Follow us

อนาคตใหม่โต้ ผบ.ทบ. หลังระบุพรรคการเมืองใหม่ใช้ข่าวปลอมหลอกวัยรุ่น

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2019-08-12
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ขณะให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ ในกรุงเทพฯ วันที่ 9 สิงหาคม 2562
พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ขณะให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ ในกรุงเทพฯ วันที่ 9 สิงหาคม 2562
รอยเตอร์

พรรคอนาคตใหม่ ระบุ พรรคไม่เคยใช้ข่าวปลอมชักจูงประชาชน หลังจากที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวแก่สำนักข่าวต่างประเทศว่า พรรคการเมืองหน้าใหม่ที่พยายามโฆษณาชวนเชื่อคนรุ่นใหม่ ด้วยการใช้ข่าวปลอมชี้นำให้ต่อต้านกองทัพและสถาบันพระมหากษัตริย์

หลังจาก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์แก่สื่อต่างประเทศ ระบุว่า พรรคการเมืองที่เกิดใหม่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มักใช้ข่าวปลอมชักจูงให้วัยรุ่นต่อต้านกองทัพ และสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวแก่สื่อมวลชนว่า พรรคไม่เคยใช้ข่าวปลอมชักจูงวัยรุ่น และไม่เคยมองว่ากองทัพเป็นศัตรูกับพรรคของตนเอง

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ กล่าวแก่สื่อมวลชนในวันนี้ว่า พรรคไม่เคยใช้ข่าวปลอมในการรณรงค์ และไม่คิดว่ากองทัพเป็นศัตรู

“ผมยืนยันว่า เรารณรงค์กันมาไม่ได้มีเรื่อง เฟคนิวส์ (Fake News - ข่าวปลอม) ตรงกันข้าม พรรคเราต่างหากที่ถูกเฟคนิวส์ จำนวนมากโจมตี แล้วเราก็อดทนอดกลั้น พยายามไม่ดำเนินคดีอะไรทั้งสิ้น... สุดท้ายประชาชนคนไทยมีวิจารณญาณจะตัดสินได้ว่า ข่าวไหนเป็นข่าวจริง ข่าวเท็จ ข่าวปลอมขึ้นมา” นายปิยบุตร กล่าว

“อย่ากังวลใจไปกับความคิดของคนรุ่นใหม่ ผมคิดว่า ความคิดของคนมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ความคิดเขาเปลี่ยนไปแล้ว อย่ากีดกัน ผลักไสเขาออกไป ด้วยความคิดที่ว่าเขามาสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่” นายปิยบุตร กล่าวเพิ่มเติม

นายปิยบุตร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผมยืนยันว่า พรรคอนาคตใหม่ ไม่เคยมีความคิดที่เป็นศัตรูกับกองทัพ ไม่เคยมองกองทัพเป็นศัตรู เพียงแต่ต้องการให้กองทัพถูกปฏิรูป ให้กองทัพไปอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้ง ให้กองทัพเป็นกองทัพอาชีพ เป็นกองทัพที่ทันสมัย เป็นกองทัพที่จิ๋วแต่แจ๋ว ปฏิบัติภารกิจแบบนายทหารมืออาชีพ ไม่ข้องเกี่ยวกับการเมือง”

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์แก่สำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ปัจจุบันกองทัพต้องต่อสู้ในสงครามยุคใหม่ ที่ใช้อาวุธเป็นข่าวปลอมบนโลกอินเทอร์เน็ต ปัจจุบัน การสงครามเป็นสงครามลูกผสม ที่มีทั้งการใช้อินเทอร์เน็ต ร่วมกับการใช้ระเบิดโจมตีในที่สาธารณะ เช่นเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

“พรรคการเมืองบางพรรค ที่เพิ่งเกิดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว สร้างรูปแบบของการประชาสัมพันธ์ที่มุ่งโฆษณาชวนเชื่อประชาชน ตั้งแต่คนที่อายุ 16-17 ปี พวกเขาพยายามที่จะให้ข้อมูลต่างๆ ผ่านข่าวปลอม ยุทธการใหม่คือ ข่าวปลอม… มันเป็นสงครามไซเบอร์ และเมื่อมันรวมกับสถานการณ์ระเบิดเมื่อสัปดาห์ก่อน มันก็เหมือนกับ สงครามลูกผสม… มันไม่เหมือนกับศัตรูในสมัยก่อน เราจึงต้องจัดรูปแบบองค์กรใหม่ และพัฒนาความรู้ เพื่อรักษาความสงบและความมั่นคงของชาติ” พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว

พล.อ.อภิรัชต์ ระบุว่า ขณะนี้ กองทัพกำลังดำเนินการเพื่อตรวจจับการโฆษณาชวนเชื่อที่พยายามโจมตีประเทศไทย และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 10 อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า กองทัพจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

“ตราบใดที่ผมยังอยู่ในตำแหน่ง ผมจะไม่ยอมให้ทหารล้ำเส้น หลังการเลือกตั้งทหารได้ถอยออกมาแล้ว ปัจจุบัน กองทัพ และรัฐบาลทำงานแยกขาดจากกัน” พล.อ.อภิรัชต์ ยืนยัน

ด้าน ดร.ฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แสดงความคิดเห็นแก่เบนาร์นิวส์ว่า การให้สัมภาษณ์ในลักษณะดังกล่าวของผู้นำกองทัพ แสดงให้เห็นว่าทหาร รวมถึงรัฐบาล ยังมองประชาชนในฐานะผู้ใต้ปกครอง ซึ่งจำเป็นต้องเชื่อฟังสิ่งที่รัฐบาลสั่งสอน ไม่สามารถมีความคิดเป็นของตัวเองได้

“มันสะท้อนให้เห็นว่า ทั้งกองทัพและรัฐบาล ยังอยากจะเป็นผู้ควบคุมมากกว่า ผู้ที่ทำงานเพื่อประชาชน เห็นว่าการที่ประชาชนคิดต่างจากรัฐบาล เป็นการถูกชี้นำ ทั้งที่ความเป็นจริง ปัจจุบัน มีแหล่งข้อมูลมากมายที่ประชาชนจะนำมาคิดวิเคราะห์เองได้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลและทหารยังไม่พร้อมกับการถูกตั้งคำถามถึงบทบาทของตัวเอง จึงสร้างวาทกรรมว่า เด็กคิดไม่ได้ เด็กถูกชี้นำ สะท้อนว่าเขายังคิดว่า ผู้ใหญ่มักคิดได้ดีกว่าเด็ก และเด็กต้องเชื่อฟัง” ดร.ฐิติพล กล่าว

“มันแสดงให้เห็นว่า ทหารไม่ต้องการให้คนคิดต่างเห็นต่าง ซึ่งวิธีคิดแบบนี้เป็นปัญหากับการพัฒนาประชาธิปไตย ที่ผ่านมา ผบ.ทบ. พยายามพูดกับฝ่ายค้านว่า ให้ต่อสู้อยู่ในกติกา แต่รัฐบาลเองก็ปฏิเสธที่จะทำตามกติกา หรือหลักสิทธิมนุษยชนสากล พวกเขามีวิธีคิดไม่ส่งเสริมประชาธิปไตย และพยายามจะสร้างอำนาจให้รัฐควบคุมความคิดของทุกคน” ดร.ฐิติพล กล่าวเพิ่มเติม

ในการต่อสู้กับข่าวปลอมของรัฐบาลนั้น นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เปิดเผยแก่สื่อมวลชนในวันจันทร์นี้ว่า ปัจจุบัน กระทรวงดีอี กำลังรวบรวมและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ทำหน้าที่บริหารจัดการกับข่าวปลอม และรับมือกับข่าวปลอมบนอินเทอร์เน็ต โดยคาดหมายว่า ตั้งศูนย์ฯ ดังกล่าว ให้สำเร็จได้ภายในระยะเวลา 3 เดือน

ล่าสุด นายพุทธิพงษ์ ได้สั่งการให้ น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี ตรวจสอบเว็บไซต์ข่าวเท็จเรื่องที่พาดพิง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีในประเด็น “ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รักษางานประจำให้ดี” โดยกระทรวงดีอีได้รับการประสานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบข่าวดังกล่าว เนื่องจากพบว่า เป็นการแอบอ้างคำพูดของนายสมคิด ที่มีเนื้อหาเป็นการกล่าวเลื่อนลอย ไม่ระบุที่มาของข้อมูล โดยชี้แจงว่า ข่าวนี้มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนก เกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจเชิงลบของประเทศไทย เมื่อตรวจสอบพบว่า มีการเผยแพร่ข่าวนี้ในทำนองเดียวกันรวม 97 ลิงค์ เป็น 22 เว็บไซต์ และ 75 โพสต์

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ