แม่ทัพภาคสี่นั่งเฮลิคอปเตอร์รับสมาชิกขบวนการฯ ที่ขอมอบตัว

ทีมข่าวเบนาร์นิวส์
2017.02.24
ปัตตานี
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
TH-insurgent-620 พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 รับตัวนายอาหะมะ ดือเระ สมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดน มอบตัว เข้าสู่โครงการพาคนกลับบ้าน ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560
ภาพโดย กอ.รมน. ภาค 4

ในวันศุกร์ (24 กุมภาพันธ์ 2560) นี้ นายอาหะมะ ดือเระ สมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดน ได้โทรศัพท์ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ 0925324989 เป็นที่พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กำหนดไว้เป็นศูนย์กลางการติดต่อสำหรับผู้ที่เห็นต่างที่ต้องการให้ไปรับตัว เพื่อเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน ซึ่งต่อมา พลโทปิยวัฒน์ ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จากค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปยังบ้านกูแบปูรง ม.1 ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อรับตัวนายอาหะมะ ดือเระ ด้วยตนเอง

พลโทปิยวัฒน์ กล่าวว่า นายอาหะมะ ดือเระ มีอายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/2 ม. 5 ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา เป็นผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 4 หมาย และเคลื่อนไหวก่อเหตุในเขตพื้นที่ อ.เมือง อ.กรงปินัง จ.ยะลา และ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยใช้พื้นที่ อ.รามัน เป็นพื้นที่หลบซ่อนตัว และได้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง

นายอาหะมะ ดือเระ กล่าวว่า การตัดสินใจเข้ารายงานกับท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ในครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนมีความระส่ำระสาย เกิดความแตกแยกขึ้นในองค์กร ทำให้ตนเองและสมาชิกหลายคนขาดความเชื่อมั่น ประกอบกับที่ผ่านมา ทางผู้นำองค์กรเองไม่มีความจริงใจในการข่วยเหลือกลุ่มสมาชิกจึงเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย

"ยังมีสมาชิกอีกหลายคนที่ต้องการออกมารายงานตัวกับทางราชการ แม้ยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย แต่คิดว่าดีกว่าอยู่ข้างใน ที่ผ่านต้องใช้ชีวิตแบบหลบซ่อนตัว มาประมาณ 8 ปี รู้สึกเบื่อที่ต้องใช้ชีวิตแบบนั้น" นายอาหะมะ กล่าวในการแถลงข่าวในเวลาต่อมา

 

พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช (ซ้าย) นำนายอาหะมะ ดือเระ (กลาง)ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ที่ อ.รามัน จ.ยะลา วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 (ภาพโดย กอ.รมน. ภาค 4)

หลังจากที่ทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้แจกเบอร์โทรศัพท์ให้ผู้ที่เห็นต่างให้โทรเข้ารายงานตัวแล้วจะไปรับด้วยตนเอง ญาติของนายอาหะมะ ได้เอาเบอร์โทรศัพท์ไปให้ ซึ่งนายอาหะมะ กล่าวว่า เมื่อตนลองโทรหาดู 2 ครั้ง แม่ทัพก็มารับจริงๆ ทำให้ตนเองรู้สึกดีใจและมีความมั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรม

ส่วนการให้ความดูแลช่วยเหลือนั้น ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะดูแลช่วยเหลือ ซึ่งหากเสร็จสิ้นกระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็จะดูแลเรื่องการประกอบอาชีพเพื่อให้เกิดความมั่นคง และสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างปกติสุข

อีกหนึ่งอดีตสมาชิกขบวนการแกนนำอาร์เคเค มอบตัวปลายปี 2559

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 หนึ่งในอดีตสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดน นายสาการียา แวกาจิ ได้มอบตัวต่อเจ้าหน้าที่และเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน ทั้งเรียกร้องให้ “คนที่อยู่ข้างใน” ยุติการปฏิบัติการเพื่อแยกดินแดน เพราะสมาชิกระดับล่างถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือ โดยแกนนำในขบวนการที่มีผลประโยชน์แอบแฝง

“ช่วงหลังก่อนเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน ได้นั่งคิดทบทวนสิ่งที่ถูกปลูกฝังกับความจริงที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เรื่องจริง พวกเราถูกเขาหลอก ก็อยากบอกกับคนที่อยู่ข้างใน หยุดได้แล้ว พวกเราถูกเขาหลอกมานานแล้ว ของจริงไม่ใช่แบบนั้น เขาหลอกเราทั้งหมดเลย เขามีเบื้องหลังที่มีผลประโยชน์เขาใช้เราเป็นเครื่องมือเท่านั้น” นายสาการียา กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์แก่เบนานิวส์ เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

นายสาการียา ต้องหมายจับ ป.วิอาญา ที่ จส.381/2550 ลงวันที่ 26 กันยายน 2550 และหมายจับที่ จส. 122/2552 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2552 ข้อหาร่วมกันก่อการร้าย วางเพลิงสถานที่ราชการ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ทางราชการไม่สามารถออกใบอนุญาต

"ผมเคยร่วมขบวนการจริง เคยซุมเปาะ และเคยหนีไปอยู่บ้านภรรยา ต้องทิ้งให้ลูกอยู่กับพ่อแม่ ร้องไห้ทุกครั้งเมื่อเห็นลูกและภรรยาอยู่อย่างลำบากไม่มีเงินไม่มีโอกาสดีๆ เหมือนคนอื่น" นายสาการียา กล่าว

โครงการพาคนกลับบ้าน

พ.อ.ชลัช ศรีวิเชียร ผู้บัญชาการเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 47 กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ เมื่อต้นเดือนนี้ ถึงโครงการพาคนกลับบ้าน ว่า ทางการได้ดูแลเรื่องทั้งหมด... ทั้งเรื่องความปลอดภัย อาชีพ และการสร้างบ้านให้มั่นคง

“อยากให้ทุกคน มีความมั่นใจในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราได้ทำแบบนี้กับคนที่เข้าร่วมโครงการ ..จากทั้งหมดสามจังหวัดมีผู้เข้าร่วมโครงการ ประมาณ 4 พันกว่าคน” พ.อ.ชลัช กล่าว

โครงการพาคนกลับบ้าน เริ่มเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2558 โดยเป็นอีกโครงการหนึ่งที่หนุนเสริมขบวนการพูดคุยกระบวนการสันติภาพ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วัตถุประสงค์แรกเริ่มของโครงการ คือ ต้องการประชาสัมพันธ์ถึงแนวคิด ที่จะให้ผู้มีความเห็นต่างกับรัฐที่ยังคงหลบหนีอยู่ คือ หนึ่งกลุ่มที่มีหมาย ป.วิ อาญา สองผู้ที่มีหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีโอกาสกลับบ้าน เพื่อกลับมาประกอบศาสนกิจทางศาสนาในช่วงเดือนรอมฏอน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ