ผู้บัญชาการทหารบกคาดว่า จะสามารถเปิดการเจรจา กับฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบรอบใหม่ได้ในเดือนพฤษภาคม

โดย ทีมข่าวเบนาร์นิวส์

2015-04-22
Share
TH-insurgency-620 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอกอุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ร่วมแถลงผลงานรัฐบาลครบรอบหกเดือน ในส่วนงานความมั่นคง 22 เมษายน 2558
เบนาร์นิวส์

ผู้บัญชาการทหารบก พลเอกอุดมเดช สีตบุตร กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวในวันพุธ (22 เม.ย. 2558) ว่า การเจรจากับฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐครั้งใหม่ อาจจะเริ่มได้ในเดือนพฤษภาคม หลังจากการเจรจาสองครั้งก่อนยุติลง โดยจะมีมาเลเซีย เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดการเจรจา

“การเจรจาครั้งต่อไป น่าจะเกิดขึ้นได้เร็วๆนี้ ขณะนี้ได้มีการติดต่อกันของเจ้าหน้าที่กับฝ่ายผู้ก่อการณ์อยู่” พลเอกอุดมเดช กล่าวแก่ผู้สื่อข่าว ในงานแถลงผลงานรัฐบาลครบหกเดือน ในส่วนของกระทรวงกลาโหม

ในเรื่องนี้ พลตรีนักรบ บุญบัวทอง รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ต่อเบนาร์นิวส์เพิ่มเติมว่า “การพูดคุยกับผู้เห็นต่างจากรัฐบาล จะสามารถเกิดขึ้นได้ในเดือนพฤษภาคม ในประเทศมาเลเซียที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก เราเตรียมการกันมาตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่การพูดคุยยังถือเป็นความลับ ขณะนี้ยังติดขั้นตอนของเรื่องธุรการอยู่”

อย่างไรก็ตาม พลตรีนักรบ ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อของผู้แทนฝ่ายที่เห็นต่างจากรัฐเป็นรายบุคคล

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงระลอกใหม่ ในสามจังหวัดชายแดนใต้ ที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ได้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าหกพันคน

ในการเจรจาครั้งแรก ในเดือนมิถุนายน ปี 2556 มีแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น คือ นายฮัซซัน บิน ตอยิบ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาของฝ่ายกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ที่มีพูโลและบีไอพีพี ร่วมด้วย ส่วนการเจรจาครั้งล่าสุดในปี 2557 ได้ยุติลงเนื่องจากทางฝ่ายกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ได้ยื่นข้อเสนอที่รัฐปฏิบัติได้ยากบางประการ

ในระหว่างการแถลงข่าว พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงเหตุการณ์ตรวจค้นบ้านโต๊ะชูด ในอำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ในวันที่ 25 มีนาคม ที่มีผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ถูกยิงเสียชีวิตสี่ราย ว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีเจตนาต่อชีวิตของผู้ต้องสงสัย และทางการจะพยายามระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก

“ในเรื่องที่ทุ่งยางแดงนะครับ เราไม่มีเจตนาที่จะทำอะไรที่จะให้เกิดความผิดพลาด และเราก็ตั้งคณะกรรมการสามฝ่ายร่วม มีอิหม่าม ไทยมุสลิม ไทยพุทธ แล้วก็มีข้าราชการต่างๆ เข้าไปร่วมพิจารณาว่าเหตุการณ์ตรงนี้ ที่เราทำมันสมควรหรือไม่ ว่ากำลังทหารจะต้องเข้าไปไหม กำลังเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปไหม ทุกฝ่ายก็ลงความเห็นว่าจะต้องเข้าไป” พลเอกประวิตรกล่าว

“แต่ในการเข้าไปเนื่องจากมันเป็นเวลากลางคืน ก็ต้องยอมรับ เราไม่ได้ว่าเราทำถูกนะครับ แต่เมื่อเราเข้าไปแล้ว มีความผิดพลาด ความเข้าใจผิด ทางด้านฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่ต่างๆ เขาก็ได้ออกมารับผิดชอบว่า ได้มีความผิดพลาดของเรื่องทางยุทธวิธี ท่านนายกเองท่านก็สั่งการให้มีความระมัดระวัง ในการปฏิบัติให้มากยิ่งขึ้น อย่าให้เกิดอย่างนี้อีก” พลเอกประวิตร กล่าวชี้แจงเพิ่มเติม

ในวันจันทร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บ้านโต๊ะชูด จำนวนหกนาย ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิตจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ทุ่งยางแดง

พลเอกอุดมเดช กล่าวว่า ขั้นตอนในการปฏิบัติการตามปกติได้ถูกละเลยไปด้วยสาเหตุที่มีเสียงปืนดังขึ้น จึงเกิดความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่จะต้องปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดลงไปตามเหตุการณ์

“ปกติมันมีขั้นตอนอยู่ แต่ว่าด้วยความจำเป็น มีการใช้อาวุธอะไรกันบ้าง มีเสียงปืนอะไรออกมา ก็ทำให้ขั้นตอนบางขั้นตอนถูกข้ามไป ปกติจะต้องควบคุมพื้นที่ไว้ แล้วให้ทางพื้นที่ ทางผู้นำศาสนา เข้ามาช่วยกันดูแลเหตุการณ์ตรงนั้นด้วย แต่ว่าบางทีความจำเป็นบางอย่าง มันทำให้เกิดการข้ามขั้นตอนนี้ไป มันก็อาจจะมีความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นบ้างอย่างที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ ผู้นำศาสนาเข้าใจดีแล้วครับ” พลเอกอุดมเดช กล่าว

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ