Follow us

เจ้าหน้าที่ยืนยันผู้ถูกวิสามัญ 2 ราย เป็นคนร้ายยิง 15 ชรบ.ลำพะยา

มารียัม อัฮหมัด
ปัตตานี
2019-11-22
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
นายดุลวาฮับ (เสื้อสีน้ำตาล) บิดาของนายซอบรี และ น.ส.นูรฮูดา หลำโส๊ะ น้องสาว เดินทางมารับศพนายซอบรี ที่โรงพยาบาลหนองจิก ปัตตานี วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562
นายดุลวาฮับ (เสื้อสีน้ำตาล) บิดาของนายซอบรี และ น.ส.นูรฮูดา หลำโส๊ะ น้องสาว เดินทางมารับศพนายซอบรี ที่โรงพยาบาลหนองจิก ปัตตานี วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562
เบนาร์นิวส์

ในวันศุกร์นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายความมั่นคง แถลงต่อสื่อมวลชนว่า เจ้าหน้าที่มีหลักฐานว่า ผู้ต้องสงสัยที่ถูกยิงเสียชีวิตในการปะทะสองราย ที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เมื่อค่ำวานนี้นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุบุกยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัคร และชาวบ้าน ในจังหวัดยะลา จนมีผู้เสียชีวิต 15 คน เมื่อคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562

ในวันนี้ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าว ที่เรือนรับรองมณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานีว่า เหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่สามฝ่ายกับคนร้าย ณ บ้านพักใน ม.1 บ.คอลอตันหยง ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก เมื่อคืนวานนี้ มีผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงเสียชีวิต 2 ราย

“คนร้ายที่เสียชีวิต คือ นายซอบรี หลำโส๊ะ อายุ 28 ปี และนายมะยะโก๊ะ ลาเต๊ะ อายุ 40 ปี แกนนำระดับปฏิบัติการ และสั่งการในพื้นที่ โดยเป็นหัวหน้าระดับวางแผนประชุมเตรียมการ และนำกำลังเข้าโจมตี ชรบ. 15 ศพ ที่ลำพะยา ทั้งยังเคย เข้าโจมตีชุดคุ้มตรองตำบลปะกาฮารัง ปัตตานี ปล้นตู้เอทีเอ็มหน้ามหาวิทยาลัยฟาฏอนี และปล้นร้านทองที่อำเภอนาทวี สงขลาด้วย” พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4  กล่าว

พล.ท.พรศักดิ์ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้พยายามเจรจาให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย มอบตัวเพื่อต่อสู้คดีแล้ว แต่ไม่สำเร็จจึงนำไปสู่การปะทะ และความสูญเสีย

“ขอแสดงความเสียใจกับญาติ และครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ซึ่งอาจจะทราบหรือไม่ทราบพฤติกรรมของบุคคลในครอบครัวว่า ได้สร้างสถานการณ์ และสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนทั้งพุทธ และมุสลิมเป็นจำนวนมาก ในห้วงที่ผ่านมา ผมได้ใช้ความพยายามให้บุคคลเหล่านั้นออกมามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี แต่กลับไม่ยินยอมจนนำไปสู่ความสูญเสียดังกล่าว” พล.ท.พรศักดิ์ กล่าว

พล.ท.พรศักดิ์ ระบุว่า หลังจากได้รับแจ้งโดยประชาชนว่า มีบุคคลต้องสงสัยเข้ามาหลบซ่อนในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 จัดกำลังร่วมสามฝ่ายรวม 40 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยใช้วิธีมาตรการจากเบาไปหาหนัก

“ได้ประสานผู้นำสี่เสาหลักให้เข้าร่วมเจรจา โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก พยายามเจรจาให้มอบตัวกว่า 3 ชั่วโมง แต่คนร้ายได้ใช้อาวุธยิงใส่จนเกิดการปะทะกันขึ้น การปฏิบัติในครั้งนี้เป็นผลมาจากความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหว และสร้างความสูญเสียแก่พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุสังหารหมู่ที่ลำพะยา” พล.ท.พรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังได้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกคุมตัว นายอับดุลเลาะ โต๊ะรายอ อายุ 27 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุปะทะค่ำวานนี้ แล้วนำตัวไปเข้าสู่กระบวนการซักถาม ณ ศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหารด้วย เนื่องจากเชื่อว่า นายอับดุลเลาะ เป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ อ.หนองจิก ทำหน้าที่เป็นฝ่ายขนส่ง ให้ที่พักพิง และให้การสนับสนุนการก่อเหตุ

หลังการเสียชีวิตของ นายซอบรี และนายมะยะโก๊ะ ญาติได้เดินทางมารับศพของคนทั้งคู่ไปทำพิธีฝังตามความเชื่อของศาสนาอิสลามแล้ว โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว แต่ทางนายสุรียา บ่อสู ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ได้กล่าว “ครอบครัวได้มารับศพไปทำพิธีทางศาสนาแล้ว พวกเขารู้สึกเสียใจ แต่ก็ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเชื่อว่าผู้ตายร่วมขบวนการจริง”

ทั้งนี้ เหตุบุกยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัคร และชาวบ้าน ในจังหวัดยะลา เสียชีวิต 15 คน เมื่อคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุประกอบด้วย กลุ่มจากจังหวัดปัตตานี ซึ่งมี นายบูคอรี-ซอบรี-รอซาลี สามพี่น้องตระกูลหลำโซ๊ะ เป็นแกนนำและกลุ่มจากจังหวัดยะลา ซึ่งมีนายอับดุลเลาะ โต๊ะเต้ นายรอกิ ดอเลาะ นายฮูไบดีละห์ รอมือลี และนายอหมัด ตืองะ เป็นแกนนำ ร่วมปฎิบัติการกับกลุ่มเปอร์มูดอ ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมใหม่ที่ผ่านการฝึกการปฎิบัติการ และฝ่ายความมั่นคงยังไม่มีข้อมูล โดยกลุ่มหลักเหล่านี้รวมตัวกันเฉพาะกิจเพื่อปฎิบัติครั้งนี้โดยเฉพาะ

ด้าน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระบุว่า นายซอบรี มีหมาย ป.วิอาญา 6 หมาย จากการก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา สตูล และปัตตานี ขณะที่ นายมะยะโก๊ะ มีหมาย ป.วิอาญา10 หมาย จากการก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และสงขลา

“นายซอบรี มีหมาย ป.วิอาญา 6 หมาย ส่วนนายมะยะโก๊ะ มีหมาย ป.วิอาญา 10 หมาย จากการตรวจค้น พบปืนพกสั้น 9 ม.ม. และ 11 ม.ม. ปลอกกระสุนปืน 9 ม.ม. ที่ตรงกับของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุยิงชุดคุ้มครองตำบลลำพะยา เสียชีวิต 15 ราย ส่วนปลอกกระสุน 11 ม.ม. ตรงกับของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุยิงตำรวจ สภ.นาประดู่ เสียชีวิต 1 ราย และพบหลักฐานว่าปืนทั้ง 2 กระบอก เคยก่อเหตุมาแล้ว 14 คดี” พล.ต.ท.รณศิลป์ กล่าว

เตือนการตอบโต้ หลังการวิสามัญแกนนำ

หลังการวิสามัญนายซอบรี และนายมะยะโก๊ะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่า อาจมีปฏิบัติการตอบโต้จากกลุ่มก่อความไม่สงบด้วยการลอบยิง ลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง-ระเบิดเพลิง โจมตีฐานปฏิบัติการ บ้านพักเจ้าหน้าที่ ย่านเศรษฐกิจชุมชนไทยพุทธ ตลาด สถานที่ราชการ บ้านเรือนราษฎรไทยพุทธ และเป้าหมายอ่อนแออื่นๆ

โดยเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าระวังพื้นที่ อ.บันนังสตา อ.ยะหา อ.กาบัง และ อ.เมือง ในจังหวัดยะลา อ.หนองจิก อ.โคกโพธิ์ อ.แม่ลาน อ.ยะรัง และ อ.เมือง ในจังหวัดปัตตานี ต.ลำไพล และ ต.ท่าม่วง อ.เทพา ต.บ้านโหนด และ ต.เปียน ใน อ.สะบ้าย้อย และ อ.จะนะ ในจังหวัดสงขลา โดยได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ให้มีการตั้งจุดสกัด เพื่อตรวจบุคคล และยานพาหนะตลอด 24 ชั่วโมง

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ