกับนักข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 17 พฤษภาคม 2562
วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช/เบนาร์นิวส์

ในวันศุกร์นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวกับสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ไม่รู้ว่าตนเองจะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการโหวตของรัฐสภา พร้อมทั้งระบุว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการฟอร์มรัฐบาล เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ

พล.อ.ประยุทธ์ ได้เลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล โดยได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวในเรื่องต่างๆ รวมทั้ง การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และเรื่องรัฐบาลใหม่

“รัฐบาลหน้า คนตัดสินใจคือนายกฯ คนใหม่ จะเป็นใครยังไม่รู้เลย ผมจะได้เป็นไหมก็ไม่รู้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวแก่สื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่นายกฯ บอกว่ายังไม่รู้เลยจะได้ใครเป็นนายกฯ หมายถึงนายกฯ ไม่มั่นใจว่าจะได้กลับมาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “อยู่กับการโหวตเลือกในสภา”

ในขณะนี้ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเสนอชื่อพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีที่นั่ง ส.ส. 115 ที่นั่ง และได้รับการสนับสนุนจากพรรคเล็กๆ อย่างน้อยอีก 11 เสียง รวมเป็น 126 เสียง และเมื่อรวมกับวุฒิสมาชิกอีก 250 เสียง เกินกึ่งหนึ่งของเสียงสองสภาที่มีเสียงรวม 750 เสียง เพียงพอที่จะให้พลเอกประยุทธ์ นั่งเก้าอี้นายกฯ อีกสมัยหนึ่งได้

ในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีปฏิเสธว่ามี ส.ว. เป็นทุนในการสนับสนุนตนเอง โดยระบุว่า ส.ว. เองมีสมองและได้รับการคัดสรรเข้ามา ตนเองไม่ได้เป็นคนเลือก และกล่าวว่า อย่าได้กังวล เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน อยากให้สมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ได้ทำงานไปก่อน เมื่อถึงเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง และวันนี้ ประเทศเดินหน้าไปได้มากแล้ว

ในเรื่องกระแสการจัดตั้งรัฐบาลผสมหลายพรรค ที่อาจทำให้เกิดกระแสไม่พอใจในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี นายกฯ กล่าวว่า อย่าใช้คำว่าต่อรองตำแหน่ง เพราะเป็นการหารือถึงความเหมาะสม ทั้งนี้ ตนไม่ได้เป็นคนไปพูดคุยกับพรรคอื่นๆ เพราะเป็นหน้าที่ของพรรคพลังประชารัฐ และที่ผ่านมาพรรคฯ ก็ไม่ได้เข้ามาปรึกษาตนแต่อย่างใด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อด้วยว่า ที่ผ่านมาครอบครัวมีความเป็นห่วง และกำลังใจจากครอบครัวเป็นสิ่งที่ทำให้ตนอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ หากถามว่าครอบครัวอยากให้ตนอยู่ในการเมืองหรือไม่ ก็คงไม่อยาก

เพื่อไทยประกาศสนับสนุน “ธนาธร” เป็นนายกรัฐมนตรี

ในวันเดียวกันนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประกาศตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมสนับสนุนนายธนาธร ในการสกัดกั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ฝ่ายที่เรียกตนเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย 7 พรรค นำโดยพรรคเพื่อไทย มีเสียง ส.ส. 245 เสียง

“นายธนาธรถือเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความสามารถและไม่มีอะไรที่เสียหาย จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่นายธนาธรจะประกาศเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี และการประกาศตัวของนายธนาธร จะไม่เกิดความสับสนในการทำงานร่วมกันของ 7 พรรคการเมืองในขั้วเพื่อไทย เพราะพรรคฯ ย้ำมาตลอดว่าไม่ยึดติด โดยไม่นำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและประธานสภาผู้แทนราษฎร มาเป็นเงื่อนไขในการพูดคุย และจับมือทำงานร่วมกัน” นายภูมิธรรม กล่าว

“ซึ่งพรรคเพื่อไทย พร้อมทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมือง หากมีจุดยืนเดียวกันคือการสกัดกั้นการสืบทอดอำนาจและและการแก้ไขรัฐธรรมนูญสิ่งสำคัญ คือจะต้องไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี” นายภูมิธรรม กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยได้กล่าวกับที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า ตนเองพร้อมจะเสียสละไม่รับตำแหน่งนายกฯ เนื่องจากสถานการณ์การเมืองขณะนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่พรรคการเมืองต้องรวมเสียงข้างมากไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อหยุดไม่ให้พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี

โดยเมื่อช่วงเช้าวานนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้แถลงจุดยืนทางการเมืองย้ำเจตนารมณ์ของพรรคในการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. ว่าจะขอเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยในก่อนหน้านั้น นายธนาธรได้พูดในทำนองเปิดกว้างที่จะร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยที่มีเสียงรวม 103 เสียง

“เชื่อว่ามีแต่พรรคอนาคตใหม่เท่านั้น ที่จะดึงความสามัคคีของทุกพรรคการเมืองกลับเข้ามาร่วมกันได้ มีแต่พรรคอนาคตใหม่เท่านั้น ที่จะเยียวยาบาดแผลของความขัดแย้งของพรรคการเมืองและนักการเมืองค่ายต่างๆ ให้กลับมาทำงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายอุดมการณ์เดียวกัน นั่นคือส่งทหารกลับกรมกอง แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดให้มีการเลือกตั้งใหม่ การเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตย เพื่อขจัดความคลุมเครือ และขจัดความสิ้นหวังออกไป เราจะจัดตั้งรัฐบาลเอง และถ้าหากพรรคอนาคตใหม่สามารถรวบรวมเสียง จนจัดตั้งรัฐบาลได้ ผมธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมเป็นนายกฯ ผมขอประกาศตัวเป็นนายกฯ เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.” นายธนาธร ระบุ

ในช่วงบ่ายภายหลังการแถลงจุดยืนของนายธนาธร มติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยการถือครองหุ้นสื่อของนายธนาธร อันจะเป็นเหตุให้ธนาธร ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแบบบัญชีรายชื่อต่อไปได้

ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีนายธนาธร ประกาศตัวเป็นนายกรัฐมนตรี วันนี้ว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย นายธนาธรจะต้องไปสู้กับกฎหมาย ไม่ใช่สู้กับตน พร้อมระบุว่าตนไม่ได้รังเกียจนายธนาธร

“เขาอยู่ฝ่ายไหน อยู่ฝ่ายค้านก็อยู่ฝ่ายค้าน ก็จบไป เขาคงไม่อยู่ฝ่ายทางนี้มั้ง เพราะเขาแสดงท่าทีชัดเจนแล้ว ผมไม่ได้ไปรังเกียจอะไรเขาหรอก แล้วแต่เขา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ